Whistleblower Films รวมหนังพลังนกหวีด

โดย สุภางค์ ศรีเสริมเกียรติ ตีพิมพ์ใน Starpics 869 กันยายน 2016 (เนื้อหาเสริมแทรกในบทความหนัง Snowden)

ในวาระการมาถึงของหนัง The Post (2017, สตีเว่น สปีลเบิร์ก) ที่ว่าด้วยการตัดสินใจครั้งสำคัญของสื่อมวลชนว่าจะตีพิมพ์เอกสารลับที่จะสะเทือนถึงรัฐบาลอเมริกาในขณะนั้นหรือไม่ ท่ามกลางความกดดันหนักหน่วงและมุมมองแนวคิดของผู้ต้องตัดสินใจในเรื่องสำคัญยิ่งนี้ บทความนี้จะขอเสนอหนังอีกกลุ่มหนึ่งที่ว่าด้วยเหล่า ‘ผู้เปิดโปง’ หรือ Whistleblower ซึ่งกล้านำบรรดาข้อมูลความลับสำคัญมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ แดเนี่ยล เอลล์สเบิร์ก แห่งกรณีเอกสารลับเพนตากอนอันโด่งดัง ที่ถูกกล่าวถึงในหนัง The Post นั่นเอง

Whistleblower มีความหมายตรงตัวคือ ผู้เป่านกหวีด แต่ในที่นี้หมายถึง บุคคลผู้ออกมาเปิดเผยข้อมูลหรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย, ผิดศีลธรรม หรือไม่ถูกต้อง ภายในองค์กรหรือหน่วยงานของตัวเองแก่สาธารณะ คำนี้มีที่มาจาก นกหวีด ที่ผู้ตัดสินใช้เพื่อชี้ว่าสิ่งใดที่ผิดกฎหรือไม่ยุติธรรม) ซึ่งแน่นอนว่ายังมีเรื่องราวของผู้เปิดโปงอีกหลายคนที่เคยถูกนำเสนอในหนังและสารคดีหลายเรื่อง ต่อไปนี้คือบางส่วนที่ขอหยิบมาแนะนำกัน (เรียงลำดับตามปีที่ออกฉาย)

กลุ่มภาพยนตร์

Serpico (1973, ซิดนี่ย์ ลูเม็ต)

(ซ้าย) อัล ปาชิโน ในบท แฟรงค์ เซอร์ปิโก้ (ขวา) แฟรงค์ เซอร์ปิโก้ ตัวจริง

ผู้เปิดโปง: แฟรงค์ เซอร์ปิโก้

องค์กร / หน่วยงาน: กรมตำรวจนิวยอร์ค (NYPD)

หนังดราม่า / อาชญากรรมเรื่องดังจากชีวิตจริงของ แฟรงค์ เซอร์ปิโก้ (รับบทโดย อัล ปาชิโน่) เจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์ค ผู้กลายเป็นที่รู้จักจากการเปิดโปงการคอร์รัปชั่นภายในหน่วยงานในช่วงยุค ’60s -‘70s และนำมาสู่การสืบสวน NYPD ในที่สุด ว่ากันว่าหนังเรื่องนี้ของลูเม็ตที่ได้ทั้งคำชมไปท่วมท้นและยังได้ชิงออสการ์อีก 2 สาขา (นำชาย – อัล ปาชิโน่ และ บทดัดแปลง) มีส่วนสำคัญที่ทำให้ชื่อเสียงของเซอร์ปิโก้ตัวจริงยิ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

All the President’s Men (1976, อลัน เจ. พาคูล่า)

(ซ้าย) ดีพโธรต ใน All the President’s Men (ขวา) มาร์ค เฟลท์ ตัวจริง

ผู้เปิดโปง: ดีพโธรต

องค์กร / หน่วยงาน: สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI)

ในหนังระทึกขวัญ / การเมือง สุดคลาสสิกว่าด้วยกรณีวอเตอร์เกตเรื่องนี้ อีกหนึ่งตัวละครสำคัญนอกเหนือจาก บ็อบ วู้ดเวิร์ด และ คาร์ล เบิร์นสตีน สองนักข่าวตัวเอก ก็คือ แหล่งข่าวนิรนาม ซึ่งในตอนนั้นรู้จักกันแค่เพียงว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงที่ถูกเรียกว่า “ดีพโธรต” (รับบทโดย ฮัล โฮลบรู๊ค) – นามแฝงซึ่ง โฮเวิร์ด ไซม่อนส์ บก. ของ The Washington Post ในขณะนั้น ใช้เรียกแหล่งข่าวผู้นี้ โดยอ้างอิงจาก Deep Throat (1972) หนังโป๊เรื่องดังที่ฮือฮาสุดๆ ในยุคนั้น กระทั่งปี 2005, 31 ปีหลังประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ลาออก และ 11 ปีหลังนิกสันเสียชีวิต จึงเปิดเผยว่า ดีพโธรต ก็คือ มาร์ค เฟลท์ รองผู้อำนวยการ FBI ในขณะนั้น

Silkwood (1983, ไมค์ นิโคลส์)

(ซ้าย) เมอรีล สตรีพ ใน Silkwood (ขวา) คาเรน ซิลค์วู้ด ตัวจริง

ผู้เปิดโปง: คาเรน ซิลค์วู้ด

องค์กร / หน่วยงาน: Kerr-McGee

หนังดราม่า / ชีวประวัติเรื่องดังยุคนั้นที่ไปได้สวยทั้งการทำเงิน, คำวิจารณ์ และยังชิงออสการ์อีก 5 สาขา (นำหญิง – เมอรีล สตรีพ, สมทบหญิง – แชร์, ผู้กำกับ – ไมค์ นิโคลส์, บทดั้งเดิม – นอร่า เอฟรอน & อลิซ อาร์เลน และตัดต่อ แซม โอ’ สตีน) นำมาจากเรื่องจริงของ คาเรน ซิลค์วู้ด (รับบทโดย สตรีพ) นักเทคนิคเคมีและนักกิจกรรมด้านแรงงาน เธอทำงานที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ของบริษัทพลังงาน Kerr-McGee งานที่ต้องคลุกคลีกับพลูโตเนียม ธาตุกัมมันตภาพรังสี ทำให้เธอเริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามของมัน นั่นผลักดันให้เธอกลายเป็นนักกิจกรรมด้านแรงงานที่รณรงค์ด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน ที่สำคัญ การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของเธอ ขณะอายุเพียง 28 ปี จากสาเหตุที่ถูกระบุว่าเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์  กลายเป็นเรื่องลึกลับน่าสงสัยที่นำมาสู่กระบวนการฟ้องร้องบริษัทนายจ้างของเธอในเวลาต่อมา

The Insider (1999, ไมเคิล มานน์)

(ซ้าย) รัสเซลล์ โครว์ ในบท เจฟฟรี่ย์ ไวแกนด์ (ขวา) เจฟฟรี่ย์ ไวแกนด์ ตัวจริง

ผู้เปิดโปง: เจฟฟรี่ย์ ไวแกนด์

องค์กร / หน่วยงาน: Brown & Williamson

เจฟฟรี่ย์ ไวแกนด์ (รับบทโดย รัสเซลล์ โครว์) ถูกไล่ออกจากตำแหน่งรองประธานฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัทยาสูบ Brown & Williamson ในปี 1993 เพราะเขารู้ว่าผู้บริหารระดับสูงบริษัทยาสูบ จงใจปรับแต่งระดับการรับสารนิโคตินในบุหรี่เพื่อเพิ่มการเสพติดของผู้สูบบุหรี่ให้มากขึ้น ด้วยการใช้ คูมาริน สารที่มีฤทธิ์ก่อมะเร็ง ต่อมาไวแกนด์ตัดสินใจเปิดโปงเรื่องนี้ในรายการ 60 Minutes ทางสถานี CBS ซึ่งส่งผลให้เขาถูกคุกคามและขู่ฆ่าจากบุคคลนิรนาม – หนังชิง 7 ออสการ์ (รวมถึงสาขาใหญ่ นักแสดงนำชาย – โครว์, ผู้กำกับ และ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม) ที่นำข้อมูลมาจากบทความ “The Man Who Knew Too Much” โดย มารี เบรนเนอร์ ใน Vanity Fair หนังเล่าทั้งเรื่องราวของไวแกนด์และบทบาทของสื่อมวลชนผ่าน โลเวลล์ เบิร์กแมน (อัล ปาชิโน่) โปรดิวเซอร์รายการ 60 Minutes กับเบื้องหลังการพยายามนำเรื่องนี้เผยแพร่ผ่านสื่อ

The Informant! (2009, สตีเว่น โซเดอร์เบิร์กห์)

(ซ้าย) แมตต์ เดม่อน ในบท มาร์ค วิทเอเคอร์ (ขวา) มาร์ค วิทเอเคอร์ ตัวจริง

ผู้เปิดโปง: มาร์ค วิทเอเคอร์

องค์กร / หน่วยงาน: Archer Daniels Midland (ADM)

หากคุณคิดว่าหนังกลุ่มนี้มีแต่เรื่องดราม่า / ซีเรียส แล้วล่ะก็ หนังตลกร้าย / อาชญากรรม เรื่องนี้คือคำตอบที่แตกต่าง เพราะคุณจะได้เห็น แมตต์ เดม่อน ทิ้งมาดนักฆ่าสุดเข้ม เจสัน บอร์น มารับบทประมาณสายลับสมัครเล่นที่ดูรั่วๆ มั่วๆ พิลึก แต่ที่ตะลึงคือ มันสร้างจากเรื่องจริงของ มาร์ค วิทเอเคอร์ (เดม่อน) ผู้บริหารระดับสูงของ Archer Daniels Midland (ADM) บริษัทอุตสาหกรรมอาหารยักษ์ใหญ่ ที่กลายมาเป็นผู้เปิดโปงเรื่องการฮั้วราคาแก่ FBI – เล่ามาแค่นี้ ดูเผินๆ วิทเอเคอร์แทบไม่ต่างจาก เจฟฟรีย์ ไวแกนด์ ใน The Insider นัก เพียงแต่ความลับที่เขาเปิดโปงส่งผลต่อกระเป๋าตังค์มิใช่สุขภาพประชาชน ทว่าที่หักมุมหัวทิ่มก็คือ ADM กลับแก้เผ็ดเขาด้วยการไปร้องขอให้ FBI สืบสวนเขาเรื่องการยักยอกเงินบริษัท งานนี้แทนที่จะได้รับคำชมและการคุ้มครองในฐานะพยานผู้เปิดโปงข้อมูลลับ วิทเอเคอร์กลับลงเอยด้วยการติดคุกแทน – ใครว่าเรื่องตลกร้ายไม่มีจริง

Fair Game (2010, ดั๊ก ไลแมน)

(ซ้าย) นาโอมิ วัตต์ส และ ฌอน เพนน์ ใน Fair Game (ขวา) สองสามีภรรยา วาเลรี่ เพลม และ โจเซฟ ซี. วิลสัน

ผู้เปิดโปง: โจเซฟ ซี. วิลสัน

องค์กร / หน่วยงาน: รัฐบาลสหรัฐฯ

อดีตนักการทูต โจเซฟ ซี. วิลสัน (รับบทโดย ฌอน เพนน์) กลายเป็นที่รู้จักหลังการเดินทางไปไนเจอร์เมื่อปี 2002 เพื่อสืบสวนเบาะแสที่ว่า ซัดดัม ฮุสเซน กำลังพยายามซื้อยูเรเนี่ยมที่เรียกว่า “เค้กสีเหลือง” อันเป็นข้อมูลหนึ่งที่สะท้อนถึงภัยคุกคามจากอาวุธทำลายล้างสูง (Weapons of mass destruction – WMD) ในอิรัก – ทว่าการได้ไปถึงไนเจอร์ ทำให้วิลสันตระหนักว่าภัยคุกคามดังกล่าวไม่มีจริง สวนทางกับสิ่งที่รัฐบาลประกาศผ่านสื่อ เขาจึงตัดสินใจเขียนบทความชื่อ “What I Didn’t Find in Africa” (“สิ่งที่ผมไม่พบในอัฟริกา”) ส่งไปยัง The New York Times แน่นอนว่าบทความนี้ทำให้รัฐบาลในขณะนั้นเสียหน้าอย่างแรง นำมาสู่การตอบโต้ด้วยการเปิดเผยว่า วาเลรี่ เพลม (นาโอมิ วัตต์ส) ภรรยาของวิลสัน แท้จริงคือสายลับ CIA ซึ่งเท่ากับทำลายตัวตนลับและอาชีพการงานของเพลมซะยับเยิน – แม้หนังจะเน้นเรื่องของเพลมเป็นหลัก เพราะชื่อเรื่องนำมาจากหนังสือชื่อเดียวกันของเธอ แต่เรื่องของอดีตท่านทูตวิลสัน ซึ่งเป็น ‘ผู้เปิดโปง’ และผู้เขียน The Politics of Truth หนังสืออีกเล่มที่เป็นข้อมูลของหนัง ก็ถูกเล่าไปพร้อมกัน

The Whistleblower (2010, ลารีซา คอนแดรคกิ)

(ซ้าย) ราเชล ไวซ์ ในบท แคทธริน โบลโคแวค (ขวา) แคทธริน โบลโคแวค ตัวจริง

ผู้เปิดโปง: แคทธริน โบลโคแวค

องค์กร / หน่วยงาน: หน่วยตำรวจนานาชาติ องค์การสหประชาชาติ (UN)

แคทธริน โบลโคแวค (รับบทโดย ราเชล ไวซ์) ตำรวจจากเนบราสกา ตัดสินใจรับงานของบริษัท DynCorp (ในหนังเปลี่ยนชื่อเป็น Democra Security) เพื่อไปเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในหน่วยงานของ UN ปฏิบัติหน้าที่ใน บอสเนีย-เฮอร์เซโกวิน่า ช่วงหลังสงคราม แต่ต่อมาเธอกลับพบว่าเจ้าหน้าที่ในหน่วยหลายคนมีส่วนร่วมในการซื้อประเวณีหญิงบริการในท้องถิ่น รวมถึงยังมีส่วนร่วมในธุรกิจค้ามนุษย์ แต่หน่วยงานของ UN กลับทำไม่รู้ไม่เห็น แถมเจ้าหน้าที่พวกนั้นยังลงเอยด้วยการแค่ถูกบังคับให้ลาออกโดยไม่ถูกดำเนินคดีเพราะมีสิทธิ์คุ้มครองทางกฎหมาย โบลโคแวคจึงพยายามฟ้องร้องและเปิดโปงเรื่องนี้ผ่านสื่อ

Snowden (2016, โอลิเวอร์ สโตน)

(ซ้าย)โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ ในบท เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน (ขวา) เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน

ผู้เปิดโปง: เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน

องค์กร / หน่วยงาน: หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา (NSA)

สร้างจากเหตุการณ์อื้อฉาวของโลกในปี 2013 เมื่อ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน (รับบทโดย โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์) อดีตเจ้าหน้าที่ CIA และ NSA ได้ออกมาเปิดโปงว่าหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐฯ ได้แอบลักลอบดักฟังการใช้งานโทรศัพท์มือถือทั่วโลก (ผ่านวิธีการที่เรียกว่า Co-Traveller ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเจาะข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ทั่วโลก) ภายหลังจากที่ออกมาแฉ ชื่อของสโนว์เดนก็กลายเป็นที่ถกเถียงอย่างมากว่าเขาเป็น “ฮีโร่” หรือ “คนทรยศขายชาติ” กันแน่ เขากลายเป็นคนที่ทางการสหรัฐฯ ต้องการตัวมากที่สุด และต้องระเห็จหนีจากอเมริกาไปอาศัยอยู่ในรัสเซีย โดยก่อนหน้านี้ในปี 2014 เหตุการณ์แฉของสโนว์เดนตัวจริงเสียงจริงก็เคยขึ้นจอมาแล้วในรูปแบบสารคดีดีกรีรางวัลออสการ์เรื่อง Citizenfour

กลุ่มสารคดี

The Most Dangerous Man in America: Daniel Ellsberg and the Pentagon Papers (2009, จูดิธ เออห์รลิช, ริค โกลด์สมิธ)

(ซ้าย) ภาพจากสารคดี The Most Dangerous Man in America: Daniel Ellsberg and the Pentagon Papers (ขวา) แดเนี่ยล เอลล์สเบิร์ก

ผู้เปิดโปง: แดเนี่ยล เอลล์สเบิร์ก

องค์กร / หน่วยงาน: รัฐบาลสหรัฐฯ

เอกสารลับเพนตากอน (Pentagon Paper) หรือในชื่อเป็นทางการว่า United States – Vietnam Relations, 1945–1967: A Study Prepared by the Department of Defense คือเอกสารของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ว่าด้วยสงครามเวียดนาม มันกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวเมื่อ แดเนี่ยล เอลล์สเบิร์ก นักวิเคราะห์ของกองทัพที่ถูกว่าจ้างโดย RAND Corporation ได้ลักลอบนำมันมาเปิดโปงกับ The New York Times ซึ่งเผยแพร่สู่สาธารณชนในปี 1971 นำมาสู่กรณีอื้อฉาวทางการเมืองครั้งใหญ่ – สารคดีชื่อยาวที่เข้าชิงออสการ์หนังสารคดียอดเยี่ยมเรื่องนี้ มุ่งสำรวจเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆ ที่นำมาสู่การเปิดโปงของเอลล์สเบิร์ก

We Steal Secrets: The Story of WikiLeaks (2013, อเล็กซ์ กิ๊บนี่ย์)

แบรดลี่ย์ หรือปัจจุบันคือ เชลซี แมนนิ่ง

ผู้เปิดโปง: เชลซี แมนนิ่ง

องค์กร / หน่วยงาน: กองทัพสหรัฐฯ

แม้สารคดีนี้จะมีชื่อเรื่องและเนื้อหาหลักว่าด้วย WikiLeaks เว็บไซต์ชื่อกระฉ่อนของ จูเลี่ยน อัสซานจ์ (เรื่องราวของอัสซานจ์ก็เพิ่งจะกลายเป็นหนังเรื่อง The Fifth Estate (2013)) แต่ในบรรดาข้อมูลลับสุดฉาวที่ WikiLeaks นำมาเผยแพร่ หนึ่งใน ‘ผู้เปิดโปง’ ที่มอบข้อมูลลับมากมายให้เว็บนี้คือ หรือเดิมคือ แบรดลี่ย์ แมนนิ่ง ทหารในหน่วยวิเคราะห์ข่าวกรองของกองทัพสหรัฐฯ ในอิรัก ผู้สามารถเข้าถึงข้อมูลลับในฐานข้อมูลของกองทัพและนำมาเผยแพร่ผ่าน WikiLeaks ส่งผลให้เธอ (ปัจจุบัน แบรดลี่ย์ แมนนิ่ง เป็นหญิงข้ามเพศที่ใช้ชื่อว่า เชลซี แมนนิ่ง) ถูกตัดสินว่าละเมิดกฎหมายจารกรรม (Espionage Act) และในความผิดอีกหลายข้อหา

 

 

 

 

Shares
นักศึกษาฝึกงานที่ผมหยิกเป็นเอกลักษณ์