การ์ตูนผิดกฎหมาย!!!

จากคอลัมน์ Let’s List ประจำ Let’s comic ฉบับที่ 20 ประจำเดือน มีนาคม 2555

By นิรวาณ คุระทอง

ขึ้นหัวข้อมาแบบนี้มิตรรักนักอ่านอาจสงสัยว่าเจ้าของคอลัมน์มันจะเล่นมุขอะไรหรือเปล่าฟะ? จะรวบรวมรายชื่อตัวการ์ตูนที่ทำผิดกฎหมายหรือ การ์ตูนไพเรทที่ไม่ขอลิขสิทธ์เค้ามาหรือไงหว่า?

จริงๆ อันดับลิสท์ที่จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักในฉบับนี้ ก็คือรวมผลงานการ์ตูนที่สร้างสรรค์ขึ้นมาโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายลิขสิทธ์ยังไงล่ะครับ อาจจะเป็นผลงานการ์ตูนที่สร้างสรรค์ขึ้นมาโดยอิงกับตัวละครหรือการ์ตูนและบทประพันธ์เรื่องที่โด่งดังอยู่แล้ว โดยไม่ขออนุญาต เจ้าของอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร จนอาจมี(หรือไม่มี) คดีความฟ้องร้องกัน ที่ผู้เขียนคิดว่าน่าสนใจเลยลองรวบรวมมาให้รู้จัก เริ่มกันเลยนะครับ

—————————————————————————–

Marvelman

“มาร์เวลแมน ในเวอร์ชั่นของ มัวร์ ได้ถูกยกระดับให้เป็นการ์ตูนผู้ใหญ่ หรือจะพูดว่า เหมือนเป็นต้นแบบของ Watchmen ในอีกไม่กี่ปีต่อมา”

มาร์เวลแมน เป็นผลงานการ์ตูนแนวซูเปอร์ฮีโร่คลาสสิกจากอังกฤษ ช่วงปี 1954 สร้างสรรค์ผลงานโดย Mick Anglo ตีพิมพ์โดย ส.น.พ. L Miller & Son อันที่จริงตัวละครตัวนี้เป็นการ(ลอก) ถอดแบบ มาจากตัวการ์ตูนฮีโร่ ฝั่ง อเมริกาอย่าง Captain Marvel (หรือ Shazam) ของ Fawcett นั่นเอง โดยทาง L Miller ได้นำการ์ตูนชุดนี้มาตีพิมพ์ขายในอังกฤษ แล้วเผอิญทางฝั่งอเมริกาประสบปัญหาต้องยุติการตีพิมพ์กัปตันมาร์เวล ทำให้ฝั่งอังกฤษขาดต้นฉบับ ทางสำนักพิมพ์จึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าดัวยการให้ มิค แองกโล ศิลปินประจำบริษัท สร้างตัวละคร มาร์เวลแมน ขึ้นมาแทน

เนื้อหาของมาร์เวลแมน ใกล้เคียง กัปตันมาร์เวล ต้นแบบอยู่พอควร กัปตันมาร์เวล ได้พลังมาจากผู้วิเศษ ชาแซม ส่วนมาร์เวลแมน เป็นเด็กหนุ่มนาม Micky Moran ได้รับพลังมาจากนักวิทยาศาสตร์เพื่อปกป้องโลก เมื่อตะโกนคำว่า Kimota (คำว่า Atomic ผวนกลับหลัง) แบบเดียวกับที่ บิลลี่ แบทสัน ต้องตะโกน ชาแซม เพื่อแปลงร่าง ถ้าจะเปรียบง่ายๆ ตัวละครนี่ก็คล้ายคลึงกับ อัศวินสายฟ้า ของบ้านเรานั่นไง (อยากทราบรายละเอียดของทั้ง ชาแซม และอัศวินสายฟ้าไป อ่านได้ใน ประวัติย่อการ์ตูนไทย กันนะตัวเอง) เรียกได้ว่ากัปตันมาร์เวล มีอะไร มาร์เวลแมน ก็มีอย่างนั้นเหมือนไม่ว่าจะเป็น ทีมผู้ช่วยอย่าง Marvelman Family (อิงจาก Captain Marvel Family) หรือ ผู้ร้ายอย่าง Doctor Garganza (ลอกมาจาก ด็อกเตอร์ ซิวาน่า ศัตรูของ ชาแซม) อย่างไรก็ดี มาร์เวลแมน ก็เป็นการ์ตูนดังของฝั่งเมืองผู้ดี ออกตีพิมพ์ร่วมๆ สิบปีทีเดียวตั้งแต่ปี 1954 จนปิดตัวลงในปี 1963

จนกระทั่งในปี 1982  นิตยสารการ์ตูนเลือดใหม่ไฟแรงนาม Warrior ได้นำมาร์เวลแมน กลับมาวาดใหม่อีกครั้ง โดยมอบหน้าที่ให้นักเขียนหนุ่มไฟนาม Alan Moore (ตั้งแต่เขียนคอลัมน์มาผมเอ่ยถึง อีตานี่ ไปกี่หนแล้วเนี่ย?) เป็นผู้แต่งเรื่อง โดยเรื่องของ มัวร์ จะเล่าถึง มิคกี้ มอแรน ที่กลายเป็นผู้ใหญ่สูญเสียความทรงจำที่ตัวเองเป็นมาร์เวลแมนไป จนกระทั่งถูกจับเป็นตัวประกันในเหตุก่อการร้าย ทำให้เขารำลึกถึงคำว่า Kimota และแปลงร่างเป็น มาร์เวลแมน ได้อีกครั้ง ! ก่อนที่ มัวร์ จะหักมุมเรื่องราวขนานใหญ่ ด้วยการให้ การผจญภัยในช่วงยุค 50 ของมาร์เวลแมนกับเพื่อนๆ เป็นเรื่องหลอกลวง!

มาร์เวลแมน ในเวอร์ชั่นของ มัวร์ ได้ถูกยกระดับให้เป็นการ์ตูนผู้ใหญ่ หรือจะพูดว่า เหมือนเป็นต้นแบบของ Watchmen ในอีกไม่กี่ปีต่อมานี้เอง ซึ่ง Marvelman และ V For Vendatta ก็กลายเป็นการ์ตูนที่สร้างชื่อให้มัวร์และนิตยสาร warrior ในช่วงนั้น แต่ปัญหาก็เกิดจนได้เมื่อทาง Marvel Comics ยื่น โนทิส ให้หยุดพิมพ์การ์ตูนชุดนี้เพราะมีคำว่า มาร์เวล นำหน้าตัวเอกนั่นเอง แต่นิตยสาร Warrior ก็ปิดตัวลงในช่วงนี้เสียก่อน ก่อนที่สำนักพิมพ์ Eclipse ในอเมริกาจะมาซื้อการ์ตูนชุดนี้ไปตีพิมพ์ต่อ โดยเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น Miracle Man แต่ก็พิมพ์ไม่จบอีกเพราะสำนักพิมพ์ปิดอีกแล้ว ช่วงหลังก็มีคนมาซื้อสิทธ์ตัวละครตัวนี้อีกคน นั่นคือ Todd Mcfarlane นั่นเอง (เจ้าของ Spawn) ซึ่งก็กลายเป็นคดีฟ้องร้องแย่งลิขสิทธ์ตัวละครตัวนี้อีกวุ่นวาย คาราคาชังมาจนปัจจุบัน

**อัพเดทปัจจุบัน ค่าย Marvel ได้ซื้อสิทธ์มาตีพิมพ์ใหม่ ในนาม Miracleman เรียบร้อย

อย่างไรก็ดี มาร์เวลแมนก็กลายเป็น ตัวอย่างคลาสสิกในแวดวงการ์ตูนของฝรั่ง ว่าถึงจุดเริ่มต้นจะเป็นแค่การ์ตูนเลียนแบบ แต่หากนำมาใส่มุมมองที่คาดไมถึงลงไป ก็อาจกลายเป็นการ์ตูนชั้นเทพ ที่ใครต่อใครต่างต้องการไปก็ได้ (ว่าแต่อัศวินสายฟ้าของบ้านเราไม่มีใครคิดจะปัดฝุ่นมาเล่นใหม่มั่งรึ?)

—————————————————————————–

Shang Chi Master Of KungFu

“ในปัจจุบันนั้น ถึง ชางชิ จะไม่มีหนังสือของตัวเองแล้ว แต่ก็ยังมีบทบาทในจักรวาล มาร์เวล อยู่”

เรื่องราวของฮีโร่แนว มาร์เชียลอารต์ จากฝั่ง Marvel Comics ที่สร้างสรรค์ขึ้นในช่วงปี 1974 ด้วยอิทธิพลจากภาพยนตร์แอ็กชั่นกำลังภายในสมัยนั้นที่นำแสดงโดย Bruce Lee นั่นเอง

โดยมีการผูกเรื่องให้ ชางชิ นั่นเป็นทายาทของ จอมวายร้ายอัจฉริยะอย่าง ฟูแมนจู ที่เป็นตัวร้ายจากนิยายคลาสสิก เรื่องแมลงป่องทอง ของ Sax Rohmer ที่หลบหนีออกมาเพราะไม่อยากสืบทอดตำแหน่งอันชั่วร้ายต่อจากบิดา ในตอนนั้นทางมาร์เวล ได้สิทธ์ในการดัดแปลงงานของ โรห์เมอร์ มาเป็นการ์ตูนจึงมีการผูกเรื่องเสริมเพื่อสร้างฮีโร่ใหม่ของตัวเองขึ้นมาด้วย

ในปัจจุบันนั้น ถึง ชางชิ จะไม่มีหนังสือของตัวเองแล้ว แต่ก็ยังมีบทบาทในจักรวาล มาร์เวล อยู่ ด้วยการไปแจมกับตัวละครฮีโร่อื่นๆ อยู่บ่อยๆ ทว่า มินิซีรี่ย์ ที่เป็นกำเนิดตัวละครตัวนี้ กลายเป็นหนังสือหายากและขาดตลาดไปนานแล้ว เพราะมันอิงกับ ฟูแมนจู นั่นเอง

ดังนั้นแล้วด้วยปัญหาดังกล่างจึงทำให้ทางมาเวลไม่สามารถนำ มาสเตอร์ออฟกังฟู กลับมาตีพิมพ์ใหม่ได้ จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลสิทธ์งานเขียนของ โรห์เมอร์ อย่างเป็นทางการ ซึ่งก็นานเอามากๆๆๆๆ จนกระทั่ง Shangchi ฉบับ ต้นกำเนิด ที่อ้างอิง ฟูแมนจู เพิ่งได้รับการพิมพ์รวมเล่มใหม่ จากทาง Marvel ไปเมื่อต้นปี 2018 นี่เองครับ (44 ปีเองงงง)

—————————————————————————–

ดูการ์ตูนผิดกฎหมายจากฝั่งตะวันตกมาพอสมควรแล้ว ขอข้ามน้ำไปยังดินแดนอาทิตย์อุทัยบ้าง แฟนการ์ตูนบ้านเรา คงจะคุ้นเคยกับคำว่า Doujinshi กันเป็นอย่างดี อันหมายถึงการ์ตูนสมัครเล่น ที่มักจะเขียนขึ้นมาโดยอิงจากการ์ตูนดังๆ นั่นเอง ซึ่งในญี่ปุ่นนั้นมีการจัดขายผลงานเหล่านี้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยส่วนใหญ่เจ้าของลิขสิทธ์การ์ตูนดังๆ นั่นก็รู้กันดีแต่ก็หยวนๆ ให้ เพราะถือเป็นการฝึกฝีมือของนักเขียนใหม่ๆ และเป็นการโปรโมทผลงานของตัวเองไปในตัวด้วย (แม้หลายๆ ครั้งโดจินเหล่านั้นจะเอาตัวการ์ตูนดังๆ มาปู้ยี่ปู้ยำ ก็ตามที) แต่ก็มีบางครั้งเหมือนกันที่งานโดจินเหล่านี้ล้ำเส้นเกินไป จนเจ้าของลิขสิทธ์ต้องออกโรงมาเฉ่งดังตัวอย่างต่อไปนี้…..

—————————————————————————–

โดเรม่อน ตอนอวสาน

“โชกักกุคัง ที่ตีพิมพ์ โดเรม่อน เวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูนอยู่ไม่พอใจ แจ้งความดำเนินคดี”

หลายๆ ท่านน่าจะจำจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ที่เป็น Forward Mail เล่าถึงโดเรม่อนที่นอนหลับไม่ตื่นเพราะพลังงานหมดกันได้ ซึ่งมันก้ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ นักวาดการ์ตูนสมัครเล่นนาม ยาสุเอะ ทาจิมะ นำมาวาดเป็นโดจิน ตอนอวสานของ โดเรมอน แล้ววางขายในงานคอมมิคมาร์เก็ตในช่วงปี 2005 จนทำยอดขายได้กว่า หนึ่งหมื่นฉบับ แถมยังสร้างชื่อบนโลกอินเตอร์เน็ท ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งก็ทำให้ทางโชกักกุคัง ที่ตีพิมพ์ โดเรม่อน เวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูนอยู่ไม่พอใจ แจ้งความดำเนินคดีเนื่องจากเกรงว่าอาจทำให้ผู้คนสับสนกับเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับต้นฉบับตัวจริง (จริงๆ อาจเพราะเห็นว่ายอดขายดีเกินหน้าเกินตา.. ฮา) จนต้องหยุดตีพิมพ์จำหน่ายไปตามระเบียบ

—————————————————————————–

 Hybrid Insector

“เนื้อหาเป็นการนำ คาเมนไรเดอร์ ตั้งแต่ วี1 ไปจนถึงสตรองเกอร์ มาตีความใหม่ให้จริงจังในสไตล์ The Dark Knight ผสม Watchmen นั่นเลย”

เป็นกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2554 โดย ไฮบริดอินเซ็คเตอร์ นั้นเป็นงานโดจินของ เอย์อิจิ ชิมิทซุ กับ โทโมฮิโร่ ชิโนงูจิ คู่หูนักเขียนที่มีผลงานการ์ตูนแนว ซูเปอร์โรบ็อทแอกชั่นดราม่า อย่าง เกราะเหล็กไหล Linebarrel (ลิขสิทธ์ไทยโดย วิบูลย์กิจ) พวกเขาก็เป็นเช่นนักเขียนอื่นๆ ในญี่ปุ่น ที่เติบโตมาโดยฝังใจ กับการ์ตูนและหนังชุดทางทีวีอย่าง ไอ้มดแดงหรือ Kamen Rider ด้วยความชอบส่วนตัวพวกเขาก็เลยเขียนงานชุด Hybrid Insector มาให้แฟนๆ อ่านกันฟรีๆ บนเว็บไซต์ส่วนตัว

โดยเนื้อหาเป็นการนำ คาเมนไรเดอร์ ตั้งแต่ วี 1 ไปจนถึงสตรองเกอร์ มาตีความใหม่ให้จริงจังในสไตล์ The Dark Knight ผสม Watchmen นั่นเลย แต่ถึงแม้จะเป็นการ์ตูนที่ไม่หวังผลทางการค้าก็ตาม ทางโตเอะผู้สร้างหนังชุดคาเมนไรเดอร์ ก็ไม่พอใจนัก ที่มีนักวาดการ์ตูนมืออาชีพเอาคาแร็กเตอร์ของบริษัท มายำเล่นตามใจชอบ จึงขอร้องไปยังนักเขียนทั้งสองให้ยุติการเผยแพร่ผลงานชุดนี้ซะ ส่งผลให้เว็บไซต์ที่ลงการ์ตูนชุดนี้ต้องปิดตัวลงทันที

——————————————

ดูการ์ตูนผิดกฎหมายทั้งของญี่ปุ่นและฝรั่งกันมาหอมปากหอมคอแล้ว ขอย้อนกลับมาดูการ์ตูนในฝั่งบ้านเรากันมั่งดีกว่า ในช่วงปี พุทธศักราช 2520 จนถึง 2530 เป็นต้นมา นับเป็นยุครุ่งเรืองของการ์ตูนญี่ปุ่นแปลละเมิดลิขสิทธ์ของบ้านเรา อันเนื่องมาจากช่วงนั้นยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธ์อย่างเข้มงวดจริงจังนั่นเอง จึงแทบกลายเป็นสวรรค์ของนักจัดทำการ์ตูนแปลของบ้านเราในเวลานั้นที่อยากจะเลือกจะหยิบเรื่องไหนมาทำก็ได้ แล้วก็ให้คนซื้อเลือกเอาจากคุณภาพการจัดทำเอาเอง

งานการ์ตูนญี่ปุ่นที่เข้ามาในไทยยุคแรกๆ ส่วนมากจะเป็น การ์ตูนแนวฮีโร่ที่มีพื้น อ้างอิงมาจาก ทีวี เป็นส่วนมาก เช่น ไอ้มดแดง หรือ อุลตร้าแมนเป็นอาทิ ขั้นตอนการจัดพิมพ์การ์ตูนในยุคนั้นยังไม่ค่อยทันสมัยแบบในปัจจุบัน หากไม่เอากระดาษไขมาลอกลายเส้นก็ต้องวาดขึ้นมาใหม่ จนทำให้หลายๆ ครั้งทีมงานนักจัดทำในสมัยนั้นที่มีฝีมือการวาดๆ เขียนๆ เกิดอารมณ์คึกขึ้นมา ประมาณ ยุ่นวาดได้ตรูก็วาดได้นี่หว่า จึงบังเกิด ผลงานเหล่านี้ขึ้น…..

—————————————————————————–

ไอ้มดแดงถล่มโกลด์เฟส

“ผลงานชิ้นนี้ก็เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นมาโดย ไม่มีการขอลิขสิทธ์ทางญี่ปุ่นมาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เขียนด้วยความชื่นชอบในตัวละครฮีโร่เหล่านี้ล้วนๆ”

ผลงานการ์ตูนของคนไทยที่อ้างอิงมาจาก ซีรี่ย์ไอ้มดแดง(Kamen rider) ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร ทีวี ไลน์ เมื่อในอดีต โดยทีมงานไลน์อาร์ตแปลนนิ่ง (คาดว่าน่าจะวาดโดยทีมเดียวกับที่วาด Super Machine) โดยเนื้อหามีอยู่ว่า ฮอนโก ทาเคชิ (Rider 1) ได้ไปค้นพบกลุ่มสิ่งมีชีวิตกึ่งจักรกลที่เรียกตัวเองว่า โกลด์เฟส ที่มีแผนการจะยึดครองโลก เขาจึงเรียกระดมผลเหล่าไรเดอร์ตั้งแต่ วีสาม ไปจนถึง สตรองเกอร์ ออกตามหารังลับของเหล่า โกลด์เฟส เพื่อกวาดล้างให้สิ้นซาก จนติดกับ และเกือบเสียที ซันเดอร์สัน คอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ของพวกมัน โชคดีที่ สกายไรเดอร์ ตามมาช่วยไว้ได้ทันการ

กับอีกตอนที่เหล่าไรเดอร์ค้นพบหัวหน้าใหญ่ของเหล่าโกลด์เฟสที่มากบดานอยู่ในญี่ปุ่น พวกเขาฝ่าเข้าไปจนถึงตัว โกลด์เฟสได้สำเร็จ แต่โกลด์เฟสกลับแข็งแกร่งขนาด คว่ำเหล่าไรเดอร์ทั้ง 8 ลงได้ ในช่วงที่หวิดจะเสียท่า ไรเดอร์ซูเปอร์วัน ก็เข้ามากู้สถานการณ์ได้ทันเวลา จนปราบ โกลด์เฟส ลงได้ในที่สุด  อา …จงสู้ต่อไปเถอะไอ้มดแดงทั้งหลาย!……

โดยผลงานชิ้นนี้ก็เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นมาโดย ไม่มีการขอลิขสิทธ์ทางญี่ปุ่นมาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เขียนด้วยความชื่นชอบในตัวละครฮีโร่เหล่านี้ล้วนๆ ซึ่งงานที่คนไทยแต่งนี่ก็น่าสนใจเหมือนกัน ตรงที่ไทยเรายังใส่ชั้นเชิงการเดินเรื่องการหักมุมอะไรเข้ามา ต่างกับการ์ตูนไรเดอร์ของญี่ปุ่นยุคเดียวกันที่แค่ให้สัตว์ประหลาดโผล่มา ไอ้มดแดง โผล่มากระโดดถีบแล้ว จบ เลยแค่นั้น……

—————————————————————————–

ซูเปอร์อุลตร้า คอนชั่น

“หนึ่งในทีมงานที่สร้างสรรค์การ์ตูนชุดนี้ก็ยังมี คุณ Boon หรือ สมบุญ เกรียงอารีกุล ที่ในปัจจุบันหลายๆ คนจะรู้จักเขาในฐานะกูรูการ์ตูนเก่า และแชมป์แฟนพันธุ์แท้ไอ้มดแดง รวมอยู่ด้วย”

จุดเริ่มต้นของการ์ตูนชุดนี้เกิดขึ้นเมื่อ ทางญี่ปุ่นฉาย อุลตร้าแมน 80 จบไป ทางซึบุราย่าก็ได้พักการสร้างอุลตร้าแมนตัวใหม่ๆไป ทำให้ทางแฟนๆ ในเมืองไทยทนคิดถึงอุลตร้าแมนไม่ไหว เป็นที่ทางทีวีไลน์อีกแล้ว ที่ตัดสินใจสร้างยอดมนุษย์ตัวใหม่ขึ้นมา จนกลายมาเป็น อุลตร้าแมน นอกระบบดาว M 78 ผู้มีนามว่า คอนชั่น!

โดยการผูกเนื้อหาให้ อุลตร้า คอนชั่น นั้น เป็นยอดมนุษย์เชื้อสายเครือญาติกับดาว M 78 ที่แยกตัวไปปกครอง ดาวซันดาส และคอนชั่น นั้นก็มีศักดิ์เป็นถึงเจ้าชายเลยทีเดียว และได้ถูกส่งตัวไปฝึกฝนวิชาต่อสู้กับอุลตร้าแมนคิง เมื่อเติบใหญ่เขาก็ลงมาปฎิบัติการปกป้องโลก ร่วมกับเหล่าพี่น้องอุลตร้า! ถึงแม้ อุลตร้าคอนชั่น จะมีความยาวแค่ 7 ตอนเท่านั้น แต่การ์ตูนชุดนี้ก็สร้างเสียงฮือฮาในแวดวงนักอ่านช่วงนั้นได้มากพอควร และหนึ่งในทีมงานที่สร้างสรรค์การ์ตูนชุดนี้ก็ยังมี คุณ Boon หรือ สมบุญ เกรียงอารีกุล ที่ในปัจจุบันหลายๆ คนจะรู้จักเขาในฐานะกูรูการ์ตูนเก่า และแชมป์แฟนพันธุ์แท้ไอ้มดแดง รวมอยู่ด้วย ! เรียกได้ว่าอุลตร้าคอนชั่น เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่ช่วยสร้างกระแส ยอดมนุษย์ฝีมือคนไทยในช่วงนั้นออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุลตร้า มาเควส หรือ อุลตร้าอัลเดีย ก่อนหน้าที่ ไชโย โปรดักชั่น  จะออก อุลตร้าแมนมิลเลเนี่ยม ออกมาในอีกหลายสิบปีให้หลัง…..

—————————————————————————–

โดเรม่อนปะทะดราก้อนบอล!

“เอาภาพจากทั้งโดเรม่อนและดราก้อนบอลมาตัดแปะปนกัน จนยำใหญ่ออกมากลายเป็น โนบิตะปะทะ เบจิต้า! โดเรม่อนสู้กับฟรีซเซอร์”

   ส่วนอันนี้ เออ ไม่รู้จะขึ้นต้นยังไง เอาเป็นว่าในยุคที่การ์ตูนพ็อกเก็ตบุ๊คไร้ลิขสิทธ์เบ่งบาน การ์ตูนที่ได้รับความนิยมแพร่หลายมากที่สุด ก็คือ โดเรม่อน ที่มีหลายๆ เจ้าแย่งกันทำเต็มไปหมด ส่งผลให้ให้โดเรม่อนที่วางแผงในช่วงนั้นว่ากันว่าเล่มนึงจะมีตอนใหม่ๆ แทรกอยู่แค่ ตอนสองตอน เท่านั้น

อาจเป็นจุดนี้ก็ว่าได้กระมัง เลยมีนักจัดทำการ์ตูนหัวเส(?) กะจะสร้างความแปลกใหม่ให้กับรวมเล่มโดเรม่อนของตัวเอง ด้วยการจับเอา โดเรม่อนมาเจอกับเหล่านักสู้จากดราก้อนบอลหน้าตาเฉย!!

โดยการจัดทำในลักษณะนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เป็นการถ่ายเอกสาร เอาภาพจากทั้งโดเรม่อนและดราก้อนบอลมาตัดแปะปนกัน จนยำใหญ่ออกมากลายเป็น โนบิตะปะทะ เบจิต้า! โดเรม่อนสู้กับฟรีซเซอร์ ไปได้อย่างน่าอัศจรรย์!…….

ทำไปทำมาไอ้การ์ตูนแบบนี้ดันฮิต(ล่ะมั้ง) เพราะผู้เขียนเองก็จำได้ว่าช่วงนั้นตอนเรียนประถมไอ้การ์ตูนดราก้อนบอลผสมโดเรม่อนนี้ มันแพร่ระบาด เต็มไปหมด แบบว่า เฮีย โทริยาม่า กับ โชกักกุคัง มาเห็นคงใบ้รับประทาน คาดว่าการ์ตูนเลียนแบบอย่าง ไดโรม่อน – (อ่านข้อมูลเรื่องนี้ได้ที่ https://www.plotter.in.th/?p=730 ) เองก็คงกำเนิดเอาช่วงๆ นี้แหละครับ ยังไงก็บันทึกเอาไว้ตรงนี้ในฐานะของแปลกแล้วกัน (ฮา)

—————————————————————————–

Innocent Series

“ผลจากการที่ เดอะ ดวง ทะลึ่งหยิบ เทเลทับบี้ส มาใช้นี้ ทำให้ในฉบับรวมเล่ม ต้องมาปรับแก้ลบร่องรอยของเทเลทับบี้ส์ ออกไปกันเป็นการใหญ่”

     ขอปิดท้ายกันด้วยผลงานของชาว Let’s เรานี้เอง โดย Innocent series เป็นผลงานเรื่องยาวของ เดอะดวง ที่ตีพิมพ์ใน Let’s รายเดือนยุคแรกๆ(ไซส์ แม็กกาซีน) ถ้าถามว่าแล้วมันผิดกฎหมายตรงไหน? ถ้ายังจำกันได้ จะมีคาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนมาสค็อท ที่ชื่อ TooLoToboo ที่ไอ้หนูขี้มูกยืดหนึ่งในตัวละครหลักคลั่งไคล้เป็นอันมาก และถ้าใครยังเก็บ Let’s เล่มแรกๆ ไว้ คงเข้าใจทันทีว่า ทูลูทูบู้ ก็คือ เทเลทับบี้ส นี่เอง! ผลจากการที่ เดอะ ดวง ทะลึ่งหยิบ เทเลทับบี้ส มาใช้นี้ ทำให้ในฉบับรวมเล่ม ต้องมาปรับแก้ลบร่องรอยของเทเลทับบี้ส์ ออกไปกันเป็นการใหญ่ ถึงจะวางจำหน่ายได้ ใครยังเก็บ Let’s เล่มแรกๆ ไว้ลองเอามาเทียบกับรวมเล่มดูนะครับ

—————————————————————————–

ก็จะเห็นว่างานการ์ตูนหลายๆ เรื่องถึงแม้จะได้ชื่อเป็นการ์ตูนเลียนแบบหรือวาดโดยผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีความคิดสร้างสรรค์ ที่น่าชมเชยด้วยเช่นกัน แต่สุดท้ายแล้วผมว่างานการ์ตูนหรือผลงานที่คิดเอง สร้างสรรค์เอง ก็น่าจะเป็นผลงานที่น่าจะทำให้เรายืดอกภาคภูมิใจได้มากกว่าอยู่นั่นเองแหละครับ อย่างว่า คิดเอง เขียนเอง มันกว่าเยอะนา

—————————————————————————–

จาก Let’s comic ฉบับที่ 18

การ์ตูนไทยสไตล์แนว ๆ พบกับงานของนักเขียนมากมายภายในเล่ม อาทิ

DIO / มังกร / M / santi / ม่อนม่อน / TAKS

และบทความน่าสนใจ เช่น

SCOOP – ลอดช่อง ย้อนกลับไปดูต้นกำเนิดการ์ตูนโลก

สัมภาษณ์พิเศษ – รางวัลการ์ตูนนานาชาติ

และอื่น ๆ อีกภายในเล่ม

ทดลองอ่านได้ที่ : http://www.ookbeecomics.com/manga-and-comics/Lets-comic-18/detail-page/1343?lang=th

สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ : http://www.letscomicshop.com/product/80/lets-comic-18

Line @letscomic

—————————————————————————–

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter

ข้อมูลประกอบการเขียน

Mast No. 53 ปี 2005 , Newsarama.com, หนังสือ Comic Book action hero โดย mike conroy  ,animenewsnetwork.com และ ขอขอบคุณ ภาพข้อมูลเด็ดๆจาก pantip และ บอรด์ kamoman, Wikipedia, I am magazine no.17 ปี 2007

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"