DEADPOOL 2 การกลับมาที่อ้าแขน/ขา เปิดรับคนดูมากขึ้น

รีวิวโดย ปุ้มปุ้ย (การให้ดาวและคะแนนเป็นวิจารณญาณส่วนบุคคล) 

ไอ้ตัวแดงปากมากกลับมาอีกครั้ง โดยครั้งนี้ไม่ต้องเสียเวลาบอกที่มาที่ไปกันอีกแล้ว เลยเดินหน้าต่อเจาะลึกไปยังเรื่องราวชีวิตส่วนตัวที่ดำเนินต่อจากภาคแรกไปได้เลย ซึ่งเป็นข้อดีที่ทำให้ผู้ชมได้เรียนรู้จิตใจของเดดพูลมากขึ้น ไม่ใช่แค่เน้นแต่ความบ้าระห่ำวินาศสันตะโรแบบภาคแรก

ถ้าภาคที่แล้วอัดแน่นจัดเต็มฉากแบบตามใจตัวเองเพราะอัดอั้นกว่าจะได้สร้าง ภาคนี้ก็เหมือนมีเวลาตั้งสติเตรียมตัวเตรียมความพร้อมกว่าเดิมเยอะว่าตั้งใจจะสื่ออะไร แถมยังแฝงประเด็นที่ลึกซึ้งไว้อย่างไม่น่าเชื่อ ใครจะคิดว่าฮีโร่สุดเพี้ยน เกรียน รั่ว อย่างเดดพูล จะกลายเป็นคนสอนบทเรียนชีวิตให้กับผู้ชม

ผู้กำกับ เดวิด ลีท จาก John Wick ยังคงแม่นยำกับฉากแอคชั่นที่ต้องบอกเลยว่ามันส์สะใจและรุนแรงสุดๆ ชนิดที่ว่าถ้าใครขวัญอ่อนอาจจะอยากขย้อน โหดรุนแรงชนิดที่ว่าฉากการตายแบบ Final Destination ยังไม่สร้างสรรค์เท่านี้

ไรอัน เรย์โนลด์ส ก็ยังคงทำหน้าที่ของเขาได้อย่างดีเยี่ยม แต่ภาคนึ้เน้นเปิดหน้าโชว์ฝีมือสุดๆ ราวกับอยากจะเข้าชิงออสการ์หรือโกลเด้นโกล้บ แต่การแสดงของเขาเรียกได้ว่าแข็งแรงและโอบอุ้มหนังได้อย่างสมบูรณ์จนต้องปรบมือให้ ในฉากดราม่าก็ทำได้ดี ในส่วนปล่อยมุกก็ทำได้ไม่ติดขัด และมุกตลกในภาคนี้มีความเป็นมิตรกับคนทั่วไปมากขึ้น แม้ว่ามุกตลก “วงใน” ที่เน้นแฟนคอมิกหรือเฉพาะกลุ่มจะลดลง แต่มุกที่เข้าถึงคนหมู่มากในภาคนี้ก็ไม่ได้ลดหย่อนความฮาลงไปแม้แต่น้อย

จอช โบรลิน แม้จะเพิ่งเห็นผลงานไปแหม่บๆ ใน Infinity War แต่เรื่องนี้จะทำให้แฟนๆ หลงรักเขาแทนที่จะจงเกลียดจงชังเหมือนกับวายร้ายมันม่วงธานอส เรื่องนี้สาวๆ ที่นิยมสายลุงคงจะต้องกรี๊ดกับความเซ็กซี่แบบหนุ่มใหญ่ จนต้องติดแฮชแท็กว่า #แดดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อ

เหล่านักแสดงสมทบในเรื่องนี้ต้องเรียกว่าเล่นดีกันหมด ไปจนถึงตัวประกอบฉากที่ไม่มีบทพูดก็ยังสร้างสีสันและเสียงหัวเราะให้กับเรื่องได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยเฉพาะเหล่าสมาชิกทีม X-Force แต่ละคนแม้มีความเท่แต่ก็เพี้ยนจนน่าเอ็นดู

สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือบทเพลงและดนตรีประกอบในเรื่องนี้ นอกจากใช้เคล้าคลออารมณ์ของหนังแล้วยังใช้เสริมเรื่องราวได้อย่างดีเยี่ยม อย่างเพลง “Ashes” ที่ได้นักร้องระดับโลก เซลีน ดิออน มาร้องประกอบให้เข้ากับหนังอย่างไม่น่าเชื่อและยังเสริมเรื่องราวได้เป็นอย่างดี ชนิดที่ว่าถ้าใครบ่อน้ำตาตื้นมีอันต้องหัวเราะร่าน้ำตาริน

ด้านดนตรีประกอบฝีมือของ ไทเลอร์ เบตส์ ยังคงเอาอยู่ รับประกันความมันส์ โดยเฉพาะเพลง “You Can’t Stop This Mother F**ker” ที่ใช้ในฉากไคลแมกซ์ได้ทั้งยิ่งใหญ่และเรียกเสียงฮาจนต้องปล่อยก๊าก

การกลับมาของ Deadpool ครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ และทำให้รู้สึกอยากจะสำรวจชีวิตและโลกของเจ้าตัวแดงต่อไปไม่ว่าจะอยู่ในหนังเดี่ยวหรือแจมกับคนอื่น อย่างที่ประกาศออกมาแล้วว่าภาคต่อไปจะเป็นเรื่องของ X-Force กลุ่มพลพรรคฮีโร่ซึ่งน่าสนใจมากว่าพวกเขาจะนำทิศทางหนังฮีโร่ดำเนินต่อไปในทางไหน

Shares
บรรณาธิการนิตยสาร Starpics / เลี้ยงลูกเป็นงานหลัก ดูหนังเป็นงานอดิเรก