เปิดใจแอนิเมเตอร์ชาวอเมริกันกับความยากลำบากในญี่ปุ่น !

By หนุ่มผมยาว

เชื่อว่าหลายๆ ท่านที่ทำงานหรือสนใจด้านแอนิเมชั่นโดยเฉพาะสาย 2D นั้น ย่อมต้องมองว่าญี่ปุ่นคือหนึ่งในประเทศที่สนับสนุนผลงานด้านนี้มากที่สุด รวมไปถึงมีสตูดิโอที่สร้างผลงานที่มีคุณภาพรวมอยู่มากที่สุดอีกด้วย …แต่ในอีกมุมหนึ่ง เราก็น่าจะเคยได้ยินถึงความยากลำบากของผู้คนที่ทำงานสายนี้มาไม่น้อยเช่นกัน

ทั้งนี้ในครั้งนี้ Plotter จึงได้นำเรื่องราวของ Henry Thurlow นักเขียนแอนิเมชั่น 2D ชาวอเมริกันผู้อดทดและทะเยอทะยานเพื่อความฝัน กับประสบการณ์การทำงานและอุปสรรค์ความยากลำบากในวงค์การแอนิเมชั้น 2d และประสบการณ์การในการใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุุ่นของเขามาให้อ่านกันเพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านสำหรับผู้ที่สนใจ

“การที่ผมได้ทุ่มเททำงานอย่างหนักนั้นก็เพราะว่าผมต้องการได้เป็นส่วนหนึ่งของสตูดิโอแอนิเมชั่นที่ผมรักตามความฝันของผม”

Henry Thurlow แอนิเมเตอร์ชาวอเมริกันที่ทำงานให้กับการ์ตูนแอนิเมชั่นญี่ปุ่น เขาทำหน้าที่เป็น Keyframe animation, Secondary key และ Inbetween animation ให้กับการ์ตูนหลายเรื่อง

เขาได้ทำงานอยู่เบื้องหลังผลงานชื่อดังอย่าง Tokyo Ghoul, Naruto: Shippûden, The Last: Naruto the Movie, Gintama Porori-hen, Overlord II และอื่นๆ อีกมาก

——————————————————————————————————————————

เรื่องราวอ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ของ Henry Thurlow ในช่วงปี 2015

เริ่มด้วยในวัยเด็ก เขาก็เหมือนกับเด็กๆ ทั่วไปในอเมริกาที่ชมการ์ตูนผ่านรายการทีวีประเภทต่างๆ จนได้เริ่มสัมผัสกับผลงานที่มีความดาร์คและความรุนแรงมากขึ้น จนวันหนึ่งเขาได้ไปร้านวิดีโอแห่งหนึ่งและได้เจอเข้ากับภาพยนตร์หมวดอนิเมะจึงได้เช่าไปดูและเริ่มได้สัมผัสผลงานอนิเมะมากขึ้น

หลังจากเรียนจบที่ Delaware College of  Art and Design เขาก็ได้ทำงาน Freelance รับทำงานแอนิเมชั่นอยู่ในนิวยอร์ค เขาหางานทุกอย่างและทำงานทุกประเภทเกี่ยวกับแอนิเมชั่นที่เขาหาได้ตั้งแต่ เว็ปเกมส์ รายการเด็ก มิวสิควีดีโอ การ์ตูนซี่รีย์ในประเทศของเขา

ซึ่งตอนนั้นตัวเขาเองก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่เขาทำมากนักเพราะเขารู้สึกว่าตนเองนั้นเอาฝีมือในการสร้างงานที่มีอยู่ไปเสียเวลากับงานที่ไม่ท้าทายบวกกับการใช้ชีวิตที่จำเจแทนที่จะได้มีส่วนร่วมในการทำผลงานที่เจ๋งๆ เหมือนกับการ์ตูนที่ตัวเขาในวัยเด็กชื่นชอบในช่วงการ์ตูนยุคประมาณ 80-90 เช่น Genocyber, Yoma, Ninja Scroll, and Demon City Shinjuku.

Ninja Scroll (Screenshot)

เขาจึงคิดว่าถ้าไม่ย้ายไปหางานแอนิเมเตอร์ที่ญี่ปุ่น เขาก็ไม่สามารถได้ทำงานที่เขาต้องการจริงๆ เสียที โดยที่ตัวเขาเองก็เริ่มเบื่อหน่ายวงการแอนิเมชั่นในประเทศของเขาเพราะรู้สึกว่างานในประเทศของเขาเองไม่มีผลงาน 2d แอนิเมชั่นที่ทุ่มเทใช้ทักษะในการสร้างมากนัก

เขาจึงออกเดินทางตามฝันไปหางานที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อที่จะเป็นนักเขียน 2d แอนิเมชั่นในญี่ปุ่น ซึ่งมันก็ไม่ง่ายนัก โดยในช่วงนั้นเขาตระเวนขอสมัครงานตามสตูดิโอต่างๆ และก็ถูกปฏิเสธการรับงานอยู่หลายแห่ง แถมตัวเขาเองในตอนนั้นก็ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น ไปมีเส้นสาย ไม่มีเพื่อน

ภาพร่างแอนิเมทและไฟนอลโดย Henry Thurlow ฉากหนึ่งของ Naruto: Shippûden

เขาต้องดิ้นรน สร้างพอร์ตโฟลิโอใหม่อยู่หลายครั้ง ฝึกภาษาญี่ปุ่นจนชำนาญ เข้าใจวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมากขึ้น และเริ่มมีเส้นสายและมีเพื่อนในการติดต่องานมากขึ้น ซึ่งเขาต้องดิ้นรนหางานที่เขาต้องการอยู่เป็นเวลาถึงสี่ปี จนที่สุดก็ได้มีค่าย Nakamura-Productions เสนอรับเขาเข้าทำงานโดยบอกว่าพอทโพริโอของเขานั้นใช้ได้แล้วพร้อมกับได้สัมภาษณ์งานกับเขา ซึ่งเขาเองก็เป็นชาวอเมริกันคนแรกที่ได้ทำงานกับค่าย Nakamura-Productions

ซึ่งเขาเองก็เตรียมใจที่เผชิญหน้างานที่เหน็ดเหนื่อย เขามองว่าวงการงานแอนิเมเตอร์นั้นต่างจากบ้านเกิดเขามาก เพราะการที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างผลงานที่นี้ดูมีคุณค่ามากกว่าและมีความภูมิใจมากกว่า

ก่อนเขาจะโดนจ้างงาน ผู้สัมภาษณ์งานได้เตือนเขาไว้ว่าวงการนี้เป็นวงการที่ยาก งานที่ต้องทุ่มเทหลายต่อหลายชั่วโมง แถมค่าแรงก็ถือว่าน้อย และเขาพบว่างานสายนี้กลับไม่ได้เป็นที่รู้จักสายตาคนส่วนมากเท่าที่ควร

ผู้สัมภาษณ์งานได้เตือนเขาไว้ว่าวงการนี้
เป็นวงการที่ยาก งานที่ต้องทุ่มเทหลายต่อหลายชั่วโมง แถมค่าแรงก็ถือว่าน้อย

เขาได้เล่าว่าวงการนี้มันไม่ใช้เป็นแค่วงการที่ยาก แต่มันเป็นวงการทีเหี้ยมโหด ขูดเลือดขูดเนื้อเลยที่เดียว ซึ่งบางครั้งค่าจ้างที่ได้รับขั้นต่ำจะอยู่ที่ 100 เหรียญ ต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งบางครั้งอาจได้รับค่าจ้างน้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำในประเทศญี่ปุ่นด้วยซ่้ำ พวกเขาจะให้งานคุณทำจนถึงขั้นว่าอาเจียนจนต้องเขาโรงพยาบาลหยอดน้ำเกลือกันเลย

“ผมไม่ตื่นขึ้นมาทุกเช้าเพื่อถามตัวเองว่าฉันจะทำต่อไปรึเปล่า ผมก็แค่รู้ตัวเองว่าแต่ทำต่อไป เรื่อยๆ จนกว่าผมจะตาย”

และอีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างกับสตูดิโอในประเทศอเมริกาที่ทำงานมีการพูดคุยกันอย่างเป็นมิตร การทำงานในประเทศญี่ปุ่นจะเงียบมาก เพราะจะไม่มีการพูดคุย ทานมื้อเที่ยงด้วยกันหรืออะไรทั้งสิ้น พวกเขานั่งทำงานกันอย่างเงียบกริบโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ภาพ Henry Thurlow กับเพื่อนร่วมงานในสตูดิโอของเขา

มีคนถามว่าการที่เขาได้มาทำงานแบบนี้นั้นคุ้มมั้ย เขาได้ตอบอย่างไม่ลังเลว่า

“ตอนที่ผมทำงานแอนิเมเตอร์ในนิวยอร์ค ผมสามารถซื้ออพาร์ทเม้นท์อยู่ ซื้อของ และมีเวลาที่จะใช้ชีวิตได้ แต่ความเป็นศิลปินของผมร้องเรียกหาเนื่องจากว่าผมไม่เคยได้สร้างผลงานที่มีคุณภาพเลย ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิตของผมนับว่าแย่สุดๆ แต่ความเป็นศิลปินในตัวผมตอนนี้ก็สาแก่ใจเป็นอย่างมาก”

Arthell S. Isom ซ้าย/ Henry Thurlow ขวา

ปัจจุบันหลังจากที่ Henry Thurlow ที่ยังคงทำงานอยู่ในญี่ปุ่น ซึ่งเขาก็ได้เป็นทหารผ่านศึกระหว่างที่เขาได้ทำงานให้กับ Nakamura Productions และ Studio Pierrot มาได้อย่างโชกโชนนั้น และเนื่องจากว่าผลงานที่เขาทำนั้นไม่ได้รับเครดิตอ้างอิงถึงเขาหรือให้การยกย่อง บวกกับการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยแถมรายได้ที่ได้เพียงแค่ 4 เหรียญต่อวันเท่านั้น เขาเริ่มเปลี่ยนแนวคิดและต้องการที่จะหาหนทางของการมีส่วนร่วมโดยตรงในการทำงานที่เขารักและการที่ได้มีเครดิตในผลงานของเขาเองบ้าง จนได้เริ่มหันมาทำงานที่ D’ART SHTAJIO สตูดิโอทีก่อตั้งกับเพื่อนของเขา

ซึ่งสตูดิโอของพวกเขานั้นเป็นบริษัทแรกในอุตสาหกรรมอนิเมะที่เป็นเจ้าของและดำเนินการโดยชาวอเมริกันในญี่ปุ่น ซึ่งก่อตั้งโดย  Arthell S. Isom เขามีพี่ชายชื่อว่า Darnell Isom ทำงานออกแบบอาร์ทเวิร์คและสเปเชียลเอฟเฟ็คให้กับวงการภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่องได้แก่ Avatar, Life of Pi, Pacific Rim และ Henry Thurlow เองเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ

ภาพบรรยากาศสตูดิโอ D’ART SHTAJIO

โลโก้ D’ART SHTAJIO

ซึ่งปัจจุบันเอง Henry Thurlow นั้นก็ยังทำหน้าที่เป็นแอนิเมเตอร์อยู่ในประเทศญี่ปุ่น และยังรับงานจากสตูดิโออนิเมะในญี่ปุ่นที่ยังว่าจ้างเขาไปช่วยงานอยู่เสมอ

ทั้งหมดนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องราวหนึ่งของแอนิเมเตอร์ 2D ผู้ที่มีความอดทนและพยายามและผ่านอุปสรรค์ความเหน็ดเหนื่อยและความยากลำบากต่างๆ ทั้งการใช้ชีวิตในต่างประเทศ สังคมที่แตกต่าง และปัญหาความยากลำบากของวงการแอนิเมชั่น 2D ในญี่ปุ่น เพื่อที่จะได้ทำในสิ่งที่เขาได้ฝันไว้ ก็นับว่าเป็นเรื่องราวของนักเขียนคนหนึ่งที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้เราได้ต่อสู้เพื่อสิ่งที่เราฝัน ตั้งใจทำสิ่งที่รักและพยายามทำต่อไปให้ดีที่สุด

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่น่าสนใจ ไว้เป็นวัตถุดิบ แรงบันดาลใจ ได้อีกในบทความต่อไป บนเว็บไซต์ Plotter ครับผม

——————————————————————————————————————————

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.buzzfeed.com/danmeth/this-american-is-one-of-the-only-non-japanese-working-in-ani?utm_term=.qxw4YzNn6#.vwEW1da6g

https://www.cartoonbrew.com/artist-rights/japans-animation-industry-isnt-just-tough-its-illegally-harsh-110074.html

https://www.japantimes.co.jp/culture/2017/12/24/general/foreign-anime-artists-still-face-long-haul/#.Wpi48uhubIX

 

http://henrythurlow.tumblr.com/

 

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"