Conceptual Art ศิลปะนอกกรอบ Art อย่างนี้ก็มีด้วย ?!

จากคอลัมน์ Let’s see ประจำ Let’s comic ฉบับนี้มีที่มา ประจำเดือน สิงหาคม 2552

by Mikan

“สิ่งสำคัญที่ทำให้งานศิลปะชิ้นไหนโดดเด่นไม่ใช่แค่ดาดๆ ก็ยังคงอยู่ตรง ‘ไอเดีย’ ไม่ใช่ ‘เทคนิค’

แม้ว่าทุกวันนี้ โลกของศิลปะจะก้าวหน้าพัฒนาไปตามตูดเทคโนโลยีต้อยๆ ชนิดที่นิทรรศการภาพถ่ายก็เปลี่ยนมาเป็นภาพที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือ หรือภาพวาดบนเฟรมผ้าใบก็เปลี่ยนมาใช้วาคอมพ์  แม้แต่หนังที่ทำเงินถล่มทลายอันดับหนึ่งของโลกก็ยังอาศัยนวัตกรรมสามมิติใหม่ล่าสุด แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้งานศิลปะชิ้นไหนโดดเด่นไม่ใช่แค่ดาดๆ ก็ยังคงอยู่ตรง ‘ไอเดีย’ ไม่ใช่ ‘เทคนิค’ ! คนที่กำลังก้มหน้าก้มตาวาดรูปงกๆ ลองพักสายตาจากวาคอมพ์สักแป๊บ แล้วมาหาแรงบันดาลใจในโลกอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตของ “ศิลปะนอกกรอบ” กันเถอะ!

Conceptual Art  งานนี้ไม่มีกรอบ

ก่อนอื่นต้องบอกว่า conceptual art ไม่เท่ากับ concept art นะจ๊ะ อย่าสับสน! สำหรับคนที่ชอบงานดิจิตอลเพ้นท์ติ้งคงจะรู้จัก concept art กันดีอยู่แล้ว เพราะเป็นหนึ่งในอาชีพในฝันของศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรง แต่ conceptual art นั้นเกิดขึ้นมาจากกระแสต่อต้านงานศิลปะกระแสหลักเช่นจิตรกรรมและประติมากรรม ที่กลายเป็นเหมือนสินค้าพาณิชย์ให้เหล่าไฮโซไฮซ้อเก็บสะสมเข้าคอลเลคชั่นมากขึ้นเรื่อยๆ งานแบบคอนเซ็ปต์ช่วล อาร์ท จึงไม่เอาใจตลาด ออกแนว ‘แร๊ง’ แถมยังไม่เน้นโชว์ฝีมือขั้นเทพอะไรอีกต่างหาก

 


 

Dada vs. Stuckism  ศึกศิลปะ โหด มัน ฮา

“ทุกอย่างรอบตัวเราล้วนเป็นศิลปะได้ทั้งนั้น ไม่จำเป็นว่ามันต้องสวยงามอลังการ หรือสร้างขึ้นโดยศิลปินที่ผ่านการร่ำเรียนมา”

คอนเซ็ปต์ช่วล อาร์ท ถือกำเนิดจากกลุ่มแอนตี้ศิลปะชั้นสูงที่เรียกตัวเองว่า Dada พวกดาด้ามีความเชื่อว่าทุกอย่างรอบตัวเราล้วนเป็นศิลปะได้ทั้งนั้น ไม่จำเป็นว่ามันต้องสวยงามอลังการ หรือสร้างขึ้นโดยศิลปินที่ผ่านการร่ำเรียนมา ราคาค่างวดของวัสดุหรือความล้ำเลิศทางเทคนิคการนำเสนอไม่ใช่กรอบที่จะมาวัดว่าของสิ่งนี้เป็นศิลปะหรือไม่ใช่ศิลปะ แต่เป็นแนวคิดที่ซ่อนอยู่ในงานนั้นๆ ต่างหาก พูดง่ายๆ ว่า ขณะที่ศิลปินทั่วไปพยายามถ่ายทอดศิลปะของเขาออกมาอย่างวิจิตรพิสดาร คอนเซ็ปต์ช่วลอาร์ท กลับย้อนไปถามคนดูว่า ‘ศิลปะคืออะไร’ 

‘ศิลปินที่ไม่วาดรูปนั้นไม่ใช่ศิลปิน’

แต่มีคนชอบ Avatar ฉันใดก็ต้องมีคนเกลียด Avatar ฉันนั้น (ฮา) พวกที่หมั่นไส้แนวคิดอาร์ทๆ ของคอนเซ็ปต์ช่วลหรือพวกดาด้า ก็คือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Stuckism ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1999 เพื่อสนับสนุนงานศิลปะแบบดั้งเดิม และตั้งแง่กับงานศิลปะนอกกรอบอย่างคอนเซ็ปต์ช่วลอาร์ทว่า นี่มันอะไร ? อย่างนี้เรอะที่เรียกว่าศิลปะ ! ช่างไร้รสนิยมและอวดดีซะจริงๆ แรกเริ่มนั้นพวก Stuckism มีแค่กลุ่มศิลปินอังกฤษ 13 คน จนค่อยๆ แผ่ขยายไปทั่วโลก โดยในเดือนตุลาคม ปี 2009 ระบุว่ามีถึง 202 กลุ่มใน 48 ประเทศ

พวก Stuckism จะคอยจัดนิทรรศการศิลปะและเวทีสนทนาต่อต้านรางวัล Turner Prize ของอังกฤษที่ค่อนข้างจะโปรคอนเซ็ปต์ช่วลอาร์ท รวมทั้งต่อต้านนาย Charles Saatchi เจ้าพ่อวงการโฆษณาที่กลายมาเป็นพ่อยกให้กับศิลปินอังกฤษรุ่นใหม่แนวคอนเซ็ปต์ช่วล ชุดคอสตูมของพวก Stuckism คือตัวตลก อาจจะเพื่อประชดว่าศิลปินคอนเซ็ปต์ช่วลอาร์ทก็เหมือนกับนักแสดงปาหี่ เพราะอุดมการณ์อันแรงกล้าของพวก Stuckism คือ ‘ศิลปินที่ไม่วาดรูปนั้นไม่ใช่ศิลปิน’

          แหม่! ฟังดูท่าจะมัน แต่ก่อนจะเข้าข้างฝ่ายใด เราลองไปดูงานศิลปะที่เรียกว่า คอนเซ็ปต์ช่วล อาร์ท ของจริงกันก่อนดีกว่า ว่าจะคมคายรึบ้าบอกันแน่ !!

 


 

Conceptual art สะท้านโลก

น้ำพุโถฉี่ ?!

Fountain โดย Marcel Duchamp ก่อกระแสครึกโครมในโลกศิลปะช่วงปี 1917 ที่มันออกสู่สายตาสาธารณชน เพราะแทนที่จะวาดรูปหรือปั้นแต่งงานอาร์ท กลับไปเอาโถฉี่บ้านๆ มาจับตั้งแล้วเซ็นชื่อซะหยั่งงั้น! แถมชื่อ R. Mutt 1917 ก็ไม่ใช่ลายเซ็นของเขาแต่เป็นชื่อโรงงานที่เขาไปซื้อเจ้าโถนี้มาต่างหาก

“ปรากฏว่าตลอดงานไม่มีใครรู้ว่านี่คืองานศิลปะ!”

เรื่องราวเบื้องหลังเจ้าน้ำพุนี้ยังชวนหัวไม่แพ้หน้าตาของมัน เพราะดูแชมป์ซึ่งเป็นสมาชิกกรรมการศิลปินอิสระในขณะนั้น ได้ส่งงานชิ้นนี้เข้าร่วมแสดงงานศิลปะในชื่อ R.Mutt โดยงานศิลปะนี้ระบุว่าจะแสดงงานทุกชิ้นที่ส่งมา แต่พอเอาเข้าจริง หลังจากคณะกรรมการถกเถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่าไอ้น้ำพุนี่ถือเป็นศิลปะหรือเปล่า (หลายคนในนั้นไม่รู้ว่าจริงๆแล้วดูแชมป์เป็นคนส่ง) สุดท้ายเขาก็เอามันไปแอบไว้ระหว่างการแสดง ดูแชมป์จึงลาออกจากคณะกรรมการด้วยความเซ็ง

น้ำพุนี้เป็นส่วนหนึ่งในซีรีย์ชุด ‘Readymades’ ของดูแชมป์ ซึ่งเกิดจากคอนเซ็ปต์การนำเอาสิ่งของที่มีอยู่แล้ว มาพลิกคว่ำตะแคงหงาย ดัดแปลงก๊อกๆ แก๊กๆ แล้วก็เซ็นชื่อซะ เรียบร้อย! (หรือที่เรียกว่า found art ) นอกจากนี้แล้ว ยังมีงานบ๊องๆ อย่าง Bicycle Wheel ล้อรถจักรยานที่เอามาติดกับเก้าอี้ เอาไว้มองล้อหมุนเพลินๆ, Trap ที่แขวนเสื้อโค้ท ไม้ และเหล็ก ที่เขาเอาไปโชว์ในอาร์ทแกลเลอรี่ ปรากฏว่าตลอดงานไม่มีใครรู้ว่านี่คืองานศิลปะ!, Unhappy Readymade งานที่เขาบอกให้น้องสาวเอาตำราภูมิศาสตร์ไปแขวนตากที่ระเบียงอพาร์ทเมนท์ เพื่อให้ปัญหาและทฤษฎีต่างๆ ถูกทดสอบโดยดินฟ้าอากาศอย่างแท้จริง หรืองานที่ชื่อว่า L.H.O.O.Q ที่เป็นการล้อเลียนภาพโมนาลิซ่าด้วยการเติมหนวดและเคราแพะให้เธอ !

Dada : นี่แหละคือศิลปะ มันอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ใดๆ นอกจากไอเดียของศิลปิน โอ้ว..มันช่างมีพลัง!

Stuckism : อย่างนี้เค้าเรียกว่า ‘เกรียนตัวพ่อ’ ซะมากกว่าม้างงง?!

 


 

ฉลามดองยา ?!

“ปัญหาโลกแตกที่อาร์ทติสท์กับนักอนุรักษ์คิดเห็นแตกต่างกันคือ อะไรสำคัญกว่า – ชิ้นงานหรือความตั้งใจ”

The Physical Impossibility of Death in the Mind of Someone Living งานชิ้นดังของศิลปินชาวอังกฤษแห่งยุค Damien Hirst ในปี 1992 ที่ทำให้เขาติดอันดับศิลปินที่ร่ำรวยที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะขายงานชิ้นนี้ชิ้นเดียวได้ถึง 8 ล้านปอนด์เชียวนะ!

ไหนบอกคอนเซ็ปต์ช่วลอาร์ทไม่ทำงานอลังการเอาใจคนรวย! แม้งานชิ้นนี้จะดูยิ่งใหญ่เกินหน้าเกินตาเจ้าน้ำพุโถฉี่ แถมได้เงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์ แต่เฮิร์สท์ก็เติบโตมาจากแนวคิดคอนเซ็ปต์ช่วล และเขาก็ยังคงมุ่งถ่ายทอด ‘แนวคิด’ สู่คนดู เพียงแต่ขั้นตอนการทำงานอาจจะซับซ้อน (และไฮโซ) ขึ้นเท่านั้น

เจ้าฉลามดองนี้ตัวแรกเน่าไปเรียบร้อยเพราะดองไม่ค่อยดีนัก ฉลามตัวใหม่จึงถูกนำมาดองแทนที่ถ้าเป็นงานศิลปะดั้งเดิม คงบอกว่านี่เป็นงานทำซ้ำ แต่เฮิร์สท์ก็ตอบว่า “ปัญหาโลกแตกที่อาร์ทติสท์กับนักอนุรักษ์คิดเห็นแตกต่างกันคือ อะไรสำคัญกว่า – ชิ้นงานหรือความตั้งใจ ผมมาจากศิลปะแนวคอนเซ็ปต์ช่วล ผมจึงคิดว่ามันน่าจะเป็นความตั้งใจ ผลงานชิ้นเดียวกัน แต่การตัดสินปัญหานี้คงต้องใช้เวลาอีกนาน”

อย่างไรก็ตาม พวก Stuckism ได้โจมตีเจ้าฉลามดอง ด้วยงานชื่อ A Dead Shark Isn’t Art โดยเอาฉลามสตัฟฟ์ที่เคยโชว์อยู่หน้าร้านของนาย Eddie Saunder เป็นเวลา 2 ปีก่อนที่เฮิร์สทจะทำงานฉลามดองขึ้นมา แล้วโยนคำถามว่า “ถ้าฉลามของเฮิร์สท์ถูกเรียกว่างานศิลปะชั้นเลิศ แล้ว Eddie ล่ะ? แถมออกแสดงก่อนถึง 2 ปีด้วย! เราบังเอิญค้นพบอัจฉริยะคนใหม่ รึว่าจริงๆ แล้วศพฉลามไม่ใช่งานศิลปะกันแน่?”

นอกจากเจ้าฉลามเคราะห์ร้ายแล้ว เฮิร์สท์ยังจับเอาสัตว์อีกหลายประเภทมาทำเป็นงานศิลปะแหวะๆ อาทิ Mother and Child Divided แม่วัวกับลูกวัวผ่าครึ่ง, Away from the Flock แกะแช่ฟอร์มาลีน ซึ่งมีคดีอื้อฉาวเกิดขึ้น เมื่อนาย Mark Bridger อาร์ทติสวัย 35 เทสีดำเข้าไปในแท๊งค์ฟอร์มาลีน แล้วเปลี่ยนชื่องานเป็น Black Sheep (แกะดำ) ผลก็คือเขาถูกดำเนินคดีและคาดโทษเป็นเวลา 2 ปี

Dada : เดเมียน เฮิร์สท์ คืออัจฉริยะ! เขาทำให้โลกรู้จักคอนเซ็ปต์ช่วลอาร์ท และรู้ว่ามันยิ่งใหญ่แค่ไหน วะฮ่าฮ่าฮ่า !

Stuckism : ศพฉลามไม่ใช่งานศิลปะว้อย  แถมยังก็อปเค้ามาอีกต่างหาก เฮอะ!

 


 

ผ้าห่อตึก ?!

“งานชิ้นดังของพวกเขาคือการห่อหุ้มพันธนาการทุกอย่าง”

งานศิลปะชิ้นมโหระทึกของคู่รักศิลปิน Christo และ Jeanne-Claude ที่มีเอกลักษณ์ในการทำงานศิลปะแบบ Environmental Art (ศิลปินใช้ส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อม เพื่อสร้างการรับรู้แปลกใหม่ ในช่วงเวลาหนึ่ง) งานชิ้นดังของพวกเขาคือการห่อหุ้มพันธนาการทุกอย่าง ตั้งแต่นิตยสาร, ร้านค้า, มอเตอร์ไซค์, ท่าเรือ จนไปถึงสะพาน, ตึกอาคาร — พระราชวัง และล่าสุดโปรเจ็คท์ที่กำลังทำอยู่คือการห่อหุ้มแม่น้ำสายใหญ่!

ถึงแม้ทั้งสองจะออกตัวว่าไม่ใช่ศิลปินแนวคอนเซ็ปต์ช่วลอาร์ท แต่งานของคริสโตและ ฌอง คลอดด์ นั้นก็ดูเหมือนจะตอกย้ำแนวคิดเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า คริสโตเป็นคนเริ่มงานศิลปะห่อของนี้ตั้งแต่ช่วงปี 60 จนมาเจอกับ ฌอง คลอดด์ คู่ชีวิตที่เกิดวันเดียวกับเขา และร่วมกันสานฝันการหุ้มห่อให้ยิ่งใหญ่อลังการขึ้นทุกที โดยต้องใช้ทั้งเวลา-แรงงาน และทุนทรัพย์ไม่ใช่น้อยๆ แถมยังอยู่ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ศิลปินคู่นี้แกก็อาร์ทตัวเป้งไม่ยอมรับเงินสนับสนุนจากใครทั้งสิ้น เพราะกลัวว่างานศิลปะจะถูกแทรกแซง แกจึงออกเงินเองทั้งหมดโดยได้มาจากการขายภาพสเก๊ตซ์ช่วงเตรียมงานและการขายผลงานชิ้นเก่าๆ

นอกจากการห่อสิ่งก่อสร้างด้วยผ้าแล้ว งานของพวกเขายังมีการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมแปลกใหม่อื่นๆ เช่น โปรเจ็คท์ The Umbrellas ที่มีการปักร่มฟ้าและร่มเหลืองในเนินเขาของประเทศญี่ปุ่นและอเมริกา, Surrounded Island การล้อมเกาะด้วยผ้าสีชมพูลอยน้ำได้, Valley Curtain การเอาผ้าสีส้มสดขึงเป็นม่านของเนินเขา ฯลฯ ทั้งหมดก็เพื่อสร้างมุมมองใหม่ผ่านทางภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปนี่เอง แม้ว่าทุกวันนี้ ฌอง คลอดด์ จะสิ้นอายุขัยไปแล้ว แต่สามีของเธอ คริสโต ก็ยังคงเดินหน้าสร้างงานศิลปะที่ใช้ผืนโลกแทนเฟรมผ้าใบ…ต่อไป

Dada : ……………………….ศิลปะคืออะไร?

Stuckism : ……………………………………นั่นสินะ – -‘

 


 

Conceptual Art คนไทย…ภูมิใจเสนอ

ไม่ใช่แค่ศิลปินเมืองนอกเมืองนาเท่านั้นที่ทำศิลปะแนวคอนเซ็ปต์ช่วลอาร์ทแปลกๆ ออกมาให้โลกดู ศิลปินไทยที่ทำงานในแนวนี้ได้น่าสนใจก็มีเหมือนกัน

ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช

ศิลปินไทยร่วมสมัยที่แจ้งเกิดในต่างแดนเมื่อปี 2532 ด้วยการไปทำ ‘ผัดไทย’ ให้หอมฟุ้งทั่วอาร์ทแกลเลอรี่ของนิวยอร์ค จนฝรั่งอเมซซิ่ง! ต่อมาในปี 2535 เขาก็แจกแกงกะหรี่ให้ผู้ชมกินฟรีๆ ระหว่างชมนิทรรศการศิลปะ เช่นเดียวกับในปี 2536 ที่เขาไปทำก๋วยเตี๋ยวเรือในเรือสเตนเลส ในงาน Venice Biennale เพื่อถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของอิตาลี จีน และไทย ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางโดยเรือและวัฒนธรรมการกินเส้น (ก๋วยเตี๋ยว) ชนิดที่มีทั้งภาพ กลิ่น เสียง แถมยังกินได้ด้วย !

สถิตย์ ศัสตรศาสตร์

ศิลปินอิสระที่ชอบสื่อสารกับคนดูผ่านงาน  Video และ Installation art ที่ชวนให้คิด เช่น Drift  งานศิลปะที่เขาจัดแสดงในห้องพักของโรงแรม (ซึ่งเขาเคยพัก) เพื่อให้ผู้ชมเข้าไปดูและสำรวจร่องรอยของเขา หรืองาน Nothing in the End “สุดท้ายก็ไม่มีอะไร” ที่ลงข้อความโฆษณาในหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 13 เมษายน 2552 ว่า ‘วันนี้เป็นวันที่เงียบสงบวันหนึ่ง’ ซึ่งปรกติวันสงกรานต์ไทยเราก็มักจะมีเหตุการณ์เลือดสาดเกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่เผอิญว่าปีนั้นมันสาดดดด…มากกว่าปรกติ!

สาครินทร์ เครืออ่อน

ศิลปินไทยคนแรกที่ได้ร่วมแสดงงาน Documenta นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยปี 2550 ที่เมืองคาสเซิล ประเทศเยอรมัน โดยสิ่งที่เขาไปนำเสนอที่นั่นก็คือ ‘นาข้าวขั้นบันได’ บริเวณหน้าปราสาท Wilhelmshöhe แม้ว่าผลของการเพาะปลูกจะไม่ประสบความสำเร็จนัก แต่ผลที่ออกมานั้นนับว่าน่าประทับใจ เพราะชาวเยอรมันที่มาร่วม ‘ลงแขก’ ต่างตื่นเต้นที่ได้สัมผัสการทำงานเกื้อกูลกันแบบไทยๆ

วสันต์ สิทธิเขตต์

หลายคนอาจจะคุ้นหน้าค่าตาลุงหนวดคนนี้ในโปสเตอร์หาเสียงตามคูหาเลือกตั้ง วสันต์ เป็นศิลปินอิสระรางวัลศิลปาธรที่ทำงานหลายแขนงในเชิงวิพากษ์สังคม ก่อนหน้าที่จะก่อตั้ง ‘พรรคศิลปิน’ และลงเลือกตั้งในปี 2548 เขาก็เคยตั้งพรรค ‘เพื่อกู’ ในช่วงเดียวกับพรรคไทยรักไทย และออกนโยบายประชดแดกดักรัฐบาลทักษิณ เช่น โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งกองพัน เพื่อก่อตั้งแก๊งมือปืน เป็นต้น

 


 

Let’s find the concept !!

เป็นยังไงบ้างกับศิลปะนอกกรอบแบบคอนเซ็ปต์ช่วลอาร์ท เหมือนได้เดินทางเข้าไปในโลกพิศวงโพรงกระต่ายของอลิซกันเลยมั้ย !? แต่ก่อนจะกลับไปเข้าถ้ำ นั่งอยู่หน้ากรอบสี่เหลี่ยมของกระดาษ, เฟรมผ้าใบ รึวาคอมพ์ ลองไปหาดูว่ารอบตัวเราก็อาจมีคอนเซ็ปต์ช่วลอาร์ทแฝงอยู่เหมือนกันนะ อิอิ !


แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจบนเว็บไซต์ Plotter ครับผม

ที่มา

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"