Size L 01 – Whiplash 2013 vs 2014

Size L หนังเล็กขยายใหญ่!

Whiplash 2013 vs 2014

อย่างที่ทราบกันดีว่า หนังดนตรีบ้าดีเดือดราวกับหนังแอ็คชั่นหรือหนังจีนกำลังภายในอย่าง Whiplash (2014) เคยถูกสร้างเป็นหนังสั้นมาก่อน

 

เวอร์ชั่นหนังสั้นมีจุดเริ่มต้นจากตัว เดเมียน ชาเซลล์ (ผู้กำกับที่ต่อมาเป็นที่รู้จักมากขึ้นจาก La La Land) ได้นำบทเรื่องนี้ไปเสนอกับค่ายหนัง โปรดิวเซอร์ที่ได้อ่านก็มีท่าทีสนอกสนใจ แต่กลับยึกๆ ยักๆ ไม่ยอมอนุมัติออกทุนให้สักที เดเมียน จึงต้องดิ้นรนเปลี่ยนบทให้เป็นหนังสั้น เพื่อให้โปรดิวเซอร์เห็นภาพชัดและกล้าวัดใจลงทุนกับผู้กำกับที่ไม่เคยทำหนังยาวมาก่อนอย่างเขา

 

 “Are you dragging or are you rushing?” (เอ็งตีช้าไปหรือเร็วไป) คือฉากที่ถูกหยิบยกออกมาจากหนังใหญ่เพื่อนำมาทำเป็นหนังสั้น เล่าถึงช่วงเวลาที่ตัวเอกเข้ามาซ้อมในวงของคุณครูจอมโหดเป็นครั้งแรก การที่เดเมียนเลือกหยิบฉากนี้มาโชว์ นับเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมาก เพราะมันทำให้เห็นมู้ดแอนด์โทนในเรื่องที่แสนจะบีบคั้นเคร่งเครียดและกดดัน พร้อมทั้งภาพรวมทั้งหมดของหนังได้เป็นอย่างดี

 

นั่นหมายความว่าผู้ชมจะได้เห็นความบ้าคลั่งของครูจอมเฮี้ยบ ที่ควบคุมวงดนตรีอย่างเกรี้ยวกราดดุดัน ตะโกนด่าเด็กด้วยถ้อยคำหยาบคาย ใครเป่าเพี้ยนไล่ออก ใครตีกลองผิดจังหวะเขวี้ยงเก้าอี้ใส่ พร้อมทั้งสั่งสอนให้เข้าใจจังหวะมากขึ้นด้วยการตบหน้า มาตั้งแต่ในหนังสั้นแล้ว

 

เจ.เค.ซิมมอนส์ เป็นนักแสดงที่ได้รับเลือกให้สวมวิญญาณคุณครูจอมเฮี้ยบทั้งในหนังสั้นและยาว ส่วนพระเอกมือกลองของเรานั้นถูกเปลี่ยนตัวจาก จอห์นนี่ ซิมมอนส์ เป็นหนุ่มหน้าเนิร์ด ไมล์ส เทลเลอร์  ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าเราดูในเวอร์ชั่นหนังสั้น ก็จะพบว่าฝีมือการแสดงของจอห์นนี่นั้น ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าไมลส์เลย เพียงแต่ว่าเดเมียนอาจจะอยากได้ตัวเอกที่มีคาร์แร็กเตอร์เนิร์ดกว่านี้อีกนิด ลูซเซอร์น้อยลงอีกหน่อย และมีชื่อเสียงในวงกว้างมากกว่า ไมลส์เลยได้รับบทนี้ไปแทน

 

เดเมียนยังเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ออกทุนมากขึ้นอีกสเต็ป โดยการนำหนังสั้นเรื่องนี้ไปส่งประกวด จนคว้ารางวัลชนะเลิศ Short Film Jury Award ในเทศกาลหนัง Sundance ติดไม้ติดมือกลับมา ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เขาตัดสินใจถ่ายฉากนี้ให้เหมือนอย่างในหนังสั้นแบบแทบจะ “ช็อตต่อช็อต” พร้อมทั้งเพิ่มความตึงเครียดให้มากขึ้น ด้วยการเปลี่ยนโลเคชั่นเป็นห้องทึบๆ ไฟนวลสลัวๆ สร้างบรรยากาศอึมครึมชวนกดดัน เตรียมบีบคั้นหัวใจผู้ชมในโรงภาพยนตร์
ท้ายที่สุด เดเมียน ก็ไม่ทำให้ผู้ออกทุนผิดหวัง ภาพยนตร์เรื่อง Whiplash ทำรายได้ทั่วโลกไปถึง 48 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (จากทุนสร้างเพียง 3.3 ล้านเหรียญ) พร้อมคว้า 3 รางวัลออสการ์ คือสาขาสบทบชาย ลำดับเสียง และตัดต่อยอดเยี่ยม

ชม Whiplash (2013) Vs. Whiplash (2014) แบบเปรียบเทียบช็อตต่อช็อต ตามลิงค์นี้ได้เลย 😀

 

Shares