โก เจ แปน ตะลุยญี่ปุ่น ตามรอยการ์ตูนดัง

จากคอลัมน์ Let’s see ประจำ Let’s comic ฉบับที่ 11 ประจำเดือน พฤศจิกายน 2553

by Mikan

สามเดือนสุดท้ายของปีมาถึงอีกแล้ว พร้อมกับความรู้สึก “อยากเที่ยวๆๆๆ” ที่สั่งสมมาตั้งแต่ต้นปี และถูกบ่มจนสุกงอมด้วยอากาศเย็นที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา หลายคนที่มีทุนทรัพย์หน่อยคงเริ่มวางแผนจองทัวร์ช่วงปลายปีกันแล้ว นอกจากเที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้… ปลายทางในฝันของชาวเราคงไม่พ้น ‘ญี่ปุ่น’ ดินแดนแห่งความผูกพันในวัยเยาว์ กับตัวการ์ตูนและเหล่านักสู้ผู้เป็นที่รัก แฟนหนังเกาหลีเค้ายังมีทัวร์ตามรอยซีรีส์ แฟนการ์ตูนญี่ปุ่นก็ต้องมีตามรอยการ์ตูนบ้างสิ พร้อมแล้วก็ไปกันเลย  Let’s go…!

—————————————————————————————————————-

Tezuka Osamu Manga Museum

อันดับแรกก็ต้องไปคารวะ ‘บิดาแห่งการ์ตูนญี่ปุ่น’ กันก่อน เท็ตสึกะ โอซามุ คุณหมอผู้หันมาเอาดีด้านการ์ตูน จนกลายเป็นผู้บุกเบิกแนวทางของการ์ตูนญี่ปุ่น เจ้าของผลงานคลาสสิคอย่าง เจ้าหนูอะตอม, Black Jack หมอปีศาจ, วิหคเพลิง ฮิโนโทริ ฯลฯ นอกจากนั้น โอซามุยังก่อตั้งสตูดิโอผลิตอนิเมชั่น บุกเบิกการสร้างหนังการ์ตูนทีวีของญี่ปุ่นอีกด้วย เขาจากไปด้วยโรคมะเร็งช่องท้องในวัย 60 ปี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 1989 ด้วยคำพูดสุดท้ายคือ “ขอร้องเถอะ ปล่อยให้ผมทำงาน!” ทุ่มเทให้กับวงการการ์ตูนขนาดนี้ จึงมีการสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นเกียรติแก่โอซามุ และเป็นมรดกแก่คนรุ่นหลังต่อไป

Tezuka Osamu Manga Museum ตั้งอยู่ที่เมืองทาคาระซูกะ จังหวัดเฮียวโงะ ที่ที่โอซามุเคยอยู่สมัยเด็กๆ เปิดทำการตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน ปี 1994 มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกมีวิหคเพลิงตัวใหญ่คอยต้อนรับที่ทางเข้า บนพื้นก็มี Walk of Fame ลายเซ็นและรอยมือตัวการ์ตูนดังของโอซามุประทับอยู่ พอเข้าไปจะพบกับห้องโถงที่ตกแต่งด้วยภาพการ์ตูนของเขา ตู้จัดนิทรรศการรูปร่างเหมือนไทม์แคปซูล บรรจุสิ่งของที่เป็นแรงบันดาลใจ ผลงานและของเล่นต่างๆ จากการ์ตูนของโอซามุ และยังมีโรงหนังขนาดเล็กฉายสารคดีชีวิตของเขาด้วย แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นนะ

ชั้นใต้ดินเป็นห้องที่ดูเหมือนห้องทำงานของ ดร.เทนมะ มีโต๊ะแบบเดียวกับที่โอซามุใช้ทำงานตั้งอยู่ จัดแสดงแบบจำลองของเมืองทาคาระซูกะ และยังมี ‘Animation Workshop’ ให้ผู้เข้าชมทดลองทำอนิเมชั่นด้วยตัวเอง ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการหลายอย่าง มีห้องสมุดรวมหนังสือการ์ตูนของโอซามุกว่าห้าร้อยเรื่อง ห้องสมุดวิดีทัศน์และเล้าจน์ที่ตกแต่งโดยได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนเรื่อง คิมบา สิงห์ขาวเจ้าป่า กินอาหารเย็นแกล้มการ์ตูนโอซามุอ่านฟรีกันให้เปรมไปเลย

—————————————————————————————————————-

Ghibli Museum

สถานที่ในฝันของแฟนอนิเมชั่นใสๆ ซึ้งๆ อย่างสตูดิโอจิบลิ ผู้ผลิตการ์ตูนดีๆ อย่าง Spirited Away, My Neighbors Totoro, Kiki’s Delivery Service ฯลฯ คอนเซ็ปท์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือ ‘เรามาหลงทางด้วยกันเถอะ’ หลงไปในอาคารสีสันสดใสข้างๆ สวนเขียวขจีของเมืองมิทากะ มีโตโตโระตัวใหญ่คอยบอกทางผู้มาเยือน ทันทีที่ตีตั๋วเข้าชม เราจะได้รับแผ่นฟิล์มจากหนังของจิบลิมาเป็นที่ระลึก ภายในพิพิธภัณฑ์ตกแต่งอย่างวิจิตร หน้าต่างประดับกระจกสีเป็นลวดลายการ์ตูน มีบันไดเวียน กระดิ่งลม และยอดโดมกระจกที่แสงส่องลงมา ดูราวกับฉากหลังในหนังจิบลิสักเรื่อง มีโรงหนังเล็กๆ ชื่อ Saturn Theatre ฉายหนังสั้นโปรแกรมพิเศษ และห้องนิทรรศการแสดงขั้นตอนการทำหนังอนิเมชั่น เริ่มตั้งแต่ห้องทำงานของ ฮายาโอะ มิยาซากิ ผู้กำกับคนเก่งที่มีภาพสเก็ตซ์ล้นห้อง ไปจนถึงกลไกอนิเมชั่นแบบ Zoetrope ที่นำหุ่นตัวการ์ตูนของจิบลิมาขยับทีละนิด หมุนให้ดูกันจะๆ

ส่วนชั้นสองก็มีรถบัสแมว หรือ Neko Bus จากเรื่องโตโตโระที่มาทอดกายให้เด็กๆ ปีนป่ายเล่นอย่างสนุกสนาน ส่วนห้อง Space of Wonder ก็มีเพดานเพ้นท์มือเป็นรูปท้องฟ้าสดใส ดวงอาทิตย์และดอกไม้เบ่งบาน ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นตัวการ์ตูนจิบลิเรื่องต่างๆ อย่างแม่มดน้อย กีกิ หรือเนาว์สิก้า ซ่อนอยู่ด้วยนะ นอกจากนั้นยังมีห้องสมุดรวบรวมหนังสือและงานศิลปะที่แนะนำ และร้านขายของที่ระลึกน่ารักๆ เพียบ แถมยังมีหนังอนิเมชั่นแปลกๆ ให้ซื้อเก็บอีกด้วย

ยังไม่หมด ชั้นดาดฟ้ายังมีหุ่นเหล็กใน Laputa Castle in the Sky ยืนเด่นเป็นสง่า นอกอาคารก็มี Straw hat café’คาเฟ่แบบเอ้าท์ดอร์ให้บริการอาหารว่างอร่อยๆ จากวัตถุดิบธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศชิลๆ บนระเบียงน่านั่งมองลงไปเห็นสวนที่มีศาลาทรงยุโรปและปั้มน้ำแบบโบราณ แหม อยากจะหลงอยู่ที่นี่ตลอดไปซะจริงๆ

—————————————————————————————————————-

Mizuki Shigeru Memorial Museum

กิกิกิกิ ได้ยินเสียงเหล่าแมลงร้องสรรเสริญผีน้อยคิทาโร่ผู้เก่งกล้ารึเปล่า แฟนการ์ตูนรุ่นใหญ่คงรู้จักผีน้อยโลกวิญญาณ ผู้มีพ่อเป็นลูกตาคนนี้ดี ผีน้อยคิทาโร่ เป็นการ์ตูนอิงความเชื่อเรื่องภูติผีปีศาจของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จนนักเขียน มิซึเกะ ชิเงรุ ได้รับรางวัลในฐานะผู้สืบทอดวัฒนธรรม และมีการสร้างพิพิธภัณฑ์ให้กับเขาที่บ้านเกิดเมืองซาไกมินาโตะ และยังทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดเก๋ไก๋ เริ่มต้นด้วยรถไฟสายคิทาโร่ (Kitaro Train) ขบวนพิเศษที่วิ่งจากเมืองโยนาโกไปยังซาไกมินาโตะ มีทั้งหมด 16 สถานี ตั้งชื่อตามปีศาจต่างๆ รอบตู้และภายในยังระบายเป็นรูปปีศาจอีกด้วย เมื่อมาถึงสถานี Sakaiminato-Kitaro Station คุณจะพบกับรูปปั้นของมิซึเกะกำลังนั่งทำงาน โดยมี คิทาโร่, เจ้าหนูผี และคุณพ่อลูกตา ห้อมล้อมมองดูอยู่

จากสถานีรถไฟ เดินไปตามถนน Mizuki Shigeru Road ที่ยาวประมาณ 800 เมตร มีรูปปั้นบรอนซ์ของตัวละครภูตผีปีศาจจากการ์ตูนเรื่องนี้เรียงรายอยู่กว่า 130 ตัว ทั้งคิทาโร่ เจ้าหนูผี แมวสาว ปีศาจร่ม โคมไฟปีศาจ ฯลฯ แซมด้วยร้านค้าขายอาหารและของที่ระลึกสุดพิเศษหาที่ไหนไม่ได้ มีศาลเจ้าปีศาจ ไฟถนนรูปลูกตา และตู้ไปรษณีย์ปีศาจ ที่ถ้าเกิดใครส่งจดหมายผ่านตู้นี้ล่ะก็ จะได้รับประทับตราไปรษณีย์ปีศาจด้วยนะ

สุดถนนสายวิญญาณนี้ คือที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ Mizuki Shigeru Memorial Museum นอกจากจะมีการเปิดโลกปีศาจญี่ปุ่นให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสด้วยเทคนิคต่างๆ ทั้งการแสดงหุ่นสามมิติ แสง สี เสียง ภาพเคลื่อนไหวผ่านจอขนาดใหญ่ นอกจากนั้นยังมีชีวประวัติของ มิซึเกะ ชิเงรุ และคอลเลคชั่นปีศาจหายากจากทั่วโลกของเขาเอง ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นแฟนพันธุ์แท้เรื่องปีศาจ ใครชอบคิทาโร่ห้ามพลาดที่นี่เด็ดขาด! กิกิกิกิ

—————————————————————————————————————-

Bandai Museum

          เอาใจสาวกกันดั้มสักหน่อย ด้วยการแวะไปชมพิพิธภัณฑ์บันได ผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งเคยยิ่งใหญ่เกรียงไกรอยู่ในเมืองชิบะ แต่ปัจจุบันย้ายมาอยู่ที่เมืองมิบุอันไร้ร้างห่างไกลปืนเที่ยง (จึงควรเป็นแฟนเดนตายจริงๆนะจ้ะ) ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีหุ่นกันดั้มขนาดยักษ์คอยต้อนรับ แบ่งออกเป็น 4 นิทรรศการ คือ World Toys ของเล่นรอบโลก, Japanese Toys ของเล่นญี่ปุ่น, Hobby Museum ของเล่นยามว่างอย่างพวกกันดั้ม และ Edison Museum หรือของประดิษฐ์ของ โทมัส เอดิสัน นักประดิษฐ์หลอดไฟคนแรกของโลกนั่นเอง (เกี่ยวกับบันไดอย่างไรก็ไม่รู้)

สิ่งที่หายไปอย่างน่าเสียดายใน Bundai Museum เวอร์ชั่นใหม่นี้ ก็คือ G-Style Café’ คาเฟ่สุดคูลที่เคยให้บริการอาหารและเครื่องดื่มแนวกันดั้ม เหลือเพียงตู้กดน้ำกระป๋องลายกันดั้มเท่านั้นเอง นอกจากนั้นก็มี Play Area ห้องที่มีของเล่น กันดั้ม และวีดีโอเกม ให้เด็กเล็กและเด็กโข่งเล่น ถ้ายังไม่จุใจแฟนกันดั้ม ยังมี Bundai Hobby Center ตั้งอยู่ที่เมืองชิซุโอกะ เป็นโรงงานผลิตกันดั้มที่เปิดให้เข้าชมเหมือนกันจ้า

—————————————————————————————————————-

Ishinomaki Mangatton Museum

ไปบันไดมาแล้วก็ถึงคราวของไอ้มดแดงกันบ้าง นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง โชทาโร่ อิชิโนะโมริ ผู้ให้กำเนิดคาเมนไรเดอร์ หรือไอ้มดแดง, Cyborg 009 และ Robocon ตั้งอยู่ที่อำเภออิชิโนะมากิ จังหวัดมิยะงิ ที่ได้ชื่อว่ามังกัตตัน (Manga + Manhattan) ก็เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะรูปร่างเหมือนแมนฮัตตันนั่นเอง เมืองนี้ก็มีสีสันไม่แพ้เมืองของคิทาโร่ นั่นคือทันทีที่มาถึงสถานีอิชิโนะมากิ บรรดาฮีโร่ยอดมนุษย์ต่างๆ ก็ออกมาเพ่นพ่านกันให้เพียบ สร้างบรรยากาศวัยเด็กตามรายทางไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ทรงกลมรูปร่างเหมือนยานอวกาศที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ

ภายในมีพนักงานคอยต้อนรับในชุดยูนิฟอร์มของการ์ตูน Cyborg 009 นอกจากจะมีนิทรรศการการ์ตูนของอิชิโนะโมริแล้ว ที่นี่ยังเป็นศูนย์เผยแพร่วัฒนธรรมมังงะ มีห้องสมุดการ์ตูน และนิทรรศการเกี่ยวกับการ์ตูนที่น่าสนใจ ห้องฉายหนัง และห้องทำอนิเมชั่นด้วยนะ

—————————————————————————————————————-

 Gosho Aoyama Manga Factory

เอาใจคอการ์ตูนรุ่นเยาว์กันบ้างกับพิพิธภัณฑ์ของ โกโช อาโอยาม่า เจ้าของผลงาน โคนัน นักสืบเดี๋ยวเด็กเดี๋ยวหนุ่มยอดฮิต ที่โด่งดังซะจนเมืองโฮคุอิ บ้านเกิดของเขาได้สร้างอนุสรณ์สถานเพื่อเป็นเกียรติให้กับเขา (และโปรโมทการท่องเที่ยวของเมืองด้วย) นั่นคือสะพานโคนัน (Conan Bridge) ที่ทอดข้ามแม่น้ำยูระ, รูปปั้นโคนัน เอโดะกาว่า ตัวการ์ตูนที่ดังที่สุดของเขาที่ตั้งอยู่ในเมือง และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ซึ่งอุทิศให้กับการ์ตูนเรื่อง ไยบะ และโคนัน โดยเฉพาะ ภายในมีรูปปั้นตัวการ์ตูนต่างๆ ชีวประวัติและห้องทำงานของโกโช อาโอยาม่า มินิเธียร์เตอร์ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ครบครัน

 —————————————————————————————————————-

Chibi Maruko-chan Land

          ปิดท้ายด้วยสถานที่น่ารักๆ ที่จะทำให้คุณคิดถึงวันวานอันแสนหวานไปกับมารุโกะจัง สาวน้อยช่างฝันในการ์ตูนของ โมโมโกะ ซากุระ ที่เอาชีวิตวัยเยาว์ช่วงกลางยุค 70 ของเธอเองมานำเสนอจนกลายเป็นการ์ตูนทีวีสุดฮิต มารุโกะจังแลนด์ ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของ S-Pulse Dream Plaza ในเมืองชิซูโอกะ ซึ่งเป็นบ้านเกิดและฉากหลังของมารุโกะจังนั่นเอง ภายในมีการจำลองสถานที่ในโลกของมารุโกะ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความอบอุ่นแบบย้อนยุค นอกจากนั้นพลาซ่าแห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ซูชิแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น Shimizu Sushi Museum และมีพิพิธภัณฑ์ฟุตบอล Shimizu Soccer Museum ให้แวะชมกันด้วยนะ

—————————————————————————————————————-

          จะเห็นว่าประเทศญี่ปุ่นเขาให้ความสำคัญกับการ์ตูน และใช้การ์ตูนในการโปรโมทประเทศได้อย่างฉลาดหลักแหลม หวังว่าในอนาคตเมืองไทยเราจะมีพิพิธภัณฑ์การ์ตูนกับเขาบ้าง เพราะการ์ตูนเป็นสื่อในการเผยแพร่วัฒนธรรมได้อย่างล้ำลึก สำหรับคนที่สนใจสถานที่ท่องเที่ยวเชิงการ์ตูนในประเทศญี่ปุ่น จริงๆแล้วยังมีอีกเพียบ เอาไว้โอกาสหน้าจะพาไปชมใหม่นะ

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter

—————————————————————————————————————-

อ้างอิง

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"