Abject Art ศิลปะที่ตั้งใจให้น่ารังเกียจ!?

บทความโดย : จ.จานโดนตัดไฟ

“Abject Art เพราะตั้งใจให้น่ารังเกียจ?”

คนเราส่วนใหญ่มักจะชอบดูของสวยๆ งามๆ ชอบกลิ่นที่หอมหวลชวนให้ดม ชอบสัมผัสสิ่งที่น่าจับต้องและดูสะอาด

และงานศิลปะส่วนใหญ่ ก็มักจะเป็นเช่นนั้น

แต่…. ถ้าคุณได้ลองมารู้จักกับศิลปะอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เรียกว่า “Abject Art” ดูล่ะ

ศิลปะจะยังคงเป็นไปในแบบที่คุณเคยรู้จักอยู่หรือเปล่า ?

Abject แปลว่า ต่ำช้า, น่าสงสาร, น่าปลงอนิจจัง, น่าสังเวช, หมดหวังอย่างน่าสงสาร, น่ารังเกียจ

เมื่อนำมารวมเข้ากับคำว่า Art อาจจะแปลเพื่อให้เข้าใจได้อย่างง่ายๆ ว่า

“ศิลปะที่น่ารังเกียจ”

หากพูดถึงสิ่งที่น่ารังเกียจ ที่รวมถึงความรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่น่าเกลียด ไม่น่าอภิรมย์ ไม่อยากเข้าใกล้ไปจนถึงน่าขยะแขยงและชวนให้คลื่นไส้

หาก…ยังนึกภาพไม่ออก  เราลองมาทำความรู้จักกับศิลปะที่น่าสงสัยนี้กันไปทีละหมวดหมู่เลยดีกว่า

——————————————————————————————————————————–

หมวดน้ำตา

ตากล้องสาว  “โรส-ลินน์ ฟิชเชอร์” (Rose-Lynn Fisher)  ผู้ได้ค้นพบความงดงามที่น่าทึ่งของน้ำตาเมื่อมองผ่านกำลังขยายของกล้องจุลทรรศ์เข้า และเธอก็เกิดสงสัยขึ้นมาอีกว่า น้ำตาที่ไหลออกมาจากการร้องไห้ด้วยสาเหตุต่างๆ นี้จะต่างกันไหม ? ความสงสัยของเธอจึงกลายมาเป็นโปรเจคท์สุดเจ๋ง Topography of Tears ที่ฟิชเชอร์ได้เก็บสะสมตัวอย่างน้ำตาที่ร้องออกจากสาเหตุต่างๆ ทั้งจากของตัวเธอเองและจากของอาสาสมัคร ได้กว่า 100 อย่าง นำมาส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์และถ่ายภาพเก็บเอาไว้ สวยงามอย่างน่าเหลือเชื่อเชียวล่ะ อยากรู้ไหมว่าน้ำตาแต่ละแบบหน้าตาเป็นอย่างไร มาชมกันเลย

น้ำตาจากการหัวเราะ

น้ำตาที่ไหลตอนหั่นหอมหัวใหญ่

น้ำตาที่ไหลเพราะความเปลี่ยนแปลง

น้ำตาจากการยุติเรื่องเก่าๆ แล้วเริ่มต้นสิ่งใหม่

น้ำตาที่ไหลเพราะความโศกเศร้า

น้ำตาที่ไหลเพราะดีใจ

น้ำตาที่ไหลเพราะมีความหวัง

น้ำตาที่ไหลเพราะได้เป็นอิสระ

น้ำตาที่ไหลเพราะระลึกถึงเรื่องเก่าๆ

น้ำตาของคนเราที่ใหลออกมาเหล่านี้ เกิดจากผลึกของเกลือในน้ำตา ซึ่งจะออกมาในรูปแบบใหนก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการทำให้น้ำตาแห้งนั่นเอง

——————————————————————————————————————————–

หมวดปัสสาวะ

เรามาดูอีกหนึ่งของเหลวที่ออกมาจากร่างกายเรากัน นี่ก็เป็นของเหลวชนิดหนึ่งซึ่งในชีวิตประจำวันเราต้องทำการขับถ่ายกันบ่อยๆ แล้วเค้าจะเอามาทำเป็นงานศิลปะได้ยังไงกันนะ. . . ขี้เกียจมโนแล้ว ไปดูกันเต๊อะ!

 

ศิลปิน: แอนดี้ วอร์ฮอล์ (Andy Warhol)

ชื่อผลงาน: Oxidation Painting (diptych)

ศิลปินป๊อปอาร์ตสุดเปรี้ยวขวัญใจใครหลายคนก็เคยลองให้ผู้ช่วยและเพื่อนฝูงฉี่รดผ้าใบที่ทาด้วยผงทองแดงเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) เป็นรอยต่างๆ ผลออกมาคล้ายกับงานศิลปะประเภท Abstract Expressionism

เค้าสร้างสรรค์ผลงานเหล่านี้ขึ้นในช่วงปลายปี 1976 ถึงต้นปี 1978 โดยทำควบคู่กับผลงานชุด Sex Parts, Torsos ซึ่งเป็นภาพถ่ายโพลารอยด์ที่แสดงถึงเรื่องเพศอย่างโจ่งแจ้งแดงแจ๋จนแทบอนาจาร ผลงานทั้งสองชุดนี้ของวอร์ฮอล ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับร่างกายมนุษย์ โดยผลงานภาพถ่าย Sex Parts, Torsos นำเสนอร่างกายมนุษย์ในแง่มุมทางเพศ ในขณะที่ผลงาน Oxidation นั้นเป็นกระบวนการสร้างภาพนามธรรมจากของเหลวในร่างกายมนุษย์

Oxidation(1978) หอศิลป์ Saatchi, ลอนดอน, ภาพจาก : patrasevents.gr

Oxidation (1977–78) © The Andy Warhol ภาพโดย Phillips/Schwab. ภาพจาก : artspace.com

ผลงานชุดนี้ถูกทำขึ้นในช่วงเวลาค่อนข้างซบเซาของ แอนดี้ วอร์ฮอล ผลงานชุด Oxidation ของวอร์ฮอล จึงเป็นการทดลองที่ลบเลือนเส้นแบ่งระหว่างงานศิลปะป๊อปอาร์ตและศิลปะนามธรรม ด้วยการสร้างสุนทรียะแบบนามธรรมที่เกิดจากการใช้ของเหลวในร่างกายมนุษย์ และก็ไม่ใช่แค่ของเหลวธรรมดา หากแต่เป็นของเหลวที่คนทั่วไปรังเกียจเดียดฉันท์และถือว่าเป็นสิ่งปฏิกูลอย่าง ‘ฉี่’ นั่นเอง

 

ศิลปิน: แอนเดรส เซอราโน (Andres Serrano)

ชื่อผลงาน: Piss Christ

ในตอนนี้เราจะขอกล่าวถึงศิลปินที่ส่งแรงบันดาลใจให้วงการแฟชั่นอีกคน โดยคราวนี้จะเป็นศิลปินที่ทำงานผ่านสื่อภาพถ่ายที่มีผลงานอื้อฉาว และเป็นที่กล่าวขานไปทั่ววงการศิลปะ เขาผู้นั้นไม่ใช่ใคร แต่มีนามว่า แอนเดรส เซอร์ราโน (Andres Serrano)

ศิลปินอธิบายว่าเขาฉี่ใส่แก้วที่มีรูปจำลองพระเยซูถูกตรึงกางเขนขนาดเล็กวางอยู่ แล้วถ่ายรูปขณะรูปจำลองจมอยู่ในฉี่ แน่นอนว่าทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและการจงใจท้าทายศาสนจักรอย่างแรงในครั้งนี้ด้วย

Immersions Piss Christ (1987) by Andres Serrano

Madonna and Child II, Cibachrome print by Andres Serrano

ศิลปินท่านนี้มักถ่ายภาพของซากศพ ผสมผสานกับเรื่องเพศ ความตาย และประเด็นทางศาสนา ยิ่งไปกว่านั้นเซอร์ราโนมักใช้สิ่งปฏิกูลจากร่างกายมนุษย์มาเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตผลงาน ภาพถ่ายหลายชิ้นของเซอร์ราโนมักมีส่วนเกี่ยวข้องกับของเหลวในร่างกายมนุษย์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเลือด (จากเส้นเลือด หรือเลือดประจำเดือน) อสุจิ, ปัสสาวะ หรือน้ำนมจากเต้าสตรีมีครรภ์ โดยผลงานบางชุดมักเป็นภาพถ่ายสิ่งของที่ถูกแช่อยู่ในของเหลวเหล่านั้น ดังเช่นผลงานที่โด่งดังที่สุดของเขาชื่อ Piss Christ (1987) ซึ่งเป็นภาพถ่ายรูปพระเยซูพลาสติกบนไม้กางเขน แช่อยู่ในฉี่ของตัวศิลปินเอง และ Madonna and Child II (1987) ซึ่งเป็นภาพถ่ายรูปปั้นพระแม่มารีและพระบุตร แช่อยู่ในฉี่ของศิลปินอีกเช่นกัน…

 

ศิลปิน: นัท แอสแดม (Knut Asdam)

ชื่อผลงาน: Untitled: Pissing

ศิลปินบันทึกภาพตัวเองฉี่ราดรดกางเกงเพราะต้องการตั้งคำถามว่าทำไมคนที่ฉี่ราด ถึงโดนตราหน้าว่าควบคุมตัวเองไม่ได้และต้องอับอาย ทั้งที่หลายครั้งก็เป็นเหตุสุดวิสัยและเกินการควบคุมของร่างกายจริงๆ เห้อ…. ซักกางเกงด่วนเลยเพ่

Fotomontasje-kunstvideo-Untitled-pissing-knut-aasdam

——————————————————————————————————————————–

อันที่จริง การใช้ของเหลวและสิ่งปฏิกูลจากร่างกายมาวาดภาพหรือทำงานศิลปะ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่เสียทีเดียวนักในโลกศิลปะ เพราะก่อนหน้านี้ ศิลปินนามธรรมชาวสวิส-เยอรมัน ผู้เลื่องชื่ออย่าง พอล คลี (Paul Klee) เอง ก็เคยเขียนในไดอารี่ของเขาว่า

ครั้งหนึ่งเขากับเพื่อนหาน้ำมาใช้ผสมสีวาดรูปไม่ได้ พวกเขาเลยต้องใช้ฉี่ของตัวเองแทน

——————————————————————————————————————————–

หมวดอุจจาระ

หากใครที่กำลังกินช๊อคโกแลตอยู่ ขอเตือนก่อนนิดหน่อย ว่า. . . วางมันลงซะ !  หรือรีบเลื่อนไปที่หมวดถัดไปได้เลย เพราะสิ่งที่คุณจะได้เห็นต่อไปนี้ มันสุดแสนจะกระอักกระอ่วนหัวใจ… ขมคออ่ะ บอกเลย. . .

 

ศิลปิน: ปิเอโร แมนโซนี (Piero Manzoni)

ชื่อผลงาน: Artist’s Shit (Merda d’artista)

ศิลปินนำอุจจาระของตัวเองใส่กระป๋องเพียงแค่ 90 กระป๋องแล้วนำออกขาย แนวความคิดของงานปรากฏอยู่ในจดหมายที่แมนโซนีเขียนบอกเพื่อนศิลปินว่า “ถ้านักสะสมอยากได้งานที่มีความเป็นส่วนตัวของศิลปินมากๆ ก็นี่ไง ขี้ของศิลปิน ขี้ของเขาจริงๆ” เปิดพรีออเดอร์กันไปเลย… แต่ก็ยังดีที่พี่เค้ายังบรรจุหีบห่อน่าเก็บสะสม ดีไซน์สวยงามอยู่นะ แต่….ถ้ามาเป็นถุงแกงรัดหนังสติ๊ก ก็คงต้องขอเขวี้ยงคืนจริงๆ (แต่สงสัยว่า มันจะมีใครกล้าเปิดเช็คของข้างในดูมั๊ย? ว่าของแท้ หรือของปลอม ฮ่าๆๆ)

ศิลปิน: คาเรน ฟินเลย์ (Karen Finley)

ชื่อผลงาน : We Keep Our Victims Ready

อันนี้เห็นรูปแว๊บบบบแรก ตกใจอย่างแรงนิ! แต่มีเฉลยก็คือ…. ศิลปินใช้ช็อกโกแลตแทนอุจจาระเพื่อสื่อว่าร่างกายของผู้หญิงถูกปฏิบัติอย่างไร้ค่า (women are treated like shit.) ซึ่งถึงแม้จะเป็นช็อกโกแลตแต่ภาพที่ได้ก็ชวนช็อกและความรู้สึกที่ได้นั้นก็ไม่ชวนให้เกิดความรู้สึกหอมหวานเอาเสียเลย แต่ก็งงอยู่นะ ว่ามาอยู่ในหมวดนี้ก็เพราะใช้สีและรูปลักษณ์ของช๊อคโกแลตเหรอ? ที่ทำให้ชวนคลื่นไส้ได้ขนาดนี้

 

ศิลปิน: โนริโทชิ ฮิรากาวะ (Noritoshi Hirakawa)

ชื่อผลงาน: Home-Coming of Navel Strings

ศิลปินนำเสนอด้วยการให้นักแสดงนั่งอ่านหนังสือโดยมีก้อนอึอยู่ข้างๆ และที่ด้านหลังมีภาพซูมของรูทวารย้อมด้วยสีม่วงปนชมพู (หืมมม…)หากก้อนอึนั้นแห้งลง ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นก้อนใหม่มาแทน ศิลปินตั้งใจจำลองภาพกิจกรรมที่เราอ่านหนังสือระหว่างขับถ่ายผ่านศิลปะแสดงสดสุดเรียบง่ายและประหลาดชิ้นนี้ สงสารนางแบบอ่ะ งานนี้ไม่หมูเลย

 

ศิลปิน: KATSU

ชื่อผลงาน: He is shit

ดูเผินๆภาพที่เห็นนี้ก็คงเป็นเพียงภาพวาดธรรมดาๆ อาจจะมีเรื่องราวหน่อยตรงที่เป็นภาพของผู้ก่อตั้ง Facebook นายมาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก แต่ที่ไม่ธรรมดาของภาพๆ นี้ก็คือมันวาดขึ้นมาจากอุจจาระ ! ศิลปินที่ใช้นามแฝงว่า KATSU ได้วาดภาพนี้ขึ้นมาจากอุจจาระของเขาเอง และผลงานนี้ถือเป็นไฮไลต์ที่ได้จะแสดงโชว์ในนิวยอร์กที่ The Hole gallery ส่วนจะสื่อความหมายของภาพนี้ออกมาอย่างไรก็คงต้องตีความเอา เพราะมันดูเหมือนว่าจะมีนัยยะเสียดสีประมาณว่า He is shit อะไรประมาณนั่น

ส่วนผลงานนี้มีกลิ่นด้วยหรือไม่ตามข่าวไม่ได้แจ้งไว้

——————————————————————————————————————————–

หมวดอาเจียน

คลื่นไส้ (Nausea) คืออาการอึดอัดมวนภายในท้อง ทำให้รู้สึกอยากอาเจียน ซึ่งอาจอาเจียนออกมาหรือไม่ก็ได้ โดยอาการคลื่นไส้สามารถเกิดขึ้นเฉียบพลันหรือเกิดอาการเรื้อรัง หากรู้สึกคลื่นไส้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียตามมาด้วย ทั้งนี้ คลื่นไส้คืออาการอันเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพ สามารถเกิดได้จากปัญหาสุขภาพกาย เช่น โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาทสมอง ความสมดุลของหูชั้นใน และเกิดได้จากปัญหาทางด้านจิตใจ

เดี๋ยววววว…….เดี๋ยวนะ ไม่ใช่บทความรักสุขภาพ แต่…. ศิลปินเค้าใช้อาการที่เรียกว่าอาเจียนเนี่ย มาทำงานศิลปะต่างหาก

ศิลปิน: มิลลี่ บราวน์ (Millie Brown)

ชื่อผลงาน: Nexus Vomitus

หากเห็นเพียงผลลัพธ์ คุณคงไม่คิดว่าภาพสีน้ำสีสันสดใสชิ้นนี้มีอะไรพิเศษนัก แต่ถ้ารู้ที่มา คุณอาจรู้สึกต่างออกไป มิลลี่ บราวน์สร้างงานศิลป์ด้วยการกลืนเครื่องดื่มสีแล้วล้วงคอให้อ้วกออกมา เธอบอกว่า “ฉันอยากใช้ร่างกายตัวเองสร้างศิลปะ อยากให้มันมาจากข้างในจริงๆ ฉันอยากสร้างสิ่งที่ดิบเถื่อนและควบคุมไม่ได้” อย่างไรก็ตาม เธอปฏิเสธว่าเธอไม่ได้เป็นโรคล้วงคอให้อ้วกเพราะกลัวอ้วนหรือ Bulimia ตามที่มีคนแอบคิด วิธีนี้เป็นเพียงการสร้างงานศิลปะในแบบของเธอเท่านั้น  (ถ้าใครอยากลองทำตามก็คงต้องห้ามกินอาหารก่อนทำงานชิ้นนี้อ่ะ เพราะเดี๋ยวสีเพี้ยนไม่รู้ด้วยนะ!!!)

ภาพผลงานที่สำเร็จแล้ว

 

ศิลปิน: จอห์น นัธ

ชื่อผลงาน: ศิลปะจากอ้วกแมลงวัน

ศิลปินชาวอเมริกัน สร้างสรรค์ผลงาน ภาพวาดจากแมลงวันสุดงดงาม ด้วยการให้อาหารแมลงวันที่เลี้ยงไว้และปล่อยให้มันเป็นผู้สร้างชิ้นงานขึ้นมาเอง

โดยวิธีในการสร้างสรรค์ของเขานั้นเริ่มจากการสั่งซื้อหนอนแมลงมาจากร้านค้าออนไลน์ ก่อนจะเพาะแมลงวันเป็นร้อยเป็นพันตัวเหล่านั้นขึ้นมา จนเมื่อมันโตพอ จอนห์ก็จะนำแมลงวันเหล่านั้นไปใส่ไว้ในกรงปิดทึบที่มีผ้าเนื้อหยาบทั้งผืนแขวนอยู่ ก่อนนำน้ำตาลมาผสมกับน้ำและสีน้ำ ให้พวกมันกินเป็นอาหาร ซึ่งเมื่อแมลงวันกินอาหารเหล่านี้เข้าไปมันก็จะเกิดการสำลักอาหารที่ผสมสีออกมาตลอดเวลา จนเมื่อเวลาผ่านไปได้ราว 2 สัปดาห์ ก็จะเกิดจุดแต้มเล็ก ๆ นับล้านจุดจากอ้วกของแมลงวัน บนผืนผ้านั้นจนเกิดเป็นผลงานศิลปะสุดงดงามที่ใครก็คาดไม่ถึงขึ้นมา

 

ศิลปิน: ซินดี้ เชอร์มาน (Cindy Sherman)

ชื่อผลงาน: Untitled (#175)

ศิลปิน ซินดี้ เชอร์แมนโด่งดังในการใช้ตัวเธอเองเป็นแบบในการถ่ายภาพ เธอแต่งหน้าและแต่งตัวเป็นผู้หญิงในสไตล์ต่างๆ แต่ในผลงานนี้ เธอนำเสนอ abject อย่างชัดเจน ภาพนี้ประกอบด้วยขยะ เศษอาหารและกองอาเจียน เธอเปลี่ยนจากการนำเสนอ ‘ข้างนอก’ เป็นการนำเสนอสิ่งที่อยู่ ‘ข้างใน’ ตัวผู้หญิงที่โดนผลักออกมา ‘ข้างนอก’

อืม…. มันก็ดู ขมคอได้อยู่ อะฮวุ๊รวกกกกก……..

——————————————————————————————————————————–

หมวดเลือด

เลือดนี่น่าจะเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายกว่าชาวบ้านนะ อาจจะเป็นเลือดตัวเอง หรือถ้าลำบากหน่อยก็หาเลือดคนอื่น …? นี่คนหรือผีปอบนิ

มาเปิดหมวดนี้ ด้วยศิลปินไทย หน้าตาน่ารักกันบ้างดีกว่า

 

ศิลปิน: RIETY (ปั๋น-ดริสา การพจน์)

ชื่อผลงาน: ‘Vein / Vain

‘Vein / Vain’ คือนิทรรศการที่พูดถึงความสวยงามของมนุษย์โดยชวนเรามองมุมใหม่ผ่านการเล่าเรื่องที่ใช้เลือด สิ่งที่ดูขัดกับคำว่าความสวยงามในภาพจำของคนทั่วไปมาวาดรูปพอร์เทรตผู้หญิงทั้ง 15 คนที่มีเสน่ห์ในตัวเองต่างกันออกไป อะไรที่น่าจะใช้ในการวาดรูปได้ ปั๋นมักจะหยิบมาลองวาดเสมอ รวมถึงสิ่งที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของมนุษย์อย่างเลือด

ปั๋นพบว่าสีของเลือดคล้ายคลึงกับสีผิวของคนอย่างน่าประหลาด รูปวาดตัวเองจากเลือดของเธอซึ่งเป็นหนึ่งในรูปจำนวน 16 ชุดที่แสดงในงานจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้ ก่อนที่ปั๋นจะชวนนางแบบอีกกว่าสิบคนไปเจาะเลือดด้วยกัน

สวยด้วย เก่งด้วย… ปรบมือรัวๆ

 

ศิลปิน: มาร์ก ควินน์ Mark Quinn

ชื่อผลงาน: Self

ทุกห้าปี ศิลปินจะเก็บเลือดตัวเอง 4.5 ลิตรเพื่อนำมาหล่อประติมากรรมรูปเหมือนของศีรษะของเขาเอง เป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะที่บันทึกภาพของตัวเองด้วยเลือดเนื้อและแรงกายของตัวเองอย่างแท้จริง ขยั๊นนนน……ขยันเน๊อะ คือเป็นงานที่มีความเป็นตัวเองสูง (ก็เค้าทำตัวเค้าเองนิ)

อันนี้ได้ความหลอนไปเต็มๆ

 

ศิลปิน: จูดี้ ชิคาโก (Judy Chicago)

ชื่อผลงาน: Menstruation Bathroom

เห็นภาพแล้วอาจจะสังเกตได้ไม่ดีนัก แต่….ศิลปินถ่ายภาพห้องน้ำของตัวเองในช่วงมีประจำเดือน ในถังขยะเต็มไปด้วยผ้าอนามัยเปื้อนเลือด แสดงให้เห็นถึงชีวิตของผู้หญิงที่โดยปกติสังคมไม่ได้รับรู้แง่มุมนี้ของพวกเธอ หรือยิ่งกว่านั้นกลับต้องถูกปิดบังซ่อนเร้นราวกับมันไม่ได้มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ คือช่วงนี้คงจะทรมานอย่างแรงเลย เพราะมันคือวิบากกรรมของผู้หญิงทุกคนที่ต้องทนทุกข์หากกลายเป็นสาวแล้ว นอกเสียจากเราจะเป็นวัยทองก็นั่นแหละ คือหลุดพ้นละ…..

 

ศิลปิน: Timi Páll

ชื่อผลงาน: ช่วงเวลาแห่งความทรงจำ

ศิลปินชาว โรมาเนีย สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ รูปเด็กทารกในครรภ์บนผืนผ้าใบโดยใช้ เลือดประจำเดือน ของเธอตลอด 9 เดือน สิ่งที่เธอใช้สร้างสรรค์ผลงานมีเพียงเลือดประจำเดือน นิ้วมือ และผ้าอนามัยแบบสอด ในตลอด 9 เดือน เธอทำภาพที่ละเดือนเป็นแบบจิ๊กซอว์ เธอใช้ชื่อภาพนี้ว่า “ช่วงเวลาแห่งความทรงจำ”ที่เธอใช้ประจำเดือนในการวาดภาพ เพราะมันเป็นแรงบันดาลใจอย่างหนึ่ง ว่าเลือดประจำเดือนหยดหนึ่งของเธอมีความสำคัญมาก โดยเธออธิบายว่า..

เมื่อไข่ตกแล้วไม่ได้รับการปฏิสนธิก็จะกลายเป็นประจำเดือนไหลออกมา เลือดนี้เป็นสิ่งมีชีวิตแทนการหายใจเล็ก ๆ ของทารกได้

ลึกซึ้งงงงง…….

Timi Páll ไม่ได้เป็นผู้หญิงคนแรกที่ใช้ประจำเดือนของเธอวาดรูป ในช่วงปี 2015 เจส นักเรียนจากโรงเรียนศิลปะและการออกแบบก็เคยใช้เลือดประจำเดือนวาดรูปโดยใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเช่นกัน

การที่ภาพของเธอได้เผยแพร่ออกไป บางหลายกระแสก็ไม่เห็นด้วย และคิดว่าไม่สมควร บางคนวิจารณ์อย่างรุนแรง ว่าเธอมีอาการป่วยทางจิตหรือเปล่า บางคนก็ว่านี่ใช่งานศิลปะแน่เหรอ แล้วต่อไปจะใช้อุจจาระหรือปัสสาวะมาทำหรือไม่..

——————————————————————————————————————————–

ที่จริงแล้วเรายังมีอีกหลายหมวดหมู่ที่ต้องการจะนำเสนอ แต่เอาเข้าจริงๆ มันช่างดูรุนแรงและขมคอ จนเกินที่ใจจะทนได้ ขนาดที่คนเขียน เขียนไปด้วยจิตใจที่กระเส่า(?) แต่เอาเข้าจริงๆ ศิลปะ ในรูปแบบ อย่าง Abject Art ก็ทำให้ผู้เขียนได้ตั้งคำถามที่สำคัญคือ “สิ่งที่เราว่าน่ารังเกียจเหล่านี้กลายมาเป็นศิลปะได้อย่างไร ?” ศิลปะเหล่านี้ท้าทายแนวคิดที่ศิลปะนั้นต้องสวยงามหรือจรรโลงใจ วัสดุเหล่านี้ก็คือสื่อที่ศิลปินใช้เพื่อเสนอความคิดและมุ่งผลที่ได้จากการชมสื่อนั้น

อาจพูดได้ว่าที่ศิลปะนั้นน่ารังเกียจเพราะศิลปินตั้งใจให้ผู้ชมรู้สึกว่ามันน่ารังเกียจและฉุกคิดว่าเหตุใดมันจึงน่ารังเกียจ

โดยไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนให้สิ่งที่น่ารังเกียจกลายเป็นสิ่งที่น่าพึงพอใจ เพราะเหรียญ…. มีสองด้านเสมอ…..

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter ค่ะ

 

ขอบคุณ ที่มา

https://themomentum.co/abject-art/.
https://readthecloud.co/scoop-riety/
https://www.catdumb.com/incredibly-bizarre-painters-777/

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"