10 หนังเด่นที่สร้างจากนิยายลงจอในปี 2018

แม้ว่าเทรนด์ของหนังที่สร้างจากนิยายวัยรุ่น YA (Young Adults Novel) อย่าง Harry Potter หรือ The Hunger Games นั้นจะดูสร่างซาไปแล้ว (แต่ยังมีภาคแยกอย่าง Fantastic Beast ที่ยังคงฮ็อตฮิตให้ติดตาม) หากวรรณกรรมหรือนวนิยายก็ยังคงเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่ เช่นเดียวกับในปี 2018 นี้ เราจึงเลือกหนังดัดแปลงจากนวนิยายที่น่าดูมาอัพเดทให้แฟนๆ ได้ลุ้นกันว่าจะออกมาดีเทียบเท่าต้นฉบับหรือไม่

READY PLAYER ONE

Ready Player One นวนิยายเล่มแรกของแฟนบอยตัวพ่อ เออร์เนสต์ ไคลน์ นักเขียนชาวอเมริกัน ด้วยบรรยากาศของเรื่องซึ่งเต็มไปด้วยป็อปคัลเจอร์ของเด็กเนิร์ดยุค 80-90s ที่ได้รับอิทธิพลจาก เกมตลับ ตัวการ์ตูน และวิดีโอเทป ทำให้มันขึ้นแท่นหนังสือขายดีขวัญใจของคนอเมริกันเมื่อปี 2012 และถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นไซ-ไฟ ล้ำจินตนาการ ด้วยฝีมือของพ่อมดฮอลลีวูด สตีเวน สปีลเบิร์ก

เรื่องราวเกิดขึ้นในโลกอนาคตปี 2045 โลกหลังการล่มสลายของอารยธรรม ทุกย่อมหญ้าเต็มไปด้วยความยากจนข้นแค้นและมลภาวะเป็นพิษ ผู้คนมักหนีความวุ่นวายไปแสวงหาความสุขอยู่ใน ‘โอเอซิส’ เกมออนไลน์เสมือนจริงด้วยระบบ VR และเมื่อ เจมส์ ฮัลลิเดย์ ผู้สร้างเกมนี้ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับทิ้งข้อเสนอให้ผู้คนเข้าไปค้นหากุญแจไขปริศนาทั้ง 3 ด่านและไข่อีสเตอร์ที่ซ่อนไว้ โดยใครที่ทำสำเร็จจะได้เป็นผู้ครอบครองโอเอซิสต่อจากเขา ผู้คนทั่วโลกจึงพากันเข้าไปล่าหาสมบัติในเกม จนโอเอซิสกลายเป็นสมรภูมิรบที่เต็มไปด้วยความดุเดือด เวด วัตต์ (รับบทโดย ไท เชอริแดน ไซคลอปส์วัยรุ่นจาก X-Men: Apocalypse) ชายหนุ่มที่เข้าไปเล่นเกมไล่ล่าสมบัติในโลกโอเอซิสเหมือนกัน เขายังต้องเผชิญหน้ากับองค์กรที่ทรงอำนาจ ที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางทั้งในโอเอซิส และโลกแห่งความจริงเพื่อเข้าถึงสมบัติให้ได้ก่อนใครทั้งหมด  Ready Player One ‘สงครามเกมคนอัจฉริยะ’ มีกำหนดฉายในวันที่ 28 มีนาคม

ANNIHILATION

Annihilation นิยายไซ-ไฟ ผจญภัย เล่มแรกในไตรภาคที่ขายดิบขายดีสัญชาติอเมริกันชุด “Southern Reach Trilogy” เขียนโดย เจฟฟ์ แวนเดอร์เมียร์ วัย 49 ปี ชาวอเมริกา เหมาะสำหรับคนที่ชอบเรื่องลึกลับในแบบ The Twilight Zone, The X-Flies การันตีความน่าอ่านและสนุกด้วยรางวัลนิยายยอดเยี่ยม Shirley Jackson Award ปี 2014 และรางวัลเนบิวลา (Nebula Awards) ในปี 2015 อีกด้วย

และยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก เมื่อนิยายเรื่องนี้ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ เขียนบทและกำกับโดย อเล็กซ์ การ์แลนด์ ผู้เคยทำ Ex Machina หนังไซ-ไฟ หุ่นยนต์เรื่องเยี่ยม และได้นางเอกเจ้าบทบาท นาตาลี พอร์ตแมน นักแสดงรางวัลออสการ์ มารับบทนำเป็นนักชีววิทยาผู้ร่วมทีมกับเหล่านักวิทยาศาสตร์หญิงล้วน เดินทางเข้าไปสำรวจพื้นที่ลึกลับที่เรียกว่า The Shimmer ซึ่งภายในเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ที่ไม่ธรรมดาจากการกลายพันธุ์ เพื่อหาคำตอบของสิ่งที่ซ่อนอยู่ในดินแดนแห่งนี้ เพราะสามีของเธอเคยเข้ามาแล้วออกไปในสภาพโคม่าและใกล้ตายด้วยโรคประหลาด หนังได้เสียงวิจารณ์ดีในอเมริกา แต่ไม่ได้เข้าฉายในไทย และออกเผยแพร่ทาง Netflix เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา

A WRINKLE IN TIME

A Wrinkle in Time วรรณกรรมเยาวชนแนวไซ-ไฟ แฟนตาซี เรื่องดังของอเมริกา เขียนโดย เมเดอลีน เงเกิล เป็นนิยายแนววิทยาศาสตร์เล่มแรกที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นวรรณกรรมเยาวชน อีกทั้งยังคว้ารางวัลนิเบริ เมดัล ปี 1963 โดยได้ผู้กำกับหญิง เอวา ดูเวอเนย์ จากหนังชิงออสการ์ Selma มานั่งเก้าอี้ผู้กำกับเวอร์ชั่นหนัง และ เจนนิเฟอร์ ลี จาก Frozen รับหน้าที่เขียนบท

หนังว่าด้วยเรื่องราวของ เม็ก (สตอร์ม รีด นักแสดงหน้าใหม่) เด็กหญิงวัย 13 ที่เป็นอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ แต่มีปัญหาเรื่องการเห็นคุณค่าในตัวเองและรู้สึกแปลกแยกจากสิ่งที่เธอเป็นอยู่ รวมถึงมีบาดแผลในใจจากการหายตัวไปของพ่อผู้เป็นนักฟิสิกส์ชื่อดัง เธอจึงออกเดินทางตามหาพ่อที่ติดอยู่ในห้วงจักรวาลไปพร้อมกับน้องชายและเพื่อน โดยได้รับการช่วยเหลือจากสามทูตสวรรค์ที่มีพลังเหนือธรรมชาติ ได้แก่ มิสซิส วอทซิท (รีส วิทเธอร์สปูน), มิสซิส ฮู (มินดี้ คาลลิ่ง) และ มิสซิส วิช (โอปราห์ วินฟรีย์) พวกเขาต้องเดินทางผ่านรอยย่นของกาลอวกาศ เผชิญบททดสอบที่ต้องมองลึกเข้าไปในตัวเองและยอมรับในข้อบกพร่องของตัวเอง เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการเอาชนะความมืดมิด ร่วมการผจญภัยสุดอัศจรรย์ครั้งนี้ได้ใน A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ หนังเข้าฉายตั้งแต่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา

LOVE, SIMON

Love, Simon ดัดแปลงจากนิยายแนววายที่ได้รับความนิยมในอเมริกาเรื่อง Simon vs. the Homo Sapiens Agenda ด้วยการเล่าเรื่องแบบ “Coming of Age” พูดถึงการเติบโตของตัวละครผ่านช่วงเวลาสำคัญ นั่นคือการตัดสินใจเลือกทางเดินให้กับชีวิต ผลงานการแต่งของ เบ็คกี้ อัลเบอร์ตัลลี ออกวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2015 และยังมีฉบับแปลภาษาไทยให้ติดตามกันในชื่อ ‘อีเมลลับฉบับไซมอน’ ของสำนักพิมพ์ ไทเซย์ บุ๊ก อีกด้วย

เรื่องราวของ ไซมอน สเปียร์  รับบทโดย นิค โรบินสัน เด็กหนุ่มไฮสคูลวัย 16 ที่เป็นเกย์ แต่ไม่สามารถบอกใครได้เนื่องจากเขาอยู่ในช่วงวัยที่กำลังสับสน เขาได้มีความสัมพันธ์แบบคนรักกับเด็กหนุ่มที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนผ่านอีเมล หากความวุ่นวายได้บังเกิด เมื่อวันหนึ่งเขาลืมล็อคเอ้าท์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน จนทำให้เพื่อนสนิทสุดเนิร์ดอย่าง มาร์ติน ล่วงรู้ความลับของเขา มาร์ตินจึงใช้โอกาสนี้บังคับให้ไซมอนช่วยจีบสาวสวยให้เขา เพื่อแลกกับการที่มาร์ตินจะไม่แฉให้ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นเกย์

บอกเลยว่านี่คือรักใสๆ หัวใจว้าวุ่นอย่างแท้จริง ที่สอดแทรกการนำเสนอแง่มุมของการเปิดกว้างเรื่องความหลากหลายทางเพศ และการก้าวข้ามวัยที่ชวนให้ค้นพบตัวเองในช่วงวัยรุ่นที่เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งภายในภายนอกของตัวเราและการยอมรับจากสังคม หนังเรื่องนี้ยังได้ เกร็ก เบอร์ลานติ นั่งแท่นเป็นผู้กำกับ สมทบความสนุกด้วยดาราอย่าง เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ และ จอช ดูฮาเมล  Love, Simon เข้าฉายในอเมริกาไปเมื่อ 16 มีนาคมและได้เสียงวิจารณ์ดีทีเดียว ส่วนบ้านเราน่าจะได้ดูกันในเดือนพฤษภาคม

CRAZY RICH ASIANS

แค่ชื่อก็แซ่บน่าอ่านแล้ว สำหรับ Crazy Rich Asians นวนิยายขายดีที่เขียนโดย เควิน ควาน นักเขียนลูกครึ่ง สิงคโปร์-อเมริกัน ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับเหล่าคนไฮโซในทวีปเอเชีย เมื่ออาจารย์สาว ราเชล ชู ได้รับเชิญไปเที่ยวบ้านของแฟนหนุ่มที่เป็นอาจารย์เหมือนกันในประเทศสิงคโปร์เพื่อเตรียมจัดงานวิวาห์สุดหรูหรา เธอจึงได้พบว่าบ้านของเขานั้นไม่ใช่แค่รวยธรรมดา แต่รวยเป็นบ้าเป็นหลังเลยทีเดียว เรื่องราวการปะทะคะคานเผ็ดๆ มันๆ ระหว่างสาวจีนรุ่นใหม่ชาวนิวยอร์กเกอร์ กับเหล่าเศรษฐีคหบดีชาวเอเชียจึงบังเกิด (มีฉบับแปลไทยในชื่อ เหลี่ยมโบตั๋น โดยสำนักพิมพ์ Gallery Publishing) 

โดยเวอร์ชั่นภาพยนตร์จะเล่าเรื่องผ่านมุมมองการบรรยายของ 5 ตัวละคร และเมื่อเป็นเรื่องของชาวเอเชีย ทีมงานหนังเลยมีแต่คนเชื้อสายเอเชียเพียบ ไล่ตั้งแต่ผู้กำกับ จอน เอ็ม ชู (Step Up 3D, Now You See Me 2) นักแสดงอย่าง มิเชล โหย่ว, คอนแสตนซ์ วู, เฮนรี่ โกลดิง มีกำหนดเข้าฉายในอเมริกา 17 สิงหาคมนี้

THE DARKEST MINDS

The Darkest Minds เป็นวรรณกรรมเยาวชนแนว YA / ดิสโทเปีย ตีพิมพ์เมื่อปี 2012 ที่ดูจะตามรอยรุ่นพี่อย่าง The Hunger Games เขียนโดย อเล็กซานเดอร์ แบร็คเกน บอกเล่าเรื่องราวหลังจากโรคร้ายได้คร่าชีวิตเด็กอเมริกันไปถึง 98% โดยผู้เหลือรอดอีก 2% ได้กลายเป็นผู้มีพลังเหนือมนุษย์และถูกนำไปเข้าค่ายกักกันที่ฝึกฝนเด็กเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ชั่วร้าย รูบี้ เด็กหญิงวัย 16 ปีผู้มีพลังจิต ได้หลบหนีออกจากค่ายดังกล่าวและไปเข้าร่วมกับกลุ่มเด็กวัยรุ่นเพื่อหลบหนีการตามล่าจากรัฐบาล

หนังกำกับโดย เจนนิเฟอร์ หยู เนลสัน (Kung Fu Panda) นำแสดงโดย อแมนด์ลา สเตนเบิร์ก, แมนดี้ มัวร์, เกวนโดลิน คริสตี้ มีกำหนดลงจอในอเมริกา 3 สิงหาคม 2018

WHERE’D YOU GO, BERNADETTE

Where’d You Go, Bernadette นวนิยายอารมณ์ดีที่ขึ้นชื่อว่ามีพล็อตเรื่องสุดเพี้ยน ผลงานของ มาเรีย เซมเพิล ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2012 เนื้อเรื่องออกแนวเสียดสีสังคม สะท้อนชีวิตผ่านตัวละครนำ เบอร์นาเด็ตต์ แบรนช์ อดีตสถาปนิกสาวผู้มีปัญหาทางจิต เป็นโรควิตกกังวล กลัวที่โล่ง กับสามีที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบของโมโครซอฟท์ และมีลูกสาวอายุ 15 ปี เหตุการณ์ความอลหม่านเริ่มต้นเมื่อลูกสาวของเบอร์นาเด็ตต์ได้ขอให้พ่อกับแม่พาเธอไปเที่ยวแอนตาร์คติกา แต่แล้วก่อนวันเดินทางเพียงไม่กี่วัน คุณแม่เบอร์นาเด็ตต์ดันมาหายตัวไปอย่างลึกลับ ลูกสาวจึงต้องออกตามหาแม่ โดยมีหลักฐานเพียงแค่เอกสารและอีเมลล์จดหมายต่างๆ เท่านั้น

ฟังดูคล้ายเรื่อง Gone Girl เวอร์ชั่นแม่หาย โดยฉบับหนังได้ผู้กำกับระดับเทพ ริชาร์ด ลิงค์เลเตอร์ เจ้าของผลงานหนังรักไตรภาคอย่าง Before Sunrise (1995), Before Sunset (2004) และ Before Midnight (2013) และหนังยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ Boyhood โดยมีขุ่นแม่ เคต แบลนเช็ตต์ มารับบทเป็นเบอร์นาเด็ตต์ แบรนช์ ร่วมด้วยนักแสดงคุณภาพอย่าง คริสเตน วิก, ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น, บิลลี่ ครูดัพ หนังมีกำหนดฉายในอเมริกา 19 ตุลาคม 2018

BOY ERASED: A MEMOIR

Boy Erased: A Memoir หนังสือบันทึกชีวิตของ การ์ราร์ด คอนลีย์ ถูกนำมาเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อปี  2015 บอกเล่าเรื่องราวชีวิตเด็กหนุ่มวัย 19 ปี ลูกชายของบาทหลวงที่ใช้ชีวิตยึดติดอยู่กับพระเจ้าเป็นหลัก โดยครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ในชุมชนอนุรักษ์นิยมแห่งรัฐอาร์คันซอ ที่เคร่งครัดกับเรื่องทางเพศอย่างมาก กระทั่งวันหนึ่งเขาก็โดนพ่อแม่จับได้ว่าเป็นเกย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง จนต้องถูกบังคับให้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิต และเข้าค่ายบำบัดด้วยวิธีของทางศาสนาคริสต์เพื่อรักษาอาการเป็นเกย์ ซึ่งมีทางที่จะเป็นไปได้น้อยมากที่จะรักษาได้

เวอร์ชั่นหนังใช้ชื่อว่า Boy Erased ได้ถ่ายทอดประสบการณ์อันแสนเจ็บปวดจากการเติบโตขึ้นท่ามกลางความกดดัน แต่ในขณะเดียวกันความทุกข์ทนนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความสุขในการค้นพบตัวเอง ผลงานการเขียนบท/กำกับและร่วมแสดงโดย โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน นักแสดงที่ระยะหลังเริ่มหันมาทำงานหลังกล้อง โดยเขาเลือก ลูคัส เฮดเจส นักแสดงหนุ่มที่เข้าชิงออสการ์จาก Manchester by the Sea มารับบทนำเป็นคอนลีย์ โดยมี นิโคล คิดแมน และ รัสเซลล์ โครว์ ร่วมถ่ายทอด หนังมีกำหนดฉายในอเมริกา 28 กันยายน 2018

 

THE GIRL IN THE SPIDER’S WEB

The Girl in the Spider’s Web ดัดแปลงจากหนังสือเล่มที่สี่ของชุด Millennium แต่งโดยนักเขียนคนใหม่ เดวิด ลาเกอร์แครนท์ซ แทนที่ สตีก ลาร์สัน เจ้าของผลงานสามเล่มแรกก่อนที่เสียชีวิตไป  หนังเล่าเรื่องราวถึงการกลับมาร่วมกันสืบสวนอีกครั้งของ ไมเคิล บลูมควิสต์ กับ ลิสเบธ ซาแลนเดอร์ ในคดีที่เกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์และสายลับของรัฐบาลทั่วโลก ซึ่งมีผู้คนในระดับสูงบางคนยอมฆ่าคนเพื่อปกป้องความลับ และเรื่องราวของลิซเบธที่ตกเป็นเป้าและถูกไล่ล่าโดยแฝดของเธอ แถมยังต้องบงการองค์กรร้ายชื่อ The Spider Society

อีสาวใยแมงมุม The Girl in the Spider’s Web นี้เป็นภาคต่อของอีสาวรอยสักมังกร The Girl with the Dragon Tattoo กำกับโดย เฟเด อัลวาเรซ ผู้ทำหนังเขย่าขวัญสุดระทึกอย่าง Don’t Breath โดยจะใช้ทีมนักแสดงใหม่ทั้งหมด มีนักแสดงหนุ่มชาวนอร์เวย์ สเวเรอร์ กุดเนซอน มาสวมบท ไมเคิล บลูมควิสต์ แทน แดเนียล เครก และได้ แคลร์ ฟอย จากซีรี่ส์ The Crown มาเป็น ลิสเบธ ซาแลนเดอร์ สมทบด้วย ซิลเวีย โฮคส์ จาก Blade Runner 2049 ที่มาเป็น คามิลลา ซาลันเดอร์ คู่แฝดตัวร้ายที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด และยังมี เคลส แบงก์ จากหนัง The Square มารับบทตัวร้ายด้วย หนังมีกำหนดฉายในอเมริกา พฤศจิกายน 2018 นี้

A JUNGLE BOOK

หลายคนคงบอกว่า มาอีกแล้วเรอะ! สำหรับ เมาคลีลูกหมาป่า วรรณกรรมสุดคลาสสิคของ รัดยาร์ด คิปลิง ที่คงไม่ต้องเล่าเรื่องย่อกันให้มากความ ซึ่งถูกดัดแปลงลงจออีกครั้งโดยฝีมือการกำกับของเจ้าพ่อแห่งโมชั่นแคปเจอร์ แอนดี้ เซอร์กิส ซึ่งคราวนี้ตั้งใจให้มีความรุนแรงโหดร้ายและซื่อตรงต่อนิยายต้นฉบับมากกว่าเวอร์ชั่นของดิสนีย์ที่เข้าโรงไปเมื่อปี 2016 ทำให้ได้เรท PG-13 ไปครอง

หนังใช้ชื่อว่า Mowgli และมีเซอร์กิสร่วมแสดงในบท หมีบาลู ผู้ใจดีแต่จะมีด้านมืดให้เห็นในเรื่องนี้ ร่วมด้วยนักแสดงที่มาให้เสียงอย่าง เบเนดิกท์ คัมเบอร์แบทช์ เป็นเสือเชียร์ข่าน, เคท แบลงเช็ตต์ เป็นพญางูคา, คริสเตียน เบล เป็นเสือดำบากีร่า และนาโอมิ แฮริส เป็นแม่หมาป่า รัคชาร์ มีกำหนดฉาย 19 ตุลาคมนี้

 

Shares