เบื้องหลังการลงสีภาพวาดจากภาพยนตร์ HOMESTAY โดย บ.ก.ซัน

**แจ้งตรงนี้ก่อนว่าเนื้อหาอาจมีการสปอยล์หนัง Homestay นะครับ
ใครที่ยังไม่ดูและคิดจะดูแบบจริงจังก็ข้ามไปก่อนก็ดีครับผม แฮ่..
.
.
.
.
.

จากที่ก่อนหน้านี้ ผมเองได้โพสลงเฟสบุ๊คส่วนตัวไปบ้างแล้ว แต่รู้สึกว่ายังลงภาพได้ไม่หนำใจ
คราวนี้ก็เลยขอมาลงลึกแบบละเอียดขึ้น เห็นภาพชัดขึ้นกันในนี้อีกทีเป็นครั้งสุดท้ายละกันนะครับผม แฮ่..

ก็จะมาพูดถึงการทำงานภาพประกอบจากหนังเรื่อง Homestay ของค่าย GDH ที่เข้าฉายไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมากันครับ


โดยโปรเจคนี้ตอนที่ผมได้มาทีแรกยังเป็นความลับ และยังไม่มีชื่อเรื่องเลยครับตอนนั้น..

และก็เริ่มมาจากการที่พี่ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ ได้โทรมาหาผมในวันหนึ่ง แล้วก็บอกว่ามีงานลงสีอยากให้ช่วยทำหน่อย โดยมีโจทย์ว่า ต้องเพ้นท์ ภาพ 2 ภาพ ให้ดูเป็นคนวาดคนเดียวกัน แต่ไม่รู้ตัวว่าวาดภาพภาพเดิมด้วยอารมณ์ที่ต่างกันแบบสุดขั้ว โดยภาพนึงจะวาดด้วยความรู้สึกไม่อยากมีชีวิต ในขณะที่อีกภาพคือความหวังในการมีชีวิตต่อไป

ซึ่งตอนนั้นพี่เอกสิทธิ์ยังไม่ส่งภาพร่างมาให้ แต่บอกเกริ่นแล้วว่าคนในภาพที่จะวาดคือ เฌอปราง จาก BNK48 นั่นเอง โอ้ววว รู้เลยว่าโปรเจคไม่ธรรมดาแน่นอน แต่จะว่าไปผมเองไม่ได้ติดตามวงการไอดอลเท่าไหร่ ก็เลยวานให้น้องๆ ที่ออฟฟิศช่วยหาตัวอย่างภาพรอไว้ก่อนเลยครับ แต่….

…ครับ หลังจากนั้นพี่ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ ก็แจ้งว่า ภาพไม่ต้องวาดให้เห็นหน้าครับ ดังนั้นเรฟเฟอเร้นท์ ในส่วนของตัวละครก็เลยเหลือแค่นี้ครับ..

ซึ่งก็ดูเหมือนไม่จำเป็นต้องใช้เท่าไหร่55..

และต่อมาทางพี่ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ ก็ส่งภาพร่างมาให้ครับ ซึ่งก็มี 2 ภาพด้วยกันดังนี้


ภาพนี้ลงสีให้รู้สึกสว่างสดใสมีความหวังในการมีชีวิต

ภาพนี้ลงสีให้รู้สึกหม่นหมองไม่อยากมีชีวิตต่อไป

ซึ่งตอนที่ได้รับภาพร่างมาและได้ฟังโจทย์ทีแรก ก็คิดว่าไม่น่ายาก แค่วาดภาพสองภาพนี้ให้เป็นสองอารมณ์ที่ต่างกันตามโจทย์ก็แค่นั้นเอง
ซึ่งแนวทางในการวาดสเก็ตตัวอย่างสีช่วงแรกจากบรีฟโจทย์ และที่คิดๆ เอง ก็มีดังนี้คือ

ภาพในฝั่งที่มีความหวัง โทนสีจะสดใสๆ เหมือน Your Name ของ ชินไค มาโกโตะ สีก็เลยออกไปทางโทนม่วงๆ ฟ้าๆ ชมพูๆ แสงใสๆ วิ้งๆ

ส่วนฝั่งสิ้นหวัง ก็นึกถึงโทนตุ่นๆ แบบ จุนจิ อิโต้ กับงานพี่เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ ผสมๆ กัน หม่นๆ ขุ่นๆ

ซึ่งผลก็คือ
.
.
.
.
ไม่ผ่านจ้าาาาาา !!

และจากนั้นก็มีการปรับแก้สเก็ตของทั้ง 2 รูปส่งไปใหม่อีกหลายๆ แบบ ดังนี้

และแล้วววว แบบสุดท้ายก็ผ่านครับ
ซึ่งเจ้าแบบสุดท้ายเนี่ย มันคือโครงสีที่นำมาจากภาพที่ผมเคยวาดเอง เป็นคู่สีที่ใช้ถนัดอยู่แล้ว (จากภาพด้านล่างเลย)

ทีนี้พี่เอกสิทธิ์ ก็เลยแนะนำว่า ให้ใช้สีแบบที่เราถนัดเลยน่าจะดีครับ เพราะไม่งั้นแล้ว ความที่เราต้องทำให้ภาพสองภาพที่อารมณ์ต่างกันสุดขั้วดูเป็นงานของคนวาดคนเดียวกันได้นั้น มันน่าจะไม่สำเร็จ ถ้าในหัวเรายังอิงตัวอย่างงานจากศิลปินอื่นๆ เต็มไปหมดเหมือนในช่วงแรกๆ ที่สเก็ตงาน

ภาพสองภาพที่อารมณ์ต่างกันสุดขั้วดูเป็นงานของคนวาดคนเดียวกันได้นั้น มันน่าจะไม่สำเร็จ ถ้าในหัวเรายังอิงตัวอย่างงานจากศิลปินอื่นๆ

โอ้วววว ทันใดนั้นเอง ทางสว่างก็บังเกิด
ผมจึงเริ่มแก้ภาพในฝั่งของความหวังโดยอิงจากโทนสีที่ถนัดเหมือนอีกภาพบ้าง โดยโทนสีจากงานเก่าก็น่าจะประมาณงานนี้ครับ

กลายมาเป็นแบบนี้
แล้วก็……..

ผ่านครับ !! แฮ่..

หลังจากนี้ก็ค่อยๆ ใช้เวลาเก็บดีเทลเพลินๆ กันไปครับผม

จนมาถึง
.
.
.
.
ช่วงส่งไฟนอล

ก็ได้ภาพสำหรับส่งไฟนอล 2 ภาพดังนี้ครับผม

ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องมีการปรับแก้กันอยู่แล้ว
ซึ่งก็กลับกลายเป็นว่าในส่วนของภาพฝั่งความหวัง กลับแก้น้อยกว่ามากมาย

ซึ่งก็แก้แค่
เอาเมฆบางส่วนออกกับปรับสมดุลภาพนิดหน่อย แค่นั้นเอง เย้ !

เสร็จไป 1 รูป แฮ่…

ต่อไป มาที่รูปฝั่งสิ้นหวังไม่อยากมีชีวิตบ้าง
ที่เดิมทีผ่านก่อนแท้ๆ แต่กลับต้องเจอปรับแก้มากมายจนแทบสิ้นหวังตามภาพไปจริงๆ 55
แต่พอไปดูในโรงก็เข้าใจได้ครับ ว่าภาพนี้มันสำคัญกับหนังมากจริงๆๆๆๆ ครับ
สำคัญจนบางทียังรู้สึกอยากไปแก้อีกรอบเลยครับ555++

เอ้าลองมาดูกันครับ ว่ามีการลองแก้จุดไหนบ้างดีกว่า

อันนี้เป็นเวอร์ชั่น ลองลบสะพานออก และปรับตัวละครให้ดูบิดเบี้ยวขึ้น ซึ่งตรงตัวละครดูโอเคครับ เลยเก็บมาใช้ต่อไป

อันนี้เป็นเวอร์ชั่นหันหน้ากลับมาเล็กน้อย (อยากวาดหน้าบ้างไรบ้าง55) และสะพานผุพัง ให้ได้อารมณ์น่ากลัวอีกหน่อย

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด สะพานกลับมาปกติ ตัวละครหันหลังเหมือนเดิม.. แล้วก็ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าซี่ของสะพานลดความถี่ลงครับ !

และที่บอกว่ายังไม่ท้ายสุดก็คือ หลังจากนั้นจะเป็นการแก้ปรับลดควัน ทีละนิดๆ
ซึ่งในส่วนนี้ก็จะมี น้องฝึกงาน TanaPon TongNoon โอตะ โอชิเฌอปราง เข้ามาช่วยพอดีครับ (ทำไมไม่มาฝึกเร็วกว่านี้55) ซึ่งการปรับลดควันก็จะประมาณนี้ครับ

รวมเป็นแบบ gif ไฟล์ให้ดูเล่นซะหน่อยครับ55 อาจดูเผินๆ เหมือนไม่มีอะไรมากแค่ลบๆ เอาก็ได้ แต่ผมเองเป็นพวกเพ้นท์เลเยอร์เดียวครับ(ปกติไม่ค่อยรับงานเท่าไหร่นั่นเอง..) ดังนั้นก็เลยเพ้นท์ทับกันไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่แก้ครับ หนุกหนานๆ แฮ่..

ก็ต้องขอขอบคุณพี่ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ ที่ไว้ใจให้ผมได้ร่วมงานที่สำคัญมากๆๆๆๆ ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต มา ณ ที่นี้ด้วยครับ มันเป็นความรู้สึกที่ตื้นตันจริงๆ กับการได้เห็นผลงานของเราเองไปฉายบนจอภาพยนตร์ ซึ่งผมเองก็ไม่เคยหวังมาก่อนเลย เพราะตัวเองก็ไม่ได้เป็นนักวาดภาพประกอบที่มีชื่อเสียงอะไรด้วย รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากจริงๆ ครับที่ได้รับโอกาสในครั้งนี้ ถ้ามีอะไรให้รับใช้อีกก็ยินดีเสมอครับพี่

แล้วก็สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่ไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ด้วยการแจกไฟล์ภาพไฟนอลทั้ง 2 ภาพล่างสุดให้ไปใช้กันตามสะดวกเลยนะครับผม
เข้าไปโหลดภาพได้ที่ https://www.dropbox.com/sh/miwd49bihjgj35f/AADTQ0_gBR8ycELJYJAcgb4Qa?dl=0

หวังว่าประสบการณ์การทำงานในครั้งนี้ จะพอเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านนะครับ
หวงัว่าถ้ามีโอกาสได้วาดงานใหม่ๆ จะนำมาแบ่งปันกันอีกนะครับผม

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter จ้า แฮ่..

Shares
บรรณาธิการ / CEO สำนักพิมพ์ การ์ตูนไทย Let's Comic