รวมเรื่องราวแปลกๆ และวีรกรรมปั่นๆ ของก็อตซิลล่า!?

­

บทความโดย : แดนนี่ แดน แดน แดน

หากเราพูดถึง “ก็อตซิลล่า – Godzilla” คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงตัวละครสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด ความเกรี้ยวกราด ความดุดันและลมหายใจปรมาณูที่ทำให้ใครหลายคนต่างขนานนามและยกย่องให้เป็นราชันย์แห่งเหล่าสัตว์ประหลาด

แต่ใครล่ะ จะไปนึกว่าราชันย์ผู้ที่มีมาดดุดัน จะมีเรื่องฮาๆ กับเค้าด้วยเหมือนกัน เอาละไม่ต้องเกริ่นกันให้ยืดยาวเรามาดูกันเลยดีกว่า ว่าเรื่องราวแปลกๆ และวีรกรรมปั่นๆ ของ ก็อตซิลล่า นั้นจะมีอะไรกันบ้างนะ ไปดูกันเลย ฮูเร่!!!

——————————————————————————————

ท่าบินสุดเพี้ยน?!

เอ๋ ก็อตซิลล่าเนี่ยนะบินได้? สงสัยกันล่ะซิ ไม่แปลกหรอกเพราะผมเองก็ยังสงสัยเหมือนกันว่าทำไม ก็อตซิลล่า ถึงบินขึ้นฟ้าไปด้วยท่าทางประหลาดๆ แบบนั้น

เรื่องมันเกิดขึ้นในช่วงปี 1965-1966 ก๊อตซิลล่าตัวนี้มีชื่อเรียกว่า “DaisensoGoji” (大戦争ゴジ) หรือ ก๊อตซิลล่ายุคโชวะ ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้มาในบทบาทของผู้ปกป้องโลกและทาง TOHO ก็ต้องการให้ ก็อตซิลล่า แลดูเป็นมิตรมากขึ้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายคนดูที่เป็นเหล่าเด็กๆ ซึ่งเป็นช่วงปีที่ ก็อตซิลล่า เริ่มมีความสามารถที่แปลกใหม่เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งนอกจากจะบินได้แล้วในตอนที่สู้ชนะมันยังกระโดดโลดเต้นดีใจและยังใช้หางตัวเองสไลด์ไปบนพื้นได้อีกต่างหาก (แหม..พยายามเหลือเกิน555)

Godzilla dance 1965

Godzilla Tail Slide

——————————————————————————————

ลูกของก็อตซิลล่า!

ก็อตซิลล่าก็มีลูกกับเขาด้วยนะ! ในช่วงปีเดียวกันกับที่ก็อตซิลล่าเริ่มบินได้และเต้นได้ในช่วงนี้เองที่ TOHO เริ่มเปลี่ยนแนวของหนังเพื่อเจาะไปทางกลุ่มเด็กๆ โดยในช่วงแรก ก็อตซิล่า มีลูกนามว่า “มินิล่า” ทำให้ภาพลักษณ์ของ ก็อตซิล่า ดูมีความอบอุ่น ใจดี และกลายเป็นมิตรกับมนุษย์มากขึ้น ซ฿่งหน้าตาของ มินิล่า ในเวอร์ชั่นนี้ค่อนข้างไปด้านประหลาดและน่าตลกมากกว่าน่ารักซะอีก (ดูดีๆ หน้าเหมือนโก๊ะตี๋เหมือนกันแหะ 555)

Minilla 1967

แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่หน้าตาตลกๆ อย่างเดียวนะ ยังมีลูกของ ก็อตซิลล่า อีกเวอร์ชั่นที่มีหน้าตาน่ารักกว่า มินิล่า ตามออกมา นั่นก็คือ ลิตเติ้ลก็อตซิลล่า ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นตัวลูกที่น่ารักที่สุดแล้ว! (ตัลล๊ากกกก ยืนเหมือนบาบีก้อนเลย)

LittleGodzilla 1994

ลูกๆ ของก็อตซิลล่าทุกตัวมีความเป็นมิตรกับมนุษย์มาก เพราะว่าถูกสร้างมาเพื่อเอาใจเหล่าเด็กๆ โดยเฉพาะ แต่ถ้าให้พูดตรงๆ โผล่มาแบบเวอร์ชั่นแรกนี่ผมว่าน่ากลัวไปหน่อยนะ 555

ไปเลยพ่อ!!!

——————————————————————————————

ก็อตซิลล่าเกาหลีเหนือ!?

ย้อนไปในอดีต ด้วยความที่ “คิม จองอิล” อดีตผู้นำเกาหลีเหนือท่านชื่นชอบหนังแนวสัตว์ประหลาดบุกโลกเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เขาจึงลักพาตัว Shin Sang-ok ผู้กำกับชื่อดังชาวเกาหลีใต้และภรรยาของเขา Choi Eun-hee มายังเกาหลีเหนือเพื่อบังคับให้เขาสร้างหนังแนวสัตว์ประหลาดบุกโลกให้กับท่านผู้นำ และหนังเรื่อง “พัลกาซารี (Pulgasari)” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมา

ภาพบรรยากาศขณะถ่ายทำ

นอกจากได้ผู้กำกับชื่อดังชาวเกาหลีใต้มาแล้ว หนังเรื่องนี้ยังได้ทีมงานจาก TOHO Studio ของญี่ปุ่นอย่าง Teruyoshi Nakano ผู้ให้กำเนิด ก็อตซิลล่า ตัวจริงมาร่วมในกระบวนการสร้าง รวมถึงได้ Kenpachiro Satsuma สตั๊นท์แมน ผู้สวมชุดก็อตซิลล่ามาสวมชุด พัลกาซารี อีกด้วย (ทั้งสองท่านก็ถูกลักพาตัวมาเช่นเดียวกัน)

Kenpachiro Satsuma สตั้นแมนผู้สวมชุดก็อตซิลล่า  :   Teruyoshi Nakano ผู้ให้กำเนิดก็อตซิลล่า

Pulgasari 1985

โดยเรื่องย่อ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคราชวงศ์โครยอของเกาหลี เมื่อบ้านเมืองเข้าสู่กลียุค หลังจากการขึ้นครองบัลลังค์ของกษัตริย์ผู้ชั่วร้าย นายช่างผู้มีฝีมือคนหนึ่งพยายามต่อต้านกษัตริย์ผู้ชั่วร้าย แต่สุดท้ายเขาก็ถูกจับขังคุก

ระหว่างที่อยู่ในคุกเขาได้แกะสลักตุ๊กตาสัตว์ประหลาดด้วยเมล็ดข้าวขึ้นมาและเมื่อตุ๊กตาตัวนั้นได้สัมผัสกับเลือดของลูกสาวนายช่าง มันก็ได้กลายเป็นสัตว์ประหลาดตัวยักษ์ขึ้นมาออกอาละวาดและจบกลียุคของกษัตริย์ผู้ชั่วร้ายผู้นี้ (ผมว่าพล็อตเรื่องมันแซะๆ ใครบางคนอยู่นา..คิดเหมือนกันรึปล่าวววว?)

——————————————————————————————

อาหารของก็อตซิลล่า?

หลายคนคงสงสัยกันมานานแล้วว่า สิ่งมีชีวิตที่มีขนาดตัวที่ใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้ มันกินอะไรกันแน่นะ อันที่จริงเรื่องนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่เพราะ ก็อตซิลล่า นั้นก็มีออกมามากมายหลายเวอร์ชั่น ซึ่งในเวอร์ชั่นแรกๆ ของญี่ปุ่นก็กินตั้งแต่คนยันเสาวิทยุ หรือในเวอร์ชั่นอเมริกา 1998 ที่กินทั้งปลาทั้งคนเป็นอาหารและในเวอร์ชั่น 2014 ที่กินพลังงานนิวเคลียร์เป็นอาหาร

godzilla eat 1954 (กินทุกอย่าง)

Little godzilla eat 1993 (กินพืช)

godzilla eat 1998(กินปลา-คน)

godzilla eat 2014 (กินรังสีนิวเคลียร์)

แต่ในเว็บไซต์ huffingtonpost.com โดยใช้ชื่อบัญชี Oscar Fernandez ดีกรีศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ได้มีการคำนวณน้ำหนักและอธิบายเอาไว้ว่า ก็อตซิลล่า ที่มีน้ำหนักกว่า 160,000,000 กิโลกรัมนั้น ในการกินแต่ละครั้งทำให้แคลอรี่ที่เพียงพอต่อความต้องการของมันจะอยู่ที่ประมาณ 99,500,000 แคลอรี่!!! เห็นตัวเลขขนาดนี้แล้วก็คงจะบอกได้ว่ามันก็อาจจะกินได้ทุกอย่างจริงๆ น่ะแหละ ไม่ว่าจะเป็นคน ต้นไม้ วาฬและพลังงานนิวเคลียร์พี่ก็อตฯ กินเรียบ!

 แต่ก็อตซิลล่าไทยกินน้ำมันนะจ๊ะ (ก็อตซิลล่า ป.ต.ท.)

——————————————————————————————

เกือบถูกจับเพราะนึกว่าจะก่อวินาศกรรม!!!

มีเรื่องตลกอยู่ว่าในขณะช่วงที่เก็บข้อมูลเพื่อถ่ายทำก็อตซิลล่าอยู่นั้น สองผู้กำกับ อิจิโระ ฮอนดะ และ ซึบุรายะ เอจิ กำลังคุยกันถึงฉากๆ หนึ่งในหนัง เพื่อจะเก็บรายละเอียดทำฉากจำลองเมืองโตเกียว ซึ่งทั้งคู่วางแผนหาจุดที่จะให้ ก็อตซิลล่า ได้อาละวาด

“เดียวเราจะพังตึกใหญ่ แล้วให้ไฟไหม้ท่วมอาคารทั้งหลัง แล้วถล่มหอคอยให้หักเป็นสองท่อนเลยนะ”

เผอิญในช่วงนั้นมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาตรวจตราตึก แล้วได้ยินทั้งคู่คุยกันจนคิดไปว่าทั้งคู่กำลังจะวางแผนก่อวินาศกรรม!! งานนี้ซวยชุดใหญ่เพราะในเวลาต่อมาทั้งสองผู้กำกับก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจในละแวกนั้นเรียกไปคุยที่โรงพักเพื่อสอบปากคำ ซึ่งกว่าจะคุยกันจบได้ทั้งคู่ต้องยื่นนามบัตรบริษัท TOHO ก่อนจะถูกปล่อยตัวในที่สุด (เกือบจะไม่ได้ทำหนังแล้ว 555+)

อิจิโระ ฮอนดะ กำกับก็อตซิลล่า : ซึบุรายะ เอจิ  กำกับก็อตซิลล่า

——————————————————————————————

ก็อตซิลล่าขาแจม?!

ด้วยความโดงดังของ King of monster ก็อตซิลล่าก็ได้ถูกนำไปผสมโรงกับภาพยนตร์ การ์ตูน หรือโฆษณาของเจ้าอื่นๆ อยู่หลายครั้งอย่างใน Zone Fighter ซึ่งเป็นเรื่องราวของสามพี่น้องจากต่างดาวที่ต้องมาปกป้องพิทักษ์โลก ซึ่งก็อตซิลล่าของเราก็ได้มีโอกาสไปร่วมเป็นแขกรับเชิญกับเขาด้วย (แหม.. ก็ค่ายเดียวกันนี้นะ)และก็ยังมี ไกแกน และ คิงกิโดร่า มาร่วมแจมอีกด้วย

Zone Fighter and Godzilla 1973

Zone Fighter and Gigan 1973

Zone Fighter and King Ghidorah 1973

ต่อมาถึงคิวเจอกับยอดมนุษย์อุลตร้าแมนกันบ้าง ในครั้งนี้ ก็อตซิลล่า โผล่มาเป็นกิ้งก่ามีแผงคอใน Ultraman The Series  ตอนที่ 10 และมีชื่อว่า จิราส ซึ่งเป็นปีศาจกิ่งก่าที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งก็เป็นอุลตร้าแมนที่เป็นฝ่ายชนะไป ซึ่งความเป็นมาก็คือ ซึบุรายะ เอจิ เจ้าของบริษัทซึบุรายะ โปรดัคชั่น ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนนั้น เคยเป็น 1 ใน 4 บิดาผู้ให้กำเนิดก็อตซิลล่า ซึ่งเจ้าจิราสพี่แกก็นำดีไซน์ของ ก็อตซิลล่า มารวมกันทั้งสองชุดอย่างส่วนลำตัว ปี 1964 กับ ส่วนหัวในปี 1965 มาประกอบรวมกันแล้วใส่แผงคอซะหน่อย ก็กลายเป็นสัตว์ประหลาดตัวใหม่แล้ว (โดนย้อมแมวซะงั้น555)

และอันต่อมาเป็นโฆษณาที่ทางบริษัท TOHO ได้ร่วมงานกับ ไนกี้ แบรนด์ รองเท้าชื่อดัง เพื่อทำโฆษณาโปรโมทผลิตภัณฑ์รองเท้ารุ่นใหม่ โดยจับให้เจ้า ก็อตซิลล่า มาเจอกับยอดนักบาสเอ็นบีเอชื่อดังในเวลานั้นอย่าง ชาร์ล บาร์คลีย์ (โอ้โห้ นอกจากจะบินได้แล้วยังเล่นบาสได้อีกด้วยนะเนี่ย!!!) และได้กลายเป็นหนังสือการ์ตูนในเวลาต่อมา

Godzilla vs. Charles Barkley is a 1992

Godzilla vs. Charles Barkley : Dark Horse Comics

——————————————————————————————

เป็นยังไงกันบ้างครับกับเรื่องราวแปลกๆ และวีรกรรมปั่นๆ ของก็อตซิลล่า ซึ่งจริงๆ แล้วนี้เป็นเพียงแค่เรื่องราวส่วนหนึ่งเท่านั้นซึ่งเมื่อเทียบกับเรื่องราวอันแสนยิ่งใหญ่และยาวนานของราชันย์สัตว์ประหลาด แต่ก็อาจทำให้ใครหลายคนอยากหวนรำลึกย้อนกลับไปหาดูภาพยนตร์เก่าๆ และหวังว่าเมื่ออ่านจบแล้วเพื่อนๆ จะได้รับความสนุกความเพลิดเพลินและแรงบันดาลใจไปบ้างไม่มากก็น้อย

และหากมีข้อมูลตรงไหนผิดพลาดประการได้ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter นะครับผม.. ฮูเร่!!!

——————————————————————————————

 

อ้างอิง :

https://www.vanityfair.com/hollywood/2015/04/pulgasari-north-korea-cult-hit

https://wikizilla.org/wiki/Godzilla_Junior

https://wikizilla.org/wiki/Minilla

https://www.metalbridges.com/godzilla-all-types/

https://www.metalbridges.com/20-thing-interested-in-godzilla-king-of-monster/

https://wikizilla.org/wiki/Godzilla_vs._Charles_Barkley

https://www.huffingtonpost.com/oscar-fernandez/if-godzilla-were-real-how_b_5349245.html

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"