6 นักแสดงที่เปลี่ยนลุคจนได้ดี

ชีวิตคนเรานั้นไม่แน่ไม่นอน เมื่อก่อนเคยสวมมง เป็นราชินีสุดเริ่ด เจ้าชายสุดหล่อ วันนี้อาจต้องตกอับไส้แห้งหน้ายับเยิน แต่สำหรับพวกดารานักแสดงแล้ว ความเปลี่ยนแปลงก็คือความท้าทาย ที่อาจจะทำให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มพิกัดจนเข้าตากรรมการ บทบาทที่เปลี่ยนลุคไปอย่างมหาศาลคือสิ่งที่ได้เปรียบบนเวทีต่างๆ มานักต่อนัก เรามาดูกันดีกว่าว่านอกจาก รามี่ มาเล็ค กับการสวมฟันปลอมเป็นร็อคเกอร์หนวดงาม เฟร็ดดี้ เมอร์คิวรี่ แห่งวง Queen แล้ว ยังมีใครอีกบ้างที่เปลี่ยนลุคจนได้ดี

 

NICOLE KIDMAN

ตัวแม่แห่งการเปลี่ยนลุคเลยก็ว่าได้ นิโคล คิดแมน คือนางฟ้าที่สวยสง่าราวกับตกมาจากสวรรค์ ด้วยผิวขาวผ่อง ร่างสูงโปร่ง ผมบลอนด์หยิกเป็นลอนสลวย จนไม่แปลกที่ค่ายดีซีเลือกให้เธอมาเป็นราชินีแห่งโลกใต้สมุทร แอตแลน ผู้งดงาม แต่นักแสดงอย่างนิโคลก็ไม่เคยห่วงสวย ในปี 2018 ที่ผ่านมา เธอยังไปรับบทเป็นสายสืบหญิงสุดโทรมในหนังเรื่อง Destroyer ซึ่งดันให้เธอได้เข้าชิงลูกโลกทองคำครั้งล่าสุดมาสดๆ ร้อนๆ

นอกจากนี้ นิโคลยังเคยเปลี่ยนลุคจนคว้าออสการ์มาครองได้จากหนังเรื่อง The Hours (2002) ด้วยการสวมจมูกปลอมเพื่อรับบทเป็น เวอร์จิเนีย วูล์ฟ นักเขียนหญิงผู้หดหู่ และหลายคนก็ยอมใจเธอที่พลิกบทบาทเป็นผู้หญิงกร้านโลกได้อย่างแซ่บเว่อร์ในเรื่อง the Paperboy (2012) อีกด้วย

 

CHRISTIAN BALE

นักแสดงชายผู้เป็นจ้าวแห่งการลดน้ำหนัก คริสเตียน เบล เคยทำให้คนดูช็อคมาแล้วจากการรีดตัวเองจนผอมซูบเป็นโครงกระดูกใน The Machinist (2004) ซึ่งเขารับบทเป็นตัวละครที่ทนทุกข์ทรมานจากอาการนอนไม่หลับขั้นรุนแรง เพื่อการนี้เขาต้องลดน้ำหนักลงถึง 28 กิโลกว่าๆ จนเหลือทั้งตัวไม่ถึง 50 กิโลกรัมดี โดยมีสูตรไดเอทคือแต่ละวันก็กินแค่กินทูน่า 1 กระป๋อง แอ็ปเปิ้ล 1 ลูก กับกาแฟดำและน้ำเปล่า เป็นเวลาเกือบ 4 เดือน

แต่บทจะต้องอ้วนพุงพลุ้ย เบลก็ทำได้ ใน American Hustle (2013) ที่เขาแสดงเป็นยอดนักต้มตุ๋นร่างตุตะจนได้เข้าชิงออสการ์ ส่วนใครที่อยากจะเห็นเขาในมาดหล่อที่สุด คงต้องไปดูตอนเขากำลังเทรนเป็นอัศวินรัตติกาลใน Batman Begins (2005)

และในปีนี้ เบลยังเปลี่ยนลุคจนปังอีกครั้ง กับการพลิกโฉมเป็น ดิ๊ก เชนีย์ รองประธานาธิบดีในสมัยของ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ในหนังชีวประวัติเรื่อง Vice (2018) ของผู้กำกับ อดัม แม็คเคย์ อย่างสุดเนียนจนทำให้เบลคว้ารางวัลลูกโลกทองคำนักแสดงชายในหนัง มิวสิคัล/คอเมดี้ ไปครอง แถมมีลุ้นต่อบนเวทีออสการ์ด้วย

 

CHARLIZE THERON

                อีกหนึ่งดาราหญิงที่สวยก็ได้ โทรมก็เด็ด ชาร์ลิซ เทรอน สามารถเป็นทั้งนางงามและนางมารได้ในคนเดียวกัน หากแต่เป็นบทบาทหลังที่ทำให้เธอคว้ารางวัลออสการ์ไปครอง กับการสวมวิญญาณเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ไอร์ลีน วัวร์นอส โสเภณีบนทางด่วนในหนังเรื่อง Monster (2003)

ซึ่งบทจะเท่ เธอก็เท่ได้ใจ ขนาดโกนหัวจนโล้นเลี่ยนใน Mad Max: Fury Road (2015) แล้วก็ยังมีแววสวยอยู่เล้ย

 

JARED LETO

ในอดีตสมัยวัยทีน จาเร็ด เลโต้ คือพระเอกหนุ่มหน้าหวานธรรมดาๆ แต่ปัจจุบัน ใครๆ ต่างรู้จักเขาในฐานะนักแสดงชายผู้ทุ่มเทให้กับการแปลงกายและสวมวิญญาณเป็นตัวละครชนิดไม่เหลือคราบหนุ่มหล่อคนเดิม นอกจากบท โจ๊กเกอร์ ใน Suicide Squad ที่สร้างความฮือฮาจนเกินหน้าเกินตาหนังแล้ว เลโต้ยังเคยเปลี่ยนลุคไปรับบทสาวประเภทสองที่ติดเชื้อ HIV จนร่างกายผ่ายผอมใน Dallas Buyers Club (2013) ที่ทำให้เขาคว้ารางวัลออสการ์สมทบชายมาได้ โดยงานนี้เลโต้ต้องลดน้ำหนักตัวลงถึง 51 กิโลกรัม ซึ่งเขาพูดว่ามันส่งผลกระทบต่อชีวิตมากทีเดียว “มันเปลี่ยนวิธีที่คุณเดิน วิธีที่คุณนั่ง วิธีที่คุณคิด”เลโต้กล่าว

ส่วนใครที่อยากเห็นเขาในลุคอ้วนเนิร์ด ต้องไปหาชมใน Chapter 27 (2007) ซึ่งเลโต้เพิ่มน้ำหนักจนจำไม่ได้ เพื่อรับบทเป็น มาร์ค เดวิด แชปแมน ชายผู้สังหาร จอห์น เลนนอน ยอดศิลปินแห่งวง The Beatles

 

NATALIE PORTMAN

นักแสดงสาวร่างเล็กคนนี้ แม้จะดูหน้าสวยเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง แต่ในวงการแสดง นาตาลี พอร์ทแมน ก็นับเป็น ‘ร่างทรง’ มือฉมังคนหนึ่ง เมื่อรับบทเป็นตัวละครใด เธอจะอุทิศตัวให้เกินร้อยเสมอ โดยเฉพาะบทบาทที่ทำให้เธอคว้าออสการ์นำหญิง อย่างบทบัลเลริน่าสาวผู้ต้องเผชิญความขัดแย้งในตัวตน จากหนังเรื่อง Black Swan (2010) ซึ่งพอร์ทแมนต้องลดน้ำหนักลง 9 กิโลกรัม (ดูเหมือนไม่เยอะแต่อย่าลืมว่าเธอเองก็ตัวเล็กอยู่แล้ว) โดยในช่วงฝึกเข้มข้น เธอกินได้แค่แครอทกับอัลมอนด์ และต้องซ้อมวันละ 8 ชั่วโมง จนเธอถึงกับพูดว่า “มีบางคืนที่ฉันคิดว่านี่ฉันกำลังจะตายจริงๆ นะคะ” ซึ่งบทนักเต้นบัลเล่ต์หงส์ขาวที่ถูกหงส์ดำกลืนกินก็ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจของเธอด้วย

นอกจากนั้น นาตาลียังสวมบทบาทเป็นอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง แจ็คกี้ เคนเนดี้ ได้อย่างสุดแนบเนียนใน Jackie (2016) ที่ทำให้เธอได้เข้าชิงออสการ์นำหญิงอีกด้วย

 

VIGGO MORTENSEN

                ดาราหนุ่มที่อาจทำให้คุณงุนงงสงสัยว่า นี่คือชายคนเดียวกันกับที่เคยเป็น อารากอร์น เจ้าชายมนุษย์ในไตรภาคหนัง The Lord of the Rings (2001-2003) จริงๆ หรือ นั่นเพราะเขาดูเปลี่ยนไปเยอะมากในผลงานเรื่องล่าสุด Green Book ที่ทำให้ วิกโก้ มอร์เทนเซ่น ได้เข้าชิงลูกโลกทองคำ โดยในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลังจาก LOTR วิกโก้หันเหไปเล่นหนังอินดี้คุณภาพซะเป็นส่วนใหญ่ เรียกได้ว่าสลัดคราบพระเอกหนุ่มหล่อออกไปหมด และก่อนหน้านี้เขาได้เข้าชิงออสการ์นำชายจากหนัง Captain Fantastic (2016) ในบทพ่อสุดเซอร์ที่เลี้ยงลูกอยู่ในป่าในเขา แอนตี้วิถีสังคมเมือง จนกระทั่งจำเป็นต้องพาลูกๆ ออกมาสู่โลกภายนอกเมื่อภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากเสียชีวิตลง

ส่วนใน Green Book วิกโก้เพิ่มน้ำหนักตัวขึ้นกว่า 20 กิโลกรัมจนร่างหมี เพื่อรับบท โทนี่ ลิป ชายอิตาเลียนปากดีที่ไปขับรถและเป็นบอดี้การ์ดให้กับนักเปียโนผิวดำมาดผู้ดีที่ออกเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตในแดนใต้ โดยเจ้าตัวก็ใช้วิธีกินแต่ไก่ทอดและฮอทดอกเหมือนอย่างตัวละครในหนังนั่นเอง ซึ่งบทนี้ทำให้เขาได้เข้าชิงลูกโลกทองคำ และรอลุ้นออสการ์เวทีต่อไป

Shares
บรรณาธิการนิตยสาร Starpics / เลี้ยงลูกเป็นงานหลัก ดูหนังเป็นงานอดิเรก