Art Toy คืออะไรกันแน่ !?

1542

บทความโดย พี่สุชาติ ไปทุกที่

สวัสดีครับป๋ม ^^

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลก Plotter ของผมกันนะงับ ^^

ทุกคนคงคุ้นชินหรือเคยเห็นพวกงานปั้น งานปฏิมากรรม จากฝีมือของศิลปินต่างๆ กันมาบ้างใช่มั้ย แล้วก็พวกฟิกเกอร์ที่มาจากตัวละครการ์ตูน หรือภาพยนต์ ที่หลายๆ คนน่าจะมีติดบ้านไว้บ้างแล้ว แต่..มันก็ยังมีงานอีกชนิดหนึ่งที่อาจไม่ได้นิยามอยู่ในงานประเภทที่ว่ามา

ซึ่งวันนี้ผม พี่สุชาติ ไปทุกที่ จะพาพี่ๆ น้องๆ ทุกคนไปทําความรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า “อาร์ตทอย” หรือ ของเล่นศิลปะ กันนั่นเองครับบบ ไปกันเลยยยยยย >3<


Art toy คืออะไร มาจากไหน ?

อาร์ตทอย หรือ ดีไซน์ทอย (Design Toy/ Designer Toy) ฝั่งเอเชียจะนิยมเรียกว่า “อาร์ตทอย” ฝั่งตะวันตกจะนิยมเรียกว่า “ดีไซน์เนอร์ทอย” แต่นิยามทั้งสองนั้นมีความหมายคล้ายคลึงกันคือ “ของเล่นที่ศิลปินเป็นผู้ออกแบบและผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพื่อจำหน่ายหรือส่งมอบให้กับผู้อื่น”

อาร์ตทอย นั้นได้ถือกําเนิดในช่วง ค.ศ.1990 โดย กลุ่มศิลปินชาวอาร์ตทอย ที่ชื่นชอบของเล่นได้รวมตัวกันเอง และจัดแสดงโชว์ผลงานขึ้นในรูปแบบของงานนิทรรศการเล็กๆ และหลังจากนั้นก็เริ่มมีการเติบโตและขยายอิทธิพลมาจนถึงประเทศไทย โดยงานอาร์ตทอยของประเทศไทยงานใหญ่ๆ ที่จัดอย่างเป็นทางการนั้นได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 – 13 มกราคม พ.ศ.2556 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ในชื่องาน THAILAND TOY EXPO 2013


 

อาร์ตทอยนั้น สังเกตยังไง ?

อาร์ตทอยนั้นหากดูภายนอกก็อาจเหมือนของเล่นของสะสมทั่วๆ ไปที่เราเห็นตามร้านของเล่น แต่อาจต่างกันตรงที่มีการผลิตจํานวนจํากัด และมักจะไม่จะผลิตขึ้นมาใหม่ และมองได้ว่าเป็นงานศิลปะอีกแบบหนึ่งที่นิยมสะสมในระยะยาว

“การย้อมสีคือ “วัฒนธรรม” ที่บ่งบอกความเป็นอาร์ตทอยได้ชัดเจนมาก”

แล้วจุดเด่นของอาร์ตทอยนั้นมันอยู่ตรงไหน?

1.) สามารถเน้นการออกแบบโดยไม่ต้องอิงที่มา เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบขึ้นมาดื้อๆ  เลยก็ว่าได้ จะเป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน ไม่จำเป็นต้องบอก ไม่จำเป็นต้องมีมาจากการ์ตูนเรื่องไหน หรือภาพยนตร์เรื่องอะไร แต่ถ้าศิลปินอยากบอก ก็ไม่ผิดกฏอะไรเช่นกัน


 

2.) “ผลิตในจำนวนจำกัด” เน้นกันอีกทีในหัวข้อนี้ว่าอาร์ตทอยนั้นอาจจะเริ่มต้นผลิตตั้งแต่ 1-5 ตัว จนไปถึง 1,000 ตัวก็มี (แต่ก็มีบางกรณีเหมือนกันที่อาร์ตทอยบางตัวก็เป็นที่นิยมมากจนถูกผลิตซ้ำแล้วซ้ำอีก)

ในขณะที่ถ้าเป็นของเล่นทั่วไปอย่างตามท้องตลาดที่เราเห็นกันอยู่ จะเห็นได้ว่าจะไม่มีการกำหนดจำนวนการผลิตหากขายดีก็ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเจ้าของจะพอใจนั่นเอง (และโดยปกติแล้วปริมาณการผลิตก็น่าจะเริ่มที่มากกว่าหลักพันชิ้นขึ้นไปด้วย)

**ถ้ามีใครสนใจคิดอยากจะซื้อตัวอาร์ตทอยเก็บสะสม ก็ควรพยายามติดตามศิลปินที่เราชื่นชอบ ทั้งทางเฟสบุ๊คไม่ก็ไอจี เพราะตัวศิลปินเองจะมีการโปรโมทงานอาร์ตทอยให้เราได้สั่งจองกัน(พรีออเดอร์)


 

3.) เรื่องของ “สีสันที่ชวนดูโดดเด่น” อาร์ตทอยอาจจะมีตั้งแต่ไม่ลงสีเลย เป็นสีของตัววัสดุที่ทำขึ้นมาล้วนๆ หรือมีสีแค่ 1-2 สี จนไปถึงทำสีให้ดูสวยงามแบบเต็มอัตรา ขึ้นอยู่กับสไตล์ของศิลปินเป็นหลักว่าอยากทำแบบไหน ส่วนของเล่นหรือฟิกเกอร์โมเดลทั่วไปก็คงต้องลงสีให้ครบตามต้นฉบับในการ์ตูนนั่นเอง

โดยอาร์ตทอยหลายตัวใช้วิธีการออกเวอร์ชั่นใหม่ด้วยการทำสีสันใหม่ๆ ออกมาขาย แต่ตัวรูปแบบยังเหมือนเดิมทุกประการ เรียกภาษาชาวบ้านว่าการ “ย้อมสี” และการย้อมสีคือ “วัฒนธรรม” ที่บ่งบอกความเป็นอาร์ตทอยได้ชัดเจนมากข้อหนึ่งอีกด้วย


 

4.“ราคาสูงกว่าของเล่นทั่วไป” จุดนี้คือจุดเด่นที่เห็นได้ชัดว่าอาร์ตทอยส่วนใหญ่จะแพงกว่าของเล่นทั่วไป ในรูปแบบที่ใกล้ๆ กัน ซึ่งราคาหลักๆ ก็จะเริ่มอยู่ที่หลักพัน จนไปถึงหลักแสน!! สาเหตุก็เพราะมันผลิตในจำนวนน้อย หาซื้อยาก และจะยิ่งแพงขึ้นไปอีกหากศิลปินและนักออกแบบเป็นคนมีชื่อเสียง

ผลงาน Art Toy SUPER RUN!! ซึ่งราคางานชิ้นนี้อยู่ที่ประมาณ 11,000 บาท


 

พูดถึงอาร์ตทอยมากพอสมควรแล้ว ต่อไปผมจะขอแนะนําศิลปินอาร์ตทอยชาวต่างชาติที่มีผลงานอาร์ตทอยเด่นๆ ที่เราทุกคนอาจจะพอคุ้นหู คุ้นตากันบ้างดีกว่า โดยสองศิลปินท่านนี้จะเป็นใครบ้าง ไปดูกันเลยยยย ><

Brian Donnelly

Brian Donnelly เขาคือศิลปินและนักออกแบบระดับตำนาน รู้จักกันดีจากผลงาน vinyl toys อันเป็นสุดยอดในหมู่นักสะสม รวมไปถึงงานประติมากรรมขนาดยักษ์ที่ถูกนำไปจัดแสดงในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก โดยผลงานอารต์ทอยเด่นๆ ของเขาก็คือ Kaws ( คอวส์ ) ตัวหัวกระโหลกที่มีลูกตาเป็นกากบาทกับแต่งชุดคล้ายมิกกี้เม้าส์ ปัจจุบันเราจะเห็นว่าคอวส์นั้นมีหลายเวอร์ชั่นที่เอาตัวการ์ตูนดังๆ มารวมกับตัวคาแรคเตอร์คอวส์มาในรูปแบบของเล่นและเสื้อผ้าอีกด้วย


 

Ron English

และอีกศิลปินต่างประเทศอีกคนคือ Ron English เขาเป็นศิลปินที่เป็นเจ้าของแบรนด์ Popaganda กับคาแรคเตอร์อาร์ตทอยที่มีจุดเด่นอย่างตัวอีโมจิรูปยิ้มที่เห็นฟัน ผสมผสานกับการยํารวมมิตรตัวการ์ตูนให้ดูมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

และเมื่อปี 2015 Ron English ได้มาจัดงานนิทรรศกาลในไทยในชื่อว่า “มาริโอ้ เมาเร่อ แอนด์ รอน อิงลิช แมดเนส แวร์ อาร์ท มีทส์ เพลย์ !” (MARIO MAURER and RON ENGLISH MADDNESS Where Art Meets Play!) ที่ บริเวณโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์


 

นอกจากจะมีศิลปินแล้วก็ยังมีบริษัทที่ผลิตทําอาร์ตทอยโดยเฉพาะอีกด้วย ว่าแล้วผมก็ขออย่างตัวอย่างผลงานของบริษัทที่ทําอาร์ตทอยมา 2 บริษัท ให้ทุกคนได้รู้จักกันคร่าวๆ นะครับ

 

 

ผลงานของบริษัทคอร์ส Coarse Toys ส่วนใหญ่นั้นจะเน้นในเรื่องของการแสดงความรู้สึกของศิลปินเป็นหลัก (Self Expression) รวมถึงการควบคุมในเรื่องของคุณภาพที่ยอดเยี่ยม หากจะกล่าวถึงผลงานของ Coarse Toys ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมของเล่นบ้านเรามากที่สุด เห็นทีคงจะเป็นเจ้าโมเดล นกฮูก (Omen) ที่ในปัจจุบันก็มีออกมาหลากหลายซีรี่ย์ด้วยกัน

และในปี 2016 นั้น Coarse Toys ได้มีโอกาสร่วมงานกับ JPX แบรนด์ดีไซเนอร์ทอยส์สัญชาติไทย ที่มีคุณ พงศธร ธรรมวัฒนะ” เป็นผู้ก่อตั้ง สร้างสรรค์ผลงานชิ้นโบว์แดง “Protect me” โมเดล คู่หูนักมวย – ไก่ชน สุดเท่ และ น้องควาย” (Kwaii) ที่ผลิตออกมาจำกัดเพียง 3,000 ตัว

ซึ่งขายหมดเกลี้ยงภายในระยะเวลาไม่กี่นาที ที่งาน Thailand Toy Expo 2016 กลายเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการของเล่นไทยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และหลังจากนั้นในปี 2017 ก็ได้จับโมเดล Protect Me ตัวเก่า กลับมาทำใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ก็มาด้วยกันถึง 3 ซีรี่ย์เลยทีเดียว

และสำหรับในปี 2018 นี้ ล่าสุดทั้งคู่ก็ได้กลับมาจอยกันอีกครั้ง ซึ่งก็ได้ อีเจี๊ยบเลียบด่วน เพจตัวละครสุดโด่งดังในโลกโซเชียล เข้ามาร่วมแจม ปล่อยโมเดล น้องเหี้ย (Halu) ที่ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนๆ นักสะสมของเล่นกันอย่างล้นหลามอีกเช่นเคย


 

มาที่บริษัท Medicom Toy แบรนด์ดังจากแดนอาทิตย์อุทัยกันบ้าง ซึ่งผลงานอาร์ตทอยหลักๆ ก็คือ เจ้าหมี BE@RBRICK  (แบร์บริค)โดยลักษณะพิเศษของของเล่นชิ้นนี้ คือหัวที่มีลักษณะเป็นหมีแต่ตัวมีลักษณะคล้ายตัวต่อของเล่นเลโก้ และมีการวาดลวดลายตามคาแรคเตอร์ที่กําลังเป็นที่สนใจในสังคม ทําให้เจ้าหมีแบร์บริคมีเสน่ห์ต่อคนที่ชื่นชอบในการสะสม และนอกจากจะมีขนาดเล็กแล้วยังมีชิ้นใหญ่ให้เลือกด้วย

จริงๆ บริษัทที่ทําของเล่นยังมีอีกเยอะเลยนะ หากลองค้นหาใน Internet ดูก็จะพบว่ามันมีมากกว่าที่เราคิดเอาไว้เสียอีก เยอะจนนับไม่ถ้วนเลยหนาาา ><


 

ศิลปินอาร์ตทอยใช้ว่าจะอยู่แค่ต่างประเทศอย่างเดียวหนาาาา

ยังมีศิลปินอาร์ตทอยในไทยที่ได้สร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ยอมรับในระดับต่างประเทศด้วย ตัวอย่าง เช่น

ชื่อศิลปิน Pang Ngeaw Ngeaw กับผลงานอาร์ตทอย กระต่ายแง้ว

ชื่อศิลปิน Molly Yllow  กับผลงานอาร์ตทอย ;(rybaby

ชื่อศิลปิน Sansern Petpondauksorn  กับผลงานอาร์ตทอย Sharky

จริงๆ ยังมีศิลปินไทยที่ยังคอยสร้างสรรค์ผลงานอาร์ตทอยอยู่เป็นจํานวนมาก ถ้าอยากรู้ว่ามีใครก็อย่าลืมไปงานอาร์ตทอย ATM ครั้งที่ 5 ที่จะจัดในวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้นะครับ


 

และทั้งหมดนี้คือความหมายรวมๆ ของอาร์ตทอย ตามทัศนคติและการศึกษาค้นคว้าของผู้เขียนเอง
พอมองเห็นภาพกันบ้างไหมครับ โดยสิ่งสำคัญที่เป็นเหมือนหัวใจหลักสําคัญของอาร์ตทอยก็คือ คำว่า “ออกแบบโดยศิลปิน”  “จำนวนจำกัด ” และ “การย้อมสีใหม่” ส่วนสไตล์และวิธีในการออกแบบนั้นคงอยู่ที่ตัวศิลปินเองว่าจะเลือกแนวทางไหนจะดีที่สุด

และเมื่อปีที่แล้วผู้เขียนเองก็ได้เอางานตัวเองไปจัดว่าแสดงงานอาร์ตทอยไทยแลนด์ที่ฟอร์จูนพระราม 9 ด้วยหนาาาา

Art toy ตัวแรกของผมคือตัวน้อง FearBoy เด็กหนุ่มลึบลับกับเสื้อปริศนาที่มีลูกตา ถ้าหากใครสนใจตัวน้อง Fearboy ก็คอยติดตามข่าวสารได้ที่
Facebook : พี่สุชาติ ไปทุกที่ ( ถ้าพิมพ์แล้วหาไม่เจอให้พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ Akkpark Youngkhun ) หรือ IG : Suchat_Go_Everywhere

และตอนนี้ทางเจ้าของกระทู้กําลังทําอาร์ตทอยตัวใหม่ ชื่อ น้องซาลาโบ้ หรือน้องหมาน้ำ เป็นงานอาร์ตทอยของผมเองด้วยนะ คาดว่าจะเสร็จภายในปีนี้นะครับ ยังไงก็อย่าลืมฝากติดตามและอุดหนุนผลงานของผมด้วยนะครับ ขอบคุณงับบบ><

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจะเพจ MONKOLE TOY STUDIO นะครับ

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจได้ในเว็บไซต์ Plotter


เครดิต

เว็ปไซต์ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.191590394976485&type=1&l=cf87456a79

 

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"