ย้อนดูผลงานก่อนจะดังของนักเขียนญี่ปุ่น

จากคอลัมน์ Let’s List ประจำ Let’s comic ฉบับที่ 20 ประจำเดือน กรกฎาคม 2555

โดย นิรวาณ คุระทอง

เคยมีคำกล่าวเอาไว้ว่า “ทุกตำนานย่อมมีจุดเริ่มต้น” เป็นที่รู้กันดีว่าเจ้าพ่อ Star Wars อย่าง จอร์จ ลูคัส ก่อนจะโด่งดังคับฟ้าด้วยมหากาพย์อวกาศ ก็เคยแป้กมาแล้วกับผลงานชิ้นแรกในวงการ ด้วยหนังไซไฟนาม THX 1138 หรือแม้กระทั่งผู้กำกับอย่าง เดวิด ฟินเชอร์ ก่อนจะได้ออสการ์จากหนังอย่าง Social Network ผลงานชิ้นแรกในโลกภาพยนตร์ของเขาดันกลายเป็นหนังอย่าง Alien 3 ที่หลายๆ คนด่ากันเปิง

ข้ามมายังวงการการ์ตูนกันบ้าง นักเขียนนักวาดหลายๆ ท่านก็ย่อมต้องมีผลงานชิ้นแรกลงประเดิมกันในโลกแห่งการ์ตูน บางคนประเดิมผลงานชิ้นแรกแล้วแป้ก ต้องไปแก้มือในผลงานชิ้นถัดไป บางคนอาจลงเรื่องยาวเรื่องแรกแล้วฟลุค กลายเป็นการ์ตูนขายดี แล้วผลงานชิ้นต่อๆ มากลายเป็นไม่ดังเลยก็มี บางคนอาจเสมอต้นเสมอปลาย มีแต่งานการ์ตูนที่ดังระดับกลางๆ เสมอมา เอาเป็นว่าหากอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้รบกวนไปอ่าน บาคุมัง กันเอาเอง

ว่าแล้วหัวข้อในรั้งนี้จึงขอพามิตรรักนักอ่านย้อนไปดู “ผลงานก่อนจะดัง” ของบรรดานักวาดญี่ปุ่นที่โด่งดังในบ้านเรา กันล่ะครับ

————————————————————————————————————————

Dragon Boy

ผลงานการ์ตูนเรื่องสั้นสองตอนจบ ของ โทริยาม่า อากิระ ที่วาดในปี 1983 เนื้อหากล่าวถึง ถังตัน เด็กหนุ่มผู้มีปีกและหางของมังกร ที่ได้รับมอบหมายจาก อาจารย์ ให้ทำหน้าที่อารักขาเจ้าหญิงองค์หนึ่ง ให้เดินทางกลับประเทศของเธอ โดยปลอดภัย ระหว่างทางพวกเขาก็ต้องปะทะกับปีศาจและตัวประหลาดสารพัดชนิดตามสูตร การ์ตูนโชเน็น

โทริยาม่า อากิระ

อย่างไรก็ดี ต่อมาองค์ประกอบหลายๆ อย่างจากเรื่องสั้นชุดนี้ ก็ได้ถูก อาจารย์ โทริยาม่า นำมาใช้ใหม่ เมื่อเขาเริ่มเขียน ดราก้อนบอล เช่น ตัวเอกของดราก้อนบอยนั้นแน่นอนว่าถูกนำมาปรับเปลี่ยน เป็น โงกุน ส่วนเจ้าหญิงก็ถูกนำมาเปลี่ยนเป็น บลูม่า (กับ จีจี้) นั่นเอง…

————————————————————————————————————————

อมนุษย์ Baoh

          ผลงานการ์ตูนเรื่องยาวเรื่องแรกในวงการ ของเจ้าพ่อ “แอ่น” ฮิโรฮิโกะ อารากิ (โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ) ที่เขาเขียนลงนิตยสาร โชเนนจั้มป์ ช่วงปี 1984-1985 เนื้อหากล่าวถึงเด็กหนุ่มนาม อิคุโร่ ฮาชิซาว่า ผู้ถูกองค์กร จูดาส ลักพาตัวไปดัดแปลงเป็นอาวุธชีวภาพในนาม คาเมนไรเดอร์ เอ๊ย บาโอห์ และเขาได้หลบหนีจากพวกมันด้วยความช่วยเหลือของ ไวโอเล็ท เด็กหญิงอายุสิบขวบ ผู้มี พลังจิต

ฮิโรฮิโกะ อารากิ

และถึงจะเป็นการ์ตูนซีรี่ย์ที่ไม่ยาวมากนัก (รวมเล่มได้สองเล่มจบ) ในปี 1989 บาโอห์ ก็ได้ถูกเลือกไปสร้างเป็น OVA (Original Video Animation) ตอนเดียวจบด้วยนะ

————————————————————————————————————————

Ring ni Kakero

          ผลงานเรื่องยาวชิ้นแรกที่ได้รับการตีพิมพ์ลงใน นิตยสารโชเนนจัมป์ ของ มาซามิ คุรุมาดะ ที่ปัจจุบันหลายคนคงรู้จักผลงานกันเป็นอย่างดีจากการ์ตูนอมตะ นิรันดร์กาล อย่าง เซ็นต์เซย่า นั่นเอง เนื้อหากล่าวถึง เด็กหนุ่มนาม เรียวจิ ทาคาเนะ ผู้เป็นทายาทของอดีตนักชกผู้โด่งดัง ที่ต้องการเดินตามรอยพ่อ ด้วยการออกเดินทางฝึกฝนท้าชิงตำแหน่งจากนักชกทั่วโลก โดยมี น้องสาวของเขาเป็นผู้ช่วย ผลงานชุดนี้สร้างชื่อให้เขาเป็นอย่างมาก จนได้วาดต่อเนื่องอย่างยาวนาวตั้งแต่ปี 1977-1981 ก่อนจะพีดสุดๆ กับ เซนต์เซย่า นั่นเอง

มาซามิ คุรุมาดะ

นอกจากนั้นแล้วมังงะชุดนี้ยังมีโอกาสได้กลายมาเป็นอนิเมะฉายทาง ทีวี อีกด้วย แต่ก็ต้องรอหลังจากเวอร์ชั่นหนังสือจบไปแล้วถึง สิบกว่าปี เพราะกว่าจะได้มาขึ้นจอ ก็ผ่านมาถึงปี 2004 แน่ะ ส่วนเวอร์ชั่นคอมมิคก็มีภาคต่อตามมาในปี 2000 ที่เนื้อหาจะกล่าวถึงรุ่นลูกของพระเอกแล้ว (มีลิขสิทธ์ในบ้านเรา ของค่าย เนชั่น นั่นเอง)

————————————————————————————————————————

Cyborg G จัง

          ผลงานขนาดยาวเรื่องแรกใน โชเนนจัมป์ ของ โอบาตะ ทาเคชิ ที่เขียนลงในช่วงปี 1989 เนื้อหากล่าวถึง ครอบครัวไคโซ ที่อาศัยอยู่ในบ้านนอก โดยครอบครัวนี้มีปู่จอมเพี้ยนเป็นนักวิทยาศาสตร์ ลูกอีช่างคิดสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาเสมอ (แต่ไอ้ผลงานที่สร้างออกมานั่นไม่เคยทำประโยชน์ให้ใครเลย) อยู่มาวันดีคืนดี คุณปู่ก็อุตริดัดแปลงตัวเองเป็นไซบอร์ก เสียอย่างนั้น! แล้วเรียกตัวเองว่า จีจัง พร้อมทั้งอพยพสำมะโนประชากรทั้งบ้านย้ายไปโตเกียว (เพื่อจะสร้างความปั่นป่วนให้กับตัวประกอบตาดำๆ) แถมยังชุบวงศาคณาญาติตัวเองให้เป็นไซบอรก์เสียอีกแน่ะ…

โอบาตะ ทาเคชิ

ดูจากยุคนั้นแล้วถือเป็นแนวคิดที่แหวกแนวทีเดียว(จริงๆ สมัยนี้ก็ด้วยนะ) ที่อาจารย์โอบาตะ กล้าหาญชาญชัยหยิบเอาแคแร็กเตอร์ตัวละครคนแก่ ขึ้นมาเป็นตัวเอกในนิตยสารการ์ตูนวัยรุ่นแบบนี้ ซึ่งก็เพราะเหตุนี้หรือเปล่าไม่ทราบ ทำให้การ์ตูนชุดนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยม และถูกตัดจบเอาซะดื้อๆ เป็นที่น่าสังเกตว่า อาจารย์ โอบาตะ เองถ้าไม่ได้ให้คนอื่นแต่งเรื่องให้แล้ว การ์ตูนมักจะไม่ดังทุกที(ฮา)

***สามารถดูผลงานอื่นๆ ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้จัก ของอาจารย์ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.plotter.in.th/?p=8776

————————————————————————————————————————

Spider-man ของ อิเคงามิ เรียวอิจิ

          หากจะเอ่ย ถึง อิเคงามิ เรียวอิจิ แล้ว นักอ่านการ์ตูนรุ่นเก๋าในบ้านเราคงคุ้นเคยกับงานของแกดี ในฐานะนักวาดการ์ตูนแนวผู้ใหญ่ขึ้นหิ้งหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นวีรบุรุษจากลหุโทษ Santury ไปจนถึง น้ำตาเพชฆาต หรือที่คนรุ่นหลังๆ อาจจะรู้จักแกผ่านการ์ตูนบั่นทอนปัญญาอย่าง คุโรมาตี้ ที่เอาลายเส้นแกมาล้อเลียนซะเสียผู้เสียคน (ฮา) แต่หลายๆ คนคงไม่รู้ว่า ผลงานชิ้นแรกในวงการของ อาจารย์จะเป็นงานวาด การ์ตูนที่ดัดแปลงมาจากแคแร็กเตอร์ดังระดับโลก นั่นก็คือ ไอ้แมงมุม !!…..

อิเคงามิ เรียวอิจิ

คุโรมาตี้

จุดเริ่มต้นย้อนไปที่ปี 70 ทาง Marvel Comics เริ่มขยายตลาดมาทางฝั่งเอเชีย โดยเริ่มที่ญี่ปุ่น นำไปสู่การสร้างหนังแปลงร่าง (Tokusatsu) ของไอ้แมงมุม ร่วมกับทาง โตเอะ (คงจำไอ้แมงมุมที่มีหุ่นยนต์ขับกันได้นะ เอ๊ย ดักแก่ๆ) รวมไปถึงเวอร์ชั่น มังงะ(หนังสือการ์ตูน) ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร โชเนนแมกกาซีน ช่วงปี 1970-1971 โดยฝีมือของนักวาดหน้าใหม่(ในตอนนั้น) นาม อิเคงามิ เรียวอิจิ!

เนื้อหาของ สไปดี้ ในเวอร์ชั่นนี้ แน่นอนว่าต้องเน้นชาตินิยม เปลี่ยนสัญชาติแคแร็กเตอร์เป็นญี่ปุ่นเปลี่ยนจาก ปีเตอร์ ปารก์เกอร์ เป็นเด็กนักเรียนมัธยมญี่ปุ่น นาม ยู โคโมริ ที่ได้รับพลังมาจากการโดนแมงมุมกัด โดยในเรื่องก็มีผู้ร้ายจากเวอร์ชั่นอเมริกาตามมาราวี ด้วยเช่น อิเล็กโตร  มิสเทอริโอ้ ไปจนถึง เดอะ ลิซารด์ เป็นต้น แต่ในช่วงหลังๆ ของเรื่อง เนื้อหา(รวมถึงลายเส้น) ก็เรียลลิสติกและมืดหม่นขึ้นเรื่อยๆ (ตามอารมณ์ของมังงะยุคนั้น) จนเมื่อมาร์เวล นำมังงะชุดนี้กลับมาแปลและออกวางแผงช่วงปี 1997 แฟนๆการ์ตูนหลายๆ คนก็เห็นว่างานให้อารมณ์ที่แปลกไปจาก สไปดี้เวอร์ชั่นต้นฉบับ และน่าสนใจในแง่ที่ได้เห็นนักวาดชาวเอเชียตีความงานการ์ตูนจากฝั่งตะวันตกออกมาในอีกรูปแบบหนึ่ง…

————————————————————————————————————————

จอมโจร Kaito Kid

     หรือในชื่อซีรี่ย์ว่า Magic Kaito จอมโจร อัจฉริยะ ผลงานการ์ตูนซีรี่ย์ยุคแรกๆ ของ โกโช อาโอยามะ ตีพิมพ์ในนิตยสาร โชเนนซันเดย์ ช่วงปี 1987 เนื้อหากล่าวถึงเด็กหนุ่มนักเรียนมัธยมนาม ไคโตะ คุโรบะ ทายาทของนักมายากลชื่อดัง ก่อนที่เขาจะค้นพบว่าพ่อของเขาคือ จอมโจรคิด หัวขโมยผู้มีชื่อเสียงระดับโลก ผู้ถูกองค์การลึกลับฆ่าตาย เพราะไม่ยอมร่วมมือกับพวกมัน ทำให้เขาใช้ชื่อ จอมโจรคิด ต่อจากพ่อ และ ออกสืบหาพวกมันผ่านทางงานโจรกรรมนั่นเอง…

โกโช อาโอยามะ

เดิมที อาโอยามะ วาดการ์ตูนชุดนี้เป็นรายสะดวก ออกรวมเล่มมาได้สี่เล่ม ก่อนที่ จะนำ จอมโจรคิด ไปเป็นตัวละครขาประจำใน ซีรี่ย์ตัวชวยไม่ยอมโต อย่าง นักสืบจิ๋วโคนัน นั่นเอง ซึ่งด้วยอานิสงค์จาก จอมโจรคิด นี่ก็ไม่รู้หรือเปล่าหนอ ทำให้ โคนัน ฮิต ไม่เลิกมาจน ปัจจุบัน…
***หลังจากจอมโจร อัจฉริยะ อาจารย์ โกโช อาโอยามะ ก็ได้วาด ไยบะ เจ้าหนูซามูไร จนโด่งดังอีกเรื่องด้วยครับ

————————————————————————————————————————

A.I. Think So สมองกลคนสวย

        ผลงานเรื่องยาวแรกเริ่มเข้าวงการของ เจ้าพ่อการ์ตูนหื่น เอ๊ย เลิฟคอมเมดี้ นาม เคน อาคามัตสึ ตีพิมพ์ลงนิตยสาร โชเนนแม็กกาซีน ช่วงปี 1994 เนื้อหาเป็นราวของกระทาชายนาย ฮิโตชิ โคเบ เด็กหนุ่มมัธยมที่เป็นอัจฉริยะด้านโปรแกรมเมอร์ ที่คิดค้น ระบบ A.I.(Artificial Inteligent) ในรูปแบบหญิงสาวนาม เธอร์ตี้ ออกมาได้ บังเอิญด้วยอุบัติเหตุไฟช็อต เลยทำให้คุณ เธอ มีตัวมีตนขึ้นมาในโลกแห่งความเป็นจริง นำเรื่องวุ่นวาย(และขายฝัน)มาสู่ชีวิตประจำวันของเขามากมาย

เคน อาคามัตสึ

ว่ากันตามตรงพล็อตการ์ตูนเรื่องนี้ดูจะได้รับอิทธิพลมาจากการ์ตูนแนว Idol อย่าง Ah My Godess ผสมกับ Video Girl มาพอสมควร อย่างไรก็ดีหลังจากงานชิ้นนี้ไปแล้ว เคน อากามัตสึ ก็ปรับลายเส้นตัวเอง มาวาดการ์ตูนแนว Love Comedy อย่าง Love Hina จนโดนใจโอตาคุทั้งหลาย ในช่วงปี 2000 ก่อนจะต่อยอดมากับ คุณครูจอมเวทย์ เนกิมะ ในปัจจุบัน เรียกได้ว่า หากไม่มี สมองกลคนสวย แล้ว เคน อาคามัตสึ ก็คงไม่ประสบความสำเร็จในฐานะ เจ้าพ่อการ์ตูน ฮาเร็ม+แฟนเซอร์วิส+เลิฟคอเมดี้ มาจนถึงปัจจุบันก็เป็นได้……

————————————————————————————————————————

เทวฤทธิ์พันมือ (Butsu Zone)

      การ์ตูนเรื่องยาวเรื่องแรกของ ฮิโรยูกิ “ปาหมอนคิง” ทาเคอิ ที่วาดลงนิตยสาร โชเนนจัมป์ ช่วงปี 1997 เป็นเรื่องราวของ เด็กหญิงนาม ซาจิ ผู้มีชะตากรรมจะเติบโตเป็น เทพ มิโรกุ (ตามศานาพุทธของญี่ปุ่น) ทำให้พวกมารร้ายคอยจ้องเล่นงานเธอ แต่เธอก็ได้รับความช่วยเหลือจาก เซนจู เทพเจ้าปาง อวโลกีเตศวรที่อวตารร่างตัวเองผ่านทางเทวรูปเพื่อปกป้องเธอ

ฮิโรยูกิ ทาเคอิ

โดยคอนเซปท์ของเรื่อง ก็จะเป็นการนำเทพหรือ รูปเคารพ ในตำนานพุทธศาสนามาตีความใหม่ ในรูปแบบการ์ตูนโชเนนแอ็กชั่น เช่น เซนจู พระเอกของเรื่องก็มี พาวเวอร์อารม์เมอร์ ในรูปแบบ แขนกลนับพัน นั่นเอง โดยในเรื่องก็จะมีองค์ประกอบอะไรหลายๆ อย่างที่ ทาเคอิ นำกลับไปใช้ในชาแมนคิงด้วยอย่าง แอนนา นางเอกของชาแมนคิง ก็โผล่ในเรื่องนี้ด้วยนะ

ก็ไม่รู้ว่าเพราะคอนเซปท์เรื่องจะเป็นการหลบหลู่ศาสนาไปหรือเปล่าหนอ (เล่นเอาพระพุทธรูปมาตีกันอ่ะนะ) ทำให้เรื่องนี้โดนตัดจบเสียดื้อๆ แปลกแต่จริง ถึงกระนั้นบ้างก็ว่าเรื่องนี้ยังจบลงตัวกว่า ชาแมนคิง แยะเลย(ฮา)

————————————————————————————————————————

       ก็จะเห็นได้ว่านักวาดการ์ตูนหลายๆ คน ก่อนจะมีชื่อเสียง ประสบความสำเร็จ ก็ย่อมต้องมีก้าวแรกกันทั้งนั้น ของบ้านเราถ้าก้าวกันต่อไปอย่างไม่ท้อถอย สักวันวันของเราต้องมาเยือนแน่ ครับ…..

————————————————————————————————————————

จาก Let’s comic ฉบับที่ 20

การ์ตูนไทยสไตล์แนว ๆ พบกับงานของนักเขียนมากมายภายในเล่ม อาทิ

DIO / สะอาด / M / มังกร / ปูเส้น / Puck / ม่อนม่อน

และบทความน่าสนใจ เช่น

SCOOP – ลอดช่อง วิเคราะห์การ์ตูนใบ้จากประเทศอิหร่าน

รวมการ์ตูนในอดีตก่อนดัง ของปรมาจารย์นักวาดการ์ตูนญี่ปุ่น

และอื่น ๆ อีกภายในเล่ม

ทดลองอ่านได้ที่ : http://www.ookbeecomics.com/manga-and-comics/Lets-Comic-20/detail-page/1345?lang=th

สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ : http://www.letscomicshop.com/product/82/lets-comic-20

Line @letscomic

————————————————————————————————————————

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter

ข้อมูลประกอบการเขียน

Wikipedia , Comic Quest ฉบับที่8 และ 12 (2002) ,T.v. Magazine Hero Vol.15

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"