7 บทเด่นของยอดนักแสดงสาย Method แดเนียล เดย์-ลูอิส

แดเนียล เดย์-ลูอิส คือนักแสดงชายผู้ได้รับการแซ่ซ้องสรรเสริญจากวงการว่าคือสุดยอดของนักแสดงสาย Method ที่ทุ่มสุดตัวเพื่อ ‘เป็น’ ตัวละครนั้นๆ ทั้งในและนอกกล้อง ดังนั้น เมื่อเขาประกาศว่า Phantom Thread จะเป็นผลงานการแสดงเรื่องสุดท้ายของเขาแล้ว จึงนำมาซึ่งเสียงอุทานว่า โอ้ว ไม่น่ะ ช่างน่าเสียดายจริงๆ สำหรับใครที่เกิดไม่ทันได้ประจักษ์ถึงฝีมือและความอุทิศตนเพื่อรับบทบาทของเขา เราได้รวบรวมการแสดงระดับมาสเตอร์พีซของแดเนียล เดย์-ลูอิส มาไว้ให้คุณแล้ว

MY LEFT FOOT: THE STORY OF CHRISTY BROWN (1989)

บทบาทของคนที่พิกลพิการทางร่างกายหรือจิตใจมักเป็นงานท้าทายสำหรับนักแสดงเสมอ และบทบาทของ คริสตี้ บราวน์ ชายผู้เกิดมาในครอบครัวไอริชยากจนพร้อมกับความพิการทางสมองที่ส่งผลให้ร่างกายเคลื่อนไหวผิดปรกติ ทำให้เขาถูกมองเป็น ‘มนุษย์ผัก’ ทำอะไรไม่ได้ หากเขาก็เติบโตขึ้นมาอย่างบากบั่นจนกลายเป็นจิตรกรนักวาดภาพด้วยเท้าซ้าย นี่คือจุดกำเนิดตำนานนักแสดงสาย Method ของเดย์-ลูอิส ผู้ฝึกฝนการใช้เท้าซ้ายและใช้เวลาอยู่ร่วมกับคนที่ป่วยเป็นโรคนี้อยู่นานหลายเดือน จนเขาสามารถแสดงฉากการใช้เท้าซ้ายเปิดแผ่นเสียงได้อย่างช่ำชองในเทคเดียว แถมยังคว้าออสการ์นำชายไปครองจากการเข้าชิงครั้งแรกอีกด้วย

THE LAST OF THE MOHICANS (1992)

เดย์-ลูอิส รับบทเป็น ฮอว์คอาย หรือ นาธาเนียล โพ คนขาวผู้ถูกชนพื้นเมืองเผ่าโมฮีแกนเอาไปชุบเลี้ยง จนเติบใหญ่และกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนของเผ่านี้ ซึ่งต้องเข้าไปพัวพันกับศึกระหว่างอินเดียนแดงและทหารฝรั่งเศส เพื่อเป็นฮอว์คอาย เดย์-ลูอิส ต้องไปเรียนรู้การเอาตัวรอดในป่า สะกดรอยและถลกหนังสัตว์ ก่อกองไฟ สร้างเรือแคนู หัดใช้ปืนคาบศิลา ไม่เพียงเท่านั้น เขายังแบกปืนกระบอกนี้ไปด้วยทุกหนแห่ง ไม่เว้นแม้แต่ตอนไปกินข้าวกับครอบครัวในวันคริสมาสต์ และเมื่อการถ่ายทำสิ้นสุดลง เขาก็ยังต้องทนทุกข์กับภาพหลอนและความกลัวที่แคบ จนบอกกับผู้กำกับ ไมเคิล มานน์ ว่า “ผมไม่รู้ว่าจะสลัดความเป็นฮอว์คอายออกไปได้อย่างไร”

THE AGE OF INNOCENCE (1993)

หนังของผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี ที่ย้อนยุคไปบอกเล่าเรื่องราวความรักในแวดวงไฮโซนิวยอร์คช่วงศตวรรษที่ 19 คราวนี้ เดย์-ลูอิส หันมารับบทเป็น นิวแลนด์ อาร์เชอร์ หนุ่มรูปงามของตระกูลสูงศักดิ์ ผู้หมั้นหมายกับหญิงสาวที่อ่อนหวานใสซื่อ (วิโนน่า ไรเดอร์ส) แต่ก็ยังไม่อาจตัดใจจากถ่านไฟเก่าที่กลับมาคุกรุ่น (มิเชลล์ ไฟเฟอร์) จนนำมาสู่เรื่องอื้อฉาวที่สายตาทุกคู่จับจ้องนินทา หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ชื่อเดียวกันของ อีดิธ วาร์ตัน – เดย์-ลูอิส จึงเตรียมตัวรับบทด้วยการศึกษาจากหนังสือเป็นหลัก โดยเฉพาะมารยาทสังคมของคนในยุคสมัยนั้น โดยสกอร์เซซีเล่าว่าเดย์-ลูอิส เดินไปไหนมาไหนพร้อมกับไม้เท้า พูดแบบผู้ดีเหมือนกับตัวละคร ส่วน อิซาเบล แอดจานีย์ แฟนสาวของเดย์-ลูอิส ในตอนนั้นก็ช่วยอีกแรงด้วยการส่งโคโลญจน์ 14 กลิ่นมาให้เขาเลือกใช้ และยังมีข่าวลือว่า เดย์-ลูอิส เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมในชื่อ นิวแลนด์ อาร์เชอร์ อีกด้วย

 

GANGS OF NEW YORK (2002)

เดย์-ลูอิส ร่วมงานกับผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี อีกครั้งในหนังอาชญากรรมย้อนยุคไปสมัยที่นิวยอร์คยังเป็นเมืองเถื่อนที่ถูกปกครองด้วยแก๊งอันธพาลต่างๆ และเนืองแน่นไปด้วยคลื่นผู้อพยพที่แห่กันเข้ามา กับบทบาทของตัวร้ายหนวดงาม บิล ‘เดอะ บุทเชอร์’ คัตติ้ง หัวหน้าแก๊งมาเฟียผู้อำมหิตน่าเกรงขาม  ซึ่งงานนี้ เดย์-ลูอิส ก็เตรียมพร้อมด้วยการไปหัดลับมีดปังตอกับเหล่าคนขายเนื้อมืออาชีพที่ถูกส่งตัวมาบรีฟให้เขาโดยเฉพาะ และยังมีรายงานว่าระหว่างอยู่ในกองถ่าย เขาก็คอยถลึงตาใส่ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ พระเอกที่เป็นคู่อริในเรื่องอยู่เสมอ (ฮา)

THERE WILL BE BLOOD (2007)

อีกครั้งที่ เดย์-ลูอิส มาในลุคไว้หนวด กับบทบาทของ แดเนียล เพลนวิว ชายชาวเหมืองที่กลายมาเป็นพ่อค้าน้ำมันผู้มั่งคั่ง หากขุมทองสีดำก็ทำให้เขาต้องเผชิญกับวิกฤติศรัทธาในชีวิต บทบาทนี้ทำให้เดย์-ลูอิส คว้าออสการ์นำชายมาครองได้เป็นครั้งที่สอง ซึ่งงานนี้เขาได้ถอดใจสวมวิญญาณตัวละครด้วยการฟังเทปบันทึกเสียงของ จอห์น ฮุสตัน เพื่อสร้างน้ำเสียงของ แดเนียล เพลนวิว ขึ้นมา อ่านจดหมายและหนังสือในช่วงยุคสมัยนั้น และในฉากไคลแม็กซ์ที่เขาต้องโยนลูกและพินโบว์ลิ่งใส่ พอล ดาโน่ ผู้แสดงร่วมจอ ก็ทำเอาดาโน่รู้สึกเหวออยู่เหมือนกันเพราะว่ามันดูเหมือนจริงมาก

LINCOLN (2012)

ในหนังชีวประวัติของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้ยิ่งใหญ่ที่กำกับโดยพ่อมดฮอลลีวู้ด สตีเว่น สปีลเบิร์ก เรื่องนี้ ไม่เพียง เดย์-ลูอิส จะแปลงโฉมเป็น อับราฮัม ลินคอล์น ได้อย่างเหมือนจนน่าขนลุกแล้ว แต่เช่นเคย เขายังคงรักษาอากัปกิริยาและน้ำเสียงในแบบลินคอล์นไว้ตลอดเวลา ทั้งระหว่างเทคและนอกกองถ่าย และยังมีรายงานว่า เขาบอกให้ทุกๆคนในกองถ่ายรวมถึงสปีลเบิร์กพูดถึงเขาในฐานะ ‘ท่านประธานาธิบดี’ และทันทีที่การถ่ายทำเริ่มขึ้น เขาจะไม่ยอมพูดกับใครนอกจากสปีลเบิร์กเท่านั้น และห้ามไม่ให้ผู้ที่มีสำเนียงอังกฤษพูดคุยกับเขาด้วย เพราะมันอาจทำให้เขาหลุดไปจากคาแรกเตอร์ได้ (เดย์-ลูอิส เป็นคนอังกฤษ)

PHANTOM THREAD (2018)

บทบาทที่ เดย์-ลูอิส ประกาศว่าจะเป็นการแสดงครั้งสุดท้ายของเขา กับหนังของผู้กำกับ พอล โทมัส แอนเดอร์สัน ผู้เคยร่วมงานกันมาก่อนใน There Will be Blood ที่คราวนี้ เดย์-ลูอิส หันมาสวมวิญญาณเป็น เรย์โนลด์ วู๊ดค็อก ยอดดีไซเนอร์นักออกแบบเสื้อผ้าในกรุงลอนดอน ศตวรรษที่ 50 ผู้บ้างานและเห็นผู้หญิงเป็นเพียงหุ่นลองเสื้อ แต่เมื่อมาเจอกับ อัลมา (วิคกี้ ครีพส์) หญิงสาวผู้เป็นแรงบันดาลใจของเขาและไม่ยอมถูกสลัดทิ้งง่ายๆ ก็ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้สลับซับซ้อนกว่าหนไหนๆ หากเธอก็ยังต้องผ่านด่าน ซีริล (เลสลี่ย์ แมนวิลล์) พี่สาวของวู๊ดค็อกที่ยังช่วยคุมงานและชีวิตของน้องชายมาตลอดด้วย

สำหรับบทนี้ เดย์-ลูอิส ผู้ชอบทำงานไม้งานฝีมืออยู่แล้ว ก็ไปลงลึกวงการแฟชั่น เรียนรู้การออกแบบเสื้อผ้าจนถึงขั้นตัดเย็บชุดของ Balenciaga (ดีไซเนอร์ที่เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของตัวละคร) ขึ้นใหม่ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงความพิถีพิถันในการเลือกเครื่องแต่งกายให้กับ เรย์โนลด์ วู๊ดค็อก ตั้งแต่เสื้อไปยันถุงเท้า ซึ่งตัวละครนี้เขายังเป็นคนคิดชื่อนามสกุลและมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ขึ้นมากับผู้กำกับ พอล โทมัส แอนเดอร์สัน ด้วย หากการทำงานในหนังเรื่องนี้ก็นำพา ‘ความเศร้า’ มาสู่จิตใจของเดย์-ลูอิส จนทำให้เขาประกาศวางมือจากวงการ ทำให้นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะได้เป็นนักแสดงยอดฝีมือผู้นี้บนจอใหญ่ก็เป็นได้

Shares
บรรณาธิการนิตยสาร Starpics / เลี้ยงลูกเป็นงานหลัก ดูหนังเป็นงานอดิเรก