Gorillaz (Art + Music + Technology + Animation)

บทความจาก Let’s comic ฉบับที่ 14 ประจำเดือน มิถุนายน 2554

Let’s Introduce

  • บุษบา เตชศรีสุธี

ในโลกทุกวันนี้ ศิลปะคือการผสมผสานของทุกสิ่งทุกอย่างที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยไม่มีอะไรมาจำกัดขอบเขต ไม่ว่าจะเป็น หน้ากระดาษ ผืนผ้าใบ หน้าจอคอมพ์ ทีวี ภาพยนตร์ รึแม้แต่พื้นที่ของเวทีคอนเสิร์ต เฉกเช่นเดียวกับดนตรีที่แทบจะแยกแยะไม่ได้เข้าไปทุกทีว่าเป็นแนวไหน  ป็อป, ร็อค, ฮิป-ฮอป, เร็คเก้, อิเล็คโทรนิก้า ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำจนไม่มีคำว่าใหม่ จึงไม่แปลกอะไรถ้าวงดนตรีสักวงจะแจ้งเกิดได้ด้วยสมาชิกที่เป็นตัวการ์ตูนล้วนๆ แต่กลับโดดเด่นและโด่งดังด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ได้มากกว่าวงดนตรีที่มีคนเป็นๆ เล่นอยู่บนเวทีด้วยซ้ำ

Gorillaz หลายคนคงรู้จักชื่อนี้ดี ในฐานะวงดนตรี Virtual band ที่มีตัวการ์ตูนกราฟฟิคสุดเจ๋งเป็นสมาชิกแถวหน้า เอ็มวีอนิเมชั่นงามๆ เล่าเรื่องราวเพี้ยนประหลาดผ่านซาวด์นเพลงแปลกๆ หลากหลาย ไปจนถึงคอนเสิร์ตสุดล้ำที่ผสมผสานสื่อทุกรูปแบบ ทั้งหุ่นกระบอก แสงสีเสียง ไปจนถึงการฉายภาพโฮโลกราฟสามมิติ ทั้งหมดทำให้วงดนตรีอุปโลกน์นี้มีชีวิตขึ้นมาอย่างเปี่ยมเสน่ห์แห่งศิลปะ

เรามาฟังเพลงมันๆ ของพวกเขา พลางย้อนไปดูการเดินทางของวงดนตรีที่จุดประกายให้กับทั้งวงการศิลปะ ดนตรี เทคโนโลยี อนิเมชั่น ฯลฯ วงนี้กันดีกว่า

—————————————————————————————————————————————————————————–

Brit Pop + Brit Punk

NEW YORK – APRIL 22: (L-R) Jamie Hewlett and Damon Albarn of Gorillaz visit fuse Studios on April 22, 2010 in New York City. (Photo by Astrid Stawiarz/Getty Images)

จุดกำเนิดของ Gorillaz วงดนตรีไอเดียบรรเจิดนี้มาจากหัวสมองขบถๆ ของสองศิลปินจากสองวงการ เดมอน อัลบาร์น (Damon Albarn) นักร้องนำแห่งวง Blur ผู้จะเรียกว่าเป็น ตัวพ่อ ของเพลงแนวบริท-ป็อป ก็คงไม่ผิดนัก กับนาย เจมี่ ฮิวเล็ตต์ (Jamie Hewlette) นักวาดการ์ตูนชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงจากผลงานการ์ตูนแนวพังก์ที่อุดมไปด้วยคำสบถ หยาบคาย เซ็กส์ และเนื้อหาจิกกัดสังคม ทั้งสองรู้จักกันมานานแล้วและดันมาแชร์แฟลตอยู่ด้วยกัน หลังจากที่เจมี่ เลิกรากับแฟนสาวจนไม่มีที่ซุกหัวนอน (เจมี่บอกมาว่า ถึงจะดังแค่ไหนแต่ก็ไม่แปลกที่ต้องอยู่แฟลต เพราะที่นี่มันอังกฤษไม่ใช่อเมริกา!)

อยู่มาวันหนึ่ง หลังจากที่นั่งๆ นอนๆ เล่นวีดีโอเกมส์และดู MTV ทั้งวัน เดมอนและเจมี่ก็เกิดความคิดดีๆ แล่นเข้าหัว ถ้าคุณดู MTV นานๆ มันจะรู้สึกเหมือนนรกครับ เพราะแม่งไม่มีสาระอะไรเลย เราเลยเกิดไอเดียว่าจะทำวงดนตรีที่เป็นการ์ตูนขึ้นมา วงที่มีของบ้างอะไรบ้าง เจมี่พูดอย่างผยอง แต่มันก็อาจจะจริงอย่างที่เขาว่า เพราะหลังจากหมดยุคของวงดนตรีแจ่มๆ ต้นตำรับอย่าง The Clash, Sex Pistol วงดนตรีใหม่ๆ ก็ถูกผลิตออกมาในรูปแบบสายพานของโรงงานปั๊มคนดัง คนดังน่ะสุดท้ายแล้วใครมันก็เป็นได้ พ่อผมเคยว่าไว้ ถ้าแกอยากดัง ก็ออกไปยิงคนสิ เดี๋ยวก็ได้ขึ้นหน้าหนึ่ง แต่คนที่จะเป็นดาราน่ะ สำหรับผมมันคือคนที่ทำอะไรที่เปลี่ยนชีวิตของคุณหรือทำอะไรที่มีความหมายสำหรับคุณ

ขณะที่เรานั่งดูป็อปไอดอลหน้าอ่อนพวกนี้และคิดว่ามันห่วย เราก็คิดว่า เออ แล้วทำไมเราไม่ทำวงที่ไม่ใช่ระบบโรงงาน แต่ทำให้มันถูกต้องล่ะ มันจะต้องเป็นอะไรที่วงการเพลงเกลียดแน่ๆ แต่ถ้ามันเวิร์คขึ้นมา เราจะได้พิสูจน์ให้เห็นว่า มันหมดยุคของวงดนตรีที่มีแต่คนหล่อๆ เท่ๆ กิ๊บเก๋ที่คุณรู้จักสมาชิกในวงหมดและก็รักพวกเขาทุกคน มารื้อระบบกันดีกว่า เพราะมันไม่มีอยู่จริง วงใหญ่ๆ ในตอนนั้นแม่งไม่มีความหมายอะไรกับผมเลย ผมไม่อินกับพวกเขาซักกระผีก Arctic Monkey อาจจะไม่เลวนักแต่ผมก็เคยเห็นมาหมดแล้ว ผมคิดว่าวงที่ออริจินัลจริงๆ วงสุดท้ายก็คือ Gorillaz และมันไม่มีอยู่จริงด้วยซ้ำ มันคือเรื่องตลกไงล่ะ! และเดมอนก็บอกว่า ใช่ ไอเดียนี้แจ่มจริงๆ เราทั้งเมาทั้งตื่นเต้น และหลับไปในคืนนั้น วันถัดมาพอเราตื่นขึ้น ผมก็ถามเขาว่า มึงเอาจริงป่าว เขาบอกว่า เย่ๆ

หลังจากจุดเริ่มต้นอันเมามัน วง Gorilla (z) ก็ก่อร่างสร้างเค้าแบบปฏิวัติวงการจริงๆ เพราะนอกจากการทำเพลงที่เปิดกว้างอย่างไม่แคร์แนวแล้ว สมาชิกที่เข้ามาแจมยังไม่สนว่าต้องเป็นนักดนตรีหรือแม้แต่เล่นเครื่องดนตรีเป็นสักชิ้นด้วยซ้ำ อย่างเจมี่ ฮิวเล็ตต์ ก็แค่นักวาดการ์ตูนที่ชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจเท่านั้น ถ้าเป็นค่ายเพลงอเมริกัน มันคงจิ้มเลือกประมาณว่า ไปซื้อตัวคนนี้มาซิ คนนั้นด้วยและสุดท้ายก็เอาคนที่ไม่มีอะไรเหมือนกันซักอย่างมารวมกัน โชคดีที่ผมกับเดมอนเป็นเพื่อนกัน แล้วเราก็ไปลากเพื่อนเก่ามาอีก ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ Gorillaz เป็นเพื่อนเราทั้งนั้น คาสไม่เคยเขียนเพลงเลย เขาเป็นมือกลอง แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะเรียนรู้ได้ ผมก็ไม่เคยกำกับวงมาก่อน แต่อยากจะลองดู พวกเราทุกคนทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็แค่ทดลองดู และโชคดีที่มันเวิร์ค

—————————————————————————————————————————————————————————–

Before Gorillaz ?!

Tank Girl การ์ตูนใต้ดินสุดพังก์ ปี 1988 ผลงานเก่าของ เจมี่ ฮิวเล็ตต์ และ อลัน มาร์ติน เปิดตัวครั้งแรกในนิตยสาร Deadline ของอังกฤษที่มีสโลแกนสุดเจ๋งว่า เวทีสำหรับอะไรที่เพี้ยนหลุดโลกจนตีพิมพ์ไม่ได้กระทั่งบัดนี้ (นิตยสารเล่มนี้ปิดตัวไปเมื่อปี 1995) ว่าด้วยเรื่องราวของอีสาวซกมกที่มีรถถังเป็นบ้านและพาหนะคู่ใจ มีแฟนเป็นจิงโจ้กลายพันธุ์ และเพื่อนๆ อันได้แก่ อีสาวเรือดำน้ำ (Sub Girl), อีสาวเครื่องบินเจ็ต (Jet Girl), ตุ๊กตาโคอาล่าที่เป็นเกย์ ฯลฯ การ์ตูนเรื่องนี้ฮิตจัดในฐานะสื่ออินดี้ที่สะท้อนบทบาทอันแข็งแกร่งของผู้หญิงในวัฒนธรรมพังก์ร็อค และจิกกัดพวกอนุรักษ์นิยมหัวเก่าอย่างกฎของนาง มากาเร็ต แธชเชอร์ ที่ต่อต้านพวกรักร่วมเพศ จนกระทั่งมีการจัดมีทติ้งของเลสเบี้ยนประจำสัปดาห์ในกรุงลอนดอนในช่วงเวลานั้นโดยใช้ชื่อว่า ‘Tank Girl nights’ ไปเลย

การ์ตูนเรื่องนี้ถูกสำนักพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ Penguin นำมารวมเล่ม และได้รับการตีพิมพ์ในหลายประเทศ เช่น สเปน, อิตาลี, เยอรมัน, สแกนดิเนเวีย, อาร์เจนตินา, บราซิล และญี่ปุ่น ส่วนอเมริกานั้นทาง Dark Horse เจ้าพ่ออินดี้คว้าไป นอกจากนั้น Tank Girl ยังถูกฮอลลีวู้ดนำไปทำเป็นภาพยนตร์ ปี 1995 แต่แป้กทั้งรายได้และคำวิจารณ์ ทำให้เจมี่เข็ดขยาดกับการนำผลงานของเขาไปทำหนังจนกระทั่งบัดนี้

—————————————————————————————————————————————————————————–

Virtual Member + Actual Member

1.2D (Stuart Pot / Stu-Pot) – นักร้องนำ, คีย์บอร์ด, ริธึ่มกีต้าร์ อายุ 32 ปี

2D ไม่ได้หมายถึงสองมิติ แต่มาจากหลุมสองข้างในตาอันว่างเปล่าของเขาต่างหาก หลังจากเมอร์ด็อคขับรถโชว์สาวจนทำพิษให้เขาเข้าขั้นโคม่า พอตื่นขึ้นมาสตูก็ตัดสินใจเจาะตาซ้ายให้เป็นหลุมซะเพื่อสมดุลกับตาขวา เป็นเหตุให้ตาทั้งสองข้างของเขากลวงโบ๋เป็นสีดำ และตั้งแต่นั้นเมอร์ด็อคก็เรียกเขาว่า 2D

2.Murdoc Niccals – เบสกีต้าร์, กลองไฟฟ้า  อายุ 45 ปี

เกิดวันที่ 6 เดือน 6 ปี 66  มีนิสัยและหน้าตาคล้ายตกทอดมาจากซาตาน เมอร์ด็อคอยากเป็นนักร้องนำ แต่เขากลับได้รับตำแหน่งโชเฟอร์ตีนผี ชอบยึดครองการพูดเวลาให้สัมภาษณ์ แถมยังกวนประสาทด้วยสปีดเร็วกว่านรก เป็นโรคอนามัยเสื่อม ชอบแกล้งให้เด็กร้องไห้ มือไว สูบหนัก และเคยจุดไฟใส่แมวอีกต่างหาก

3.Noodle – ลีดกีต้าร์, ร้องแบ็คกิ้ง อายุ 21 ปี

เกิดที่โอซาก้า เป็นหนึ่งในเด็กทดลองในโครงการ Super Soldier ของญี่ปุ่นภายใต้การดูแลของ มิสเตอร์ เคียวโซ หลังจากโครงการล้มพับไป เด็กทุกคนก็ถูกกำจัด ยกเว้นนู้ดเดิ้ลที่ถูกสะกดจิตให้ความจำเสื่อม และจับใส่ลัง FedEx ส่งไปอังกฤษ ณ หน้าบ้านเมอร์ด็อค เมื่อลังถูกเปิดออก เธอก็กระโจนออกมาโซโล่กีต้าร์ขั้นเทพตามด้วยเตะสูงคาราเต้ 20 ฟุต ก่อนจะโค้งคำนับและพูดว่า นู้ดเดิ้ล เป็นเหตุให้เธอได้รับชื่อนี้และตำแหน่งแทนที่ พอลล่า แคร็กเกอร์ ลีดกีต้าร์คนเก่าของวง

4.Russel Hobbs – กลอง, เพอร์คัสชั่น อายุ 36 ปี

หนุ่มร่างใหญ่หัวใจฮิปฮอปจากอเมริกา พูดจาสุภาพอ่อนน้อม แต่งตัวดีกว่าใครเพื่อน ตอนเด็กๆ เคยเข้าโรงเรียน X-men เพื่อเด็กพิเศษมาก่อน แต่ถูกบีบให้ออกหลังจากเรียกวิญญาณมาขย้ำเพื่อนร่วมห้อง ในที่สุดรัสเซลล์ก็ใช้พรสวรรค์นี้ทางด้านดนตรี โดยเรียกวิญญาณมาร้องท่อนแร๊พให้ซะเลย

5.Cyborg Noodle – ลีดกีต้าร์ อายุ 2 ปี (แต่ถูกออกแบบให้ดูเหมือน 20)

ปัญญาประดิษฐ์ของนู้ดเดิ้ลที่สร้างขึ้นโดยเมอร์ด็อคในปี 2009 หลังจากที่นู้ดเดิ้ลตัวจริงหายไปในปี 2006 มีความสามารถในการต่อสู้และกีต้าร์ ทำหน้าที่เหมือนบอดี้การ์ด เงียบขรึม แต่พร้อมจะปฏิบัติภารกิจอย่างบ้าระห่ำตามการโปรแกรมของเมอร์ด็อค

Kong Studios

สตูดิโอเก่าและบ้านของวง Gorillaz ถูกใช้งานตั้งแต่ปี 2000 – 2008 ระหว่างเฟส 1 และเฟส 2 (ปี 2002 – 2004) สตูดิโอแห่งนี้ถูกทิ้งร้างจนเหล่าซอมบี้เข้าครอบครอง จนต้นปี 2004 นู้ดเดิ้ลจึงกลับมาเก็บกวาดและตกแต่งใหม่เพื่อต้อนรับการรวมวงอีกครั้งในปี 2005 แต่สตูดิโอแห่งนี้ก็ถูกปล่อยทิ้งอีกครั้งในปี 2009 จนโดนร้องเรียน และสุดท้ายก็ถูกเผาราบด้วยฝีมือของเมอร์ด็อค

 +Actualmember

Damon Albarn – ร้องนำ, คีย์บอร์ด, กีต้าร์, เบสกีต้าร์, เมโลดิก้า

Jamie Hewlett – วาดภาพประกอบ, วิช่วลเอ็ฟเฟ็กต์

Mike Smith – คีย์บอร์ด

Cass Browne – กลอง, เพอร์คัสชั่น

คนที่อยู่เบื้องหลังงานเพลงสดใหม่และไอเดียเก๋ไก๋ของ Gorillaz ยังมีอีกมากมายหลายเชื้อชาติไม่แพ้สมาชิกตัวการ์ตูน เช่น มิโฮะ โฮตาริ นักร้องจากวง Cibo Matte ผู้ให้เสียง นู้ดเดิ้ล คนแรก และ ฮารุกะ คุโรดะ นักแสดงสาวชาวญี่ปุ่นที่ทำงานในลอนดอนผู้ให้เสียง นู้ดเดิ้ล ตลอดเฟส 1 รวมถึงแขกรับเชิญมันๆ อีกมากมาย อาทิ ริค โจนส์ และ พอล ซิโมนอน สองสมาชิกจากวง The Clash

—————————————————————————————————————————————————————————–

The Albums + The Phases

          จนถึงบัดนี้ Gorillaz ออกอัลบั้มเต็มมาแล้วทั้งสิ้น 5 ชุด คือ Gorillaz (2001), Demon Days (2005), Plastic Beach (2010) The Fall (2011) และ Humanz (2017) แต่เนื่องจากพวกเขามีการสร้างสรรค์เรื่องราวรายทางอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มิวสิควีดีโอที่บอกเล่าการผจญภัยอันสุดขั้วของเหล่าตัวการ์ตูน, เว็บไซด์ gorillaz.com ที่มีทั้งสถานีวิทยุเถื่อนของเมอร์ด็อคและเกมอินเตอร์แอคทีฟให้เล่น อีกทั้งงานกราฟฟิคต่างๆ อย่างแผ่นพับ, ปกอัลบั้ม, สกรีนเซฟเวอร์ ฯลฯ ทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมไว้ในดีวีดี Phase One: Celebrity Take Down ออกวางจำหน่ายในปี 2002 แบบลิมิเต็ดในแพ๊คเกจดิบดีมีแผนที่ของ Kong Studios แถมมาด้วย แผ่นดีวีดีนอกจากจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังทุกอย่างเกี่ยวกับอัลบั้ม Gorillaz แล้ว ยังมีเรื่องราวมันๆ ให้ติดตามเช่นกัน โดยให้คุณเป็นตำรวจเข้าไปสืบค้น Kong Studios ที่ดูภายนอกก็เรียบร้อยดี แต่ถ้าอยู่เฉยๆ ในห้องนานเกินไป จะโดนโจมตีจนตายไปเลย

 

 

 

 

ส่วนดีวีดี Phase Two: Slowboat to Hades นั้น วางจำหน่ายในปี 2006 ด้วยคอนเซ็ปต์เดิมคือรวมทุกอย่างที่เกี่ยวกับอัลบั้ม Demon Days แต่ที่แปลกไปจากเฟสแรก คือคราวนี้ Kong Studios อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ มีรูบนพื้นและผนัง รอยเลือดและขยะเลอะเทอะเต็มไปหมด แต่มีของพิเศษแอบซ่อนอยู่มากขึ้นและมีแผนผังของชั้นต่างๆ มาให้ด้วย ทั้งหมดนี้อาจสืบเนื่องมาจากการหายตัวไปของนู้ดเดิ้ล และคำพูดอหังการของเมอร์ด็อคที่บอกว่า ตัวเขานั้นยิ่งใหญ่กว่าซาตาน (เป็นตลกร้ายว่าวง The Beatles เคยพูดประโยคนี้ตอนที่พวกเขาดังจัดๆ) ทว่าเขากลับเคยไปทำสัญญากับซาตานไว้ในช่วงที่ฟอร์มวงใหม่ๆ ทำให้เขาต้องมองหาสตูดิโอที่อื่น ซึ่งในดีวีดีจะเปิดเผยถึงการ เกิดใหม่ ของเมอร์ด็อคอันเกี่ยวข้องกับวันเกิด 6/6/66 ของเขา

และ Gorillaz ก็ไม่หยุดนิ่งในการสรรค์สร้างเรื่องราวมากระตุ้นแฟนเพลงและวงการศิลปะ โดยอาศัยอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีไฮเทคอย่างคุ้มค่า เมื่อเดือนเมษายน 2011 ก็มีการออกเวอร์ชั่นพิเศษของ Gorillaz ในแอพลิเคชั่นของ iPad นั่นคือ iElectribe ที่นอกจากจะมีอินเตอร์เฟซเป็นกราฟฟิคเจ๋งๆ ของ Gorillaz แล้วยังนำเสียงจากอัลบั้ม The Fall และ 128 ซาวด์นใหม่ๆ ที่ครีเอทโดย Gorillaz มาใส่ไว้ให้เล่นอีกด้วย

—————————————————————————————————————————————————————————–

Gorillaz the Movie ???

          หนึ่งในคำถามที่สาวก Gorillaz ใคร่รู้กันมานาน คือจะได้เห็นสมาชิกตัวการ์ตูนและเรื่องราวมันๆ ของพวกเขาบนจอใหญ่ไหม ข่าวลือนี้มีมาตั้งแต่ปี 2002 หลังจากออกดีวีดีเฟสหนึ่งก็มีกระแสว่าทางทีมงานกำลังเตรียมทำหนังอยู่ แต่หลังจากนั้นเจมี่ก็ออกมาบอกแฟนๆ ว่าบทหนังถูกยกเลิก เราหมดความสนใจทันทีที่พูดคุยกับสตูดิโอและผู้บริหารฮอลลีวู้ดพวกนั้น เราไม่ได้คุยเรื่องเดียวกัน เราเลยบอกว่า ช่างแม่ง เราจะเก็บไอเดียนี้ไว้จนกว่าจะสามารถทำเองได้ บางทีเราอาจจะหาทุนได้ด้วยตัวเอง

จากนั้นในปี 2006 ความหวังก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อ ฮาร์วี ไวน์สไตน์ โปรดิวเซอร์ขาใหญ่จากอเมริกาเสนอตัวช่วยสานฝัน คราวนี้ไปได้ไกลถึงขั้นมีชื่อผู้กำกับสุดเซอร์ เทอร์รี่ กิลเลียม มาเกี่ยวข้อง และเดมอนบอกว่าอัลบั้มชุดที่สามของ Gorillaz จะเป็นซาวด์แทร็คหนังเรื่องนี้เลยทีเดียว

แต่แล้วก็เข้าอีหรอบเดิมเมื่อเจมี่พูดว่า สุดท้ายแล้ว เราไม่คิดว่าเราอยู่ในสถานะที่จะทำหนังแบบที่เราอยากจะทำกับ Gorillaz ได้ในตอนนี้ (…) แต่ผมยังคิดว่าจะทำหนังอนิเมชั่นเนื้อๆ เน้นๆ ของ Gorillaz ให้ได้สักวันหนึ่ง

เมื่อถึงวันนั้น เราอาจเห็น Virtual Band วงนี้ สั่นสะเทือนวงการภาพยนตร์เข้าอีกหนึ่ง!

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"