Kim Jung Gi : สไนเปอร์ปลายปากกา

จากคอลัมน์ Let’s Introduce ประจำ Let’s comic ฉบับที่ 27 ประจำเดือน กันยายน 2556

บทความโดย : 24Octobers

ถ้าวงการการ์ตูนและภาพวาดต้องการนักวาดที่มีฝีมือแม่นยำและรวดเร็วเหมือนที่วงการทหารต้องการพลแม่นปืนล่ะก็ ตำแหน่งดาวรุ่งพุ่งแรงในยุคนี้ที่มีคุณสมบัติดังที่ว่าเห็นทีจะไม่พ้นนักวาดการ์ตูนชื่อดังชาวเกาหลีใต้ คิม จอง กิ มือสไนเปอร์แห่งวงการลายเส้นปากกา

คิม จอง กิ (Kim Jung Gi ) ศิลปินนักวาดภาพหนุ่มวัยสี่สิบสามปีที่ให้คำนิยาม

ตัวเขาเองว่าเป็น ‘นักวาดการ์ตูน’ ถือกำเนิดขึ้นในเมือง Goyang-Si ในจังหวัด Kyongki-Do ประเทศเกาหลีใต้ ในปี 1975 เขารู้ตัวเองว่าชอบวาดรูปและไปได้ดีในเส้นทางนี้มาตั้งแต่เด็กถึงขนาดที่ว่าเคยคิดอยากเป็นนักวาดการ์ตูนเมื่ออายุได้เพียง 5-6 ขวบ เมื่อโตขึ้นมาเขาได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่สอนทางด้านศิลปะทว่าเพียงปีที่ 3 เขาก็ตัดสินใจลาออกด้วยเหตุผลเพราะว่าอยากเป็นนักวาดการ์ตูน

ด้วยความที่เป็นลูกชายคนโตของบ้านทำให้ความชอบของเขาสวนทางกับความต้องการของพ่อแม่ ในช่วงแรกทางบ้านไม่เห็นด้วยกับเส้นทางที่เขารัก จนกระทั่งวันหนึ่งที่คุณครูประจำชั้นส่งจดหมายมาที่บ้านว่าเขามีความสามารถในด้านการวาดรูปเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นพ่อแม่ของเขาจึงได้ตัดสินใจเริ่มสนับสนุนเขาในเส้นทางนี้

ในช่วงแรกที่ออกจากโรงเรียนเขาได้มารวมกลุ่มกับนักวาดการ์ตูนคนอื่นๆ เพื่อเขียนการ์ตูน และที่นั่นเองที่ทำให้เขาได้พบกับภรรยาคนปัจจุบัน เพื่อไล่ตามความฝันประกอบกับต้องการงานทำเขาจึงรวบรวมผลงานที่ได้วาดขึ้นก่อนจะนำไปเสนอสำนักพิมพ์ต่างๆ กว่าสิบสำนักพิมพ์ทว่ากลับถูกทุกที่ปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่ามันไม่ใช่สไตล์ที่ต้องการ บางที่ถึงกับแนะนำให้เขาเปลี่ยนสไตล์การวาดเสียด้วยซ้ำ !เหตุการณ์นี้ทำให้เขาถึงกับไม่อาจจับดินสอได้อีกเป็นเดือน เขาเฝ้าแต่ครุ่นคิดซ้ำไปซ้ำมาว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี จนกระทั่งตัดสินใจได้ในที่สุด ในปีถัดมาเขากลับไปที่สำนักพิมพ์เดิมซ้ำอีกครั้งด้วยผลงานเดียวกับในปีที่แล้ว แต่ในครั้งนี้ผลปรากฏว่าเขาได้งาน การยืนหยัดเชื่อมั่นในลายเส้นและสไตล์ของตนเองของ คิม จอง กิ ให้ผลลัพธ์ที่น่ามหัศจรรย์ในปีถัดมานี้เอง

คิม จอง กิ พัฒนาฝีมือและสร้างสรรค์ผลงานออกมาเป็นจำนวนมากจนถึงปัจจุบัน เขาถูกเชิญไปแสดงการวาดภาพสดๆ ต่อหน้าผู้ชมมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ใช่แค่ในเกาหลีใต้ประเทศบ้านเกิดของเขาเท่านั้น ทว่ารวมถึงในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ด้วยสไตล์การวาดภาพอันเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถสะกดสายตาผู้ชมและเรียกเสียงอุทานด้วยความตื่นเต้นในทุกที่ที่เขาปรากฏตัว – ถ้า คิม จอง กิ อยู่ในกองทัพเขาคงได้รับหน้าที่ให้เป็นมือสไนเปอร์ที่สามารถวิ่งลุยได้โดยไม่ต้องส่องกล้องเล็ง! เพราะเขาสามารถวาดรูปขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและรายละเอียดยิบย่อยเหมือนของจริงได้ในเวลาอันรวดเร็วและแม่นยำโดยไม่ต้องร่างภาพหรือใช้ Reference ใดๆ ทั้งสิ้น สไตล์การวาดภาพของเขาเหมือนกับการถ่ายทอดความคิด ณ ขณะนั้นออกมาให้ผู้ชมได้รับรู้

เขาเคยกล่าวเอาไว้ในการให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่าการที่เขาสามารถวาดภาพเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องมี Reference ประกอบเพราะว่า Reference เหล่านั้นอยู่ในหัวเขาหมดแล้ว เขาชอบที่จะดูรูปภาพต่างๆ จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันและเก็บข้อมูลเหล่านั้นเอาไว้ในหัว เมื่อถึงเวลาต้องหยิบออกมาใช้ก็สามารถเรียกใช้ได้ในทันทีและมีประสิทธิภาพ และในเวลาที่เขามองสิ่งต่างๆ รอบตัว รวมถึงการดูภาพยนตร์และวีดีโอต่างๆ เขามักจะฝึกวาดภาพที่เชื่อมโยงกับวัตถุที่เห็นเสมอๆ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเขาจึงไม่จำเป็นต้องร่างภาพก่อนวาดแต่สามารถเก็บรายละเอียดได้ทั้งหมด และเพราะว่าเขาให้ความสำคัญกับสิ่งรอบตัวหรือรายละเอียดต่างๆ ที่เคยได้พบเห็นมาในชีวิตเป็นอย่างมากจนมีไอเดียใหม่ๆ ผุดขึ้นมาอยู่เสมอ เขาจึงชอบที่จะวาดในสิ่งที่เขาคิดทันที ดังนั้นในทุกคลิปที่มีคนถ่าย คิม จอง กิ ตอนแสดงการวาดภาพสดๆ เอาไว้เราจึงสามารถสังเกตเห็นลักษณะในการวาดภาพของเขาที่เริ่มต้นวาดตรงนี้ก่อนจะกระโดดไปตรงนั้นแล้วก็ย้ายไปตรงโน้นก่อนจะกลับมาเติมที่เก่า น่าประหลาดที่มันสามารถเชื่อมโยงเป็นเรื่องราวเดียวกันได้ราวกับเขาวาดภาพมันเอาไว้ในหัวตั้งแต่ต้นทั้งๆ ที่จริงแล้วเขาไม่ได้ร่างอะไรไว้ในหัวเลยแม้แต่น้อยทุกอย่างเกิดจากอารมณ์และความคิด ณ ขณะนั้นล้วนๆ

นอกจากวาดการ์ตูนและภาพต่างๆ เป็นงานหลักแล้ว คิม จอง กิ ยังเป็นอาจารย์สอนด้านศิลปะในโรงเรียนสอนศิลปะอีกด้วย โดยสไตล์การวาดแบบไม่ร่างภาพก่อนก็เริ่มมาจากตรงนี้ เพราะในแต่ละคลาสเรียนต้องการการสาธิตที่รวดเร็ว เขาจึงมักจะวาดภาพแบบสดๆ โดยไม่ร่างในการสอนนักเรียน หลังจากทำแบบนั้นบ่อยๆ เข้ามันก็ติดจนกลายเป็นสไตล์ของเขาโดยไม่รู้ตัว

เมื่อหันมามองในแง่ของเนื้อหาและลายเส้น คิม จอง กิ ได้แสดงเอกลักษณ์และตัวตนความเป็นผู้ชายสายดาร์คของเขาลงในคาแรคเตอร์ของตัวการ์ตูนแต่ละตัวตลอดจนองค์ประกอบต่างๆ อยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็น อาวุธ ขวดเหล้า เงิน ผู้หญิงรูปร่างเซ็กซี่ในชุดนุ่งน้อยห่มน้อย สัตว์ดุร้าย รวมถึงยานพาหนะเท่ๆ (คิม จอง กิ ชื่นชอบในเครื่องยนต์มาก เขาเคยให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่าถ้าไม่เป็นนักวาดการ์ตูนเขาคงเลือกที่จะเป็นช่างเครื่อง) แต่บางครั้งเขาก็แสดงแง่มุมที่แฝงอารมณ์ขันลงในผลงาน เช่น การหยิบจับเอาผู้คนรอบข้างอย่างตากล้อง ผู้ชม หรือแม้แต่ตัวเขาเองเข้ามาอยู่ในงานชิ้นนั้นด้วย

———————————————————————————————————————————————

The Idol

นักวาดการ์ตูนหรือผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลายคนมักจะมีไอดอลหรือนักวาดที่ชื่นชอบอยู่ในใจ คิม จอง กิ ก็เช่นเดียวกัน เขาชื่นชอบนักวาดหลายคนทั้งที่เป็นคนเกาหลีเหมือนกันอย่าง Sae Young Oh, Yang Young Sun และ Kim Yong Hwan หรือที่เป็นชาวต่างชาติอย่าง Norman Rockwell, Moebius (Jean Giraude), Akira Toriyama และอีกหลายคน โดยเฉพาะนักวาดชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้เขายังชื่นชอบการ์ตูนญี่ปุ่นเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็น Blade of the Immortal The Climber Tokyo University Story  และการ์ตูนชื่อคุ้นหูคนไทยเป็นที่สุดอย่าง ดร.สลัมกับหนูน้อยอาราเล่ ! ไม่เพียงแค่นั้น เขายังเป็นเพื่อนกับนักวาดการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังเจ้าของผลงาน Eyeshield 21 และ One Punch-Man อย่างอาจารย์ Murata Yusuke อีกด้วย

ผลงาน

ตั้งแต่เริ่มวาดภาพมา คิม จอง กิ มีผลงานผลิตออกมามากมายซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นการ์ตูนสั้น งานนิทรรศการและภาพวาดสดๆ ที่ถูกเชิญไปออกอีเวนท์ต่างๆ โดยผลงานหลักๆ ที่ถูกตีพิมพ์เป็นเล่มมีดังนี้

Funny Funny

Funny Funny – ผลงานตีพิมพ์ชิ้นแรกของ คิม จอง กิ ที่ออกกับ Young Jump (เป็นหนังสือการ์ตูนสไตล์เกาหลี)

TLT, Tiger the Long Tail

TLT, Tiger the Long Tail – TLT เป็นการ์ตูนชุด 6 เล่มหนาประมาณเล่มละ 200 หน้า ที่ได้ผู้เขียนเนื้อเรื่องคือ Seung Jin Park และตีพิมพ์โดย CNC revolution ในช่วงปี 2008 -2010 เนื้อเรื่องเล่าถึงโลกที่สัตว์ต่างๆ มีมันสมองที่ชาญลาดจนสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้เหมือนคน แทโฮ เสือหนุ่มตัวเอกที่ชีวิตจริงไม่เอาไหนมักจะฝันร้ายซ้ำๆ เกี่ยวกับการพยายามช่วยใครบางคนริมหน้าผาแต่สุดท้ายแล้วเขาก็ร่วงลงจากหน้าผาไปทั้งคู่ วันหนึ่งมีจดหมายลึกลับส่งมาหาเขามีใจความประมาณว่าถ้าเขาต้องการพิชิตโลกใบนี้ให้มาขึ้นรถบัสตามที่นัดหมาย เขาตัดสินใจไปพร้อมกับเพื่อนบ้านแสนลึกลับก่อนจะพบว่าเบื้องหลังของจดหมายนั้นคือบริษัทยาแดซาน ปมปริศนาในครั้งนี้เริ่มขยายใหญ่ขึ้นโดยที่อนาคตของแทโฮขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขาเอง !

The 2007 sketchbook

The 2007 sketchbook – หนังสือรวมภาพผลงานเล่มแรกที่ คิม จอง กิ ได้จัดทำขึ้น ภายในประกอบไปด้วยภาพวาดลายเส้นผลงานต่างๆ ที่เขาได้รวบรวมไว้ ทั้งภาพ drawing, ภาพคน, ภาพสัตว์ ตลอดไปจนถึงภาพการ์ตูนล้อเลียน

The 2011 sketchbook

The 2011 sketchbook – หนังสือรวมภาพผลงานเล่มที่สองซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ The 2007 sketchbook ทว่าเป็นผลงานใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วง 3-4 ปีหลังจากนั้น

The 2013 sketchbook

The 2013 sketchbook – หนังสือรวมภาพผลงานเล่มที่สามซึ่งรวบรวมผลงานต่างๆ ตลอดช่วงระยะเวลารอยต่อระหว่างทั้งสองเล่มซึ่งรวมไปถึงผลงานในช่วงที่เขาเดินทางไปฝรั่งเศสในปี 2012 ด้วย

———————————————————————————————————————————————

ถ้าหากสนใจอยากติดตามความเคลื่อนไหวของนักวาดชาวเกาหลีฝีมือเทพอีกคนหนึ่งอย่าง คิม จอง กิ เพิ่มเติม สามารถเข้าไปได้ที่ http://www.kimjunggi.net/

———————————————————————————————————————————————

ในขณะที่กำลังจ้องมองคลิปแสดงการวาดภาพสดนานกว่าชั่วโมงของ คิม จอง กิ ด้วยความอัศจรรย์ใจในเทคนิคและความลื่นไหลอันน่าตื่นตะลึง คำถามเล็กๆ ก็บังเกิดขึ้น ทำไมแต่ละภาพที่เขาตวัดปากกาลงไปนั้นมันถึงเต็มไปด้วยรายละเอียดและชีวิตชีวาได้ขนาดนี้ หรือที่จริงแล้วความลับของชายหนุ่มผู้นี้ที่ทำให้เขาแตกต่างจากนักวาดการ์ตูนคนอื่นๆ ก็คือ ‘การใส่ใจ’ และ ‘ไม่ละเลยความสำคัญ’ ของทุกๆ สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนั่นเอง

——————————————
แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจ ไว้เป็นวัตถุดิบสำหรับแรงบันดาลใจ ในบทความต่อๆ ไป บนเว็บไซต์ Plotter.in.th ครับผม

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"