ผิด! ไม่ผิด!? ลิขสิทธิ์? รูปภาพ…

By ทีมงานชเวดากอง

“อะไรนะ? ลิขสิทธิ์เหรอ? แค่ภาพวาดเนี่ยนะ?”

ใช่แล้ว! แถมไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่รวมไปถึงภาพถ่ายต่างๆ ด้วยนะ ซึ่่งในปัจจุบันจะเห็นได้เยอะตามเว็บไซต์เกือบทุกเว็บเลยก็ว่าได้ ที่มีการใช้รูปภาพประกอบการสื่อสาร แต่! ลิขสิทธิ์รูปนั้นมีเป็นกฎหมายบัญญัติไว้ด้วย หากพบการละเมิดก็ต้องมีการจ่ายค่าปรับ หรือบางกรณีก็ถึงขั้นขึ้นศาลฟ้องกันได้เลย ถ้าคิดว่าแค่รูปจะแพงแค่ไหนกันเชียว… บอกได้เลยว่ายิ่งกว่าเกลือกาชาก็จ่ายค่าปรับลิขสิทธิ์นี้แหละนะ!! 0Ao

“ลิขสิทธิ์ หมายถึง สิทธิทางวรรณกรรมและศิลปกรรม ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่เจ้าของผลงานใช้สติปัญญา ความรู้ความสามารถสร้างสรรค์ขึ้นโดยมีกฎหมายคุ้มครอง

งานที่กฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครอง ได้แก่ งานหนังสือ, งานประพันธ์, บทประพันธ์ทุกชนิด, งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด ( หนังสือ, จุลสาร, สิ่งพิมพ์ ) หรือคำพูด, โปรแกรมคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังรวมถึง บทเพลง, งานประติมากรรม, งานสถาปัตยกรรม, งานนาฏกรรม, งานภาพยนตร์, งานแพร่เสียง, แพร่ภาพ และงานอื่นๆ

กฎหมายลิขสิทธิ์กำหนดว่าลิขสิทธิ์ จะมีอายุ ๕๐ ปี นับแต่การเผยแพร่ผลงานครั้งแรก

( นั้นหมายถึงตั้งแต่วินาทีที่เนื้อหาถูกสร้างขึ้นมาก็ได้รับการคุ้มครองด้านลิขสิทธิ์แล้ว โดยไม่ต้องไปจดทะเบียนตามกฎหมายก็ได้ )

—————————————————————————————————————————————-

ข้อสังเกตเกี่ยวกับภาพที่มีลิขสิทธิ์ หรือภาพที่ถือว่ามีลิขสิทธิ์

  1. ระบุเครื่องหมาย © หรือย่อมาจาก Copyright ส่วนมากจะมีปีกำกับไว้ด้วย เช่น ©2000, ©Copyright2007 ที่พบเห็นได้ง่ายก็มีตามปกแผ่นหนัง เกม, โปสเตอร์, ภาพการ์ตูน, หรือแม้กระทั่งปกหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่นำมาแปลเป็นภาษาไทย ( ลองสังเกตภาพโปรดของคุณดูซิ ว่ามีหรือเปล่า? )
  2. มีชื่อเจ้าของผลงานหรือเว็บไซต์ ที่มาของภาพนั้น
  3. ประทับลายน้ำ ในบางครั้งอาจเป็นโลโก้เจ้าของผลงานหรือเว็บไซต์ขึ้นไว้จางๆ

แต่ในบางกรณีที่ภาพเหล่านั้นไม่มีสัญลักษณ์ที่กล่าวมาในงานเลย ทำให้เวลามีคนนำภาพไปใช้จึงถูกฟ้องร้องเอาได้ง่ายๆ เหมือนกัน… เพราะฉะนั้นจะใช้ภาพอะไรก็ตรวจดูให้ดีกันไว้นะทุกคน และถ้านำภาพไปใช้ได้แล้วก็อย่าลืมให้เครดิตเจ้าของหรือเว็บไซต์ด้วยล่ะ ถ้ายังไม่แน่ใจก็อย่าเสี่ยงดีกว่า ไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นพฤติกรรมที่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ไปได้ มีพฤติกรรมอะไรที่เข้าข่ายที่ว่ามาบ้าง ไปดูกันจ้า

การละเมิดโดยตรง : การนำชิ้นงานออกมาเผยแพร่ อาจจะด้วยการนำชิ้นงานมาใช้ตรงๆ การทำขึ้นมาใหม่หรืออะไรก็แล้วแต่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของชิ้นงานเหล่านั้น เช่นการตีพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูน แต่เอางานมาจากในเว็บและไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของงาน

การละเมิดโดยอ้อม : การให้ความสนับสนุนชิ้นงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือการนำชิ้นงานเหล่านั้นมาหากำไร และยังรวมไปถึงการทำให้เจ้าของชิ้นงานนั้นเสื่อมเสียด้วย

โดยตัวอย่างพฤติกรรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของชิ้นงานที่มักเจอบ่อย ก็จะเป็นพวกที่นำภาพที่ติดลิขสิทธิ์ไปโพสต์บนอินเทอร์เน็ต หรือเพียงแค่ตัดต่อวิดีโอที่มีผลงานลิขสิทธิ์โผล่มา และยังรวมไปถึงการตัดต่อภาพจากในหนังที่มีลิขสิทธิ์ออกมาใช้อีกด้วย นอกจากนี้การนำคลิปหรือภาพที่ถ่ายจากกล้องส่วนตัวมาเผยแพร่ก็ผิดเช่นกันถ้างานเหล่านั้นมีข้อตกลงว่าไม่อนุญาตให้เผยแพร่ สุดท้ายคือการนำผลงานไปใช้ในเชิงการค้าทั้งหลาย

แต่ก็มีบางกรณีที่ไม่ถูกคุ้มครองโดยลิขสิทธิ์ อย่างเช่น ผลงานที่เป็นแค่รูปเรขาคณิตอย่างง่าย พวกสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือผลงานที่มีแต่ตัวอักษรเรียบๆ บนพื้นสีต่างๆ เพราะถ้าจะให้พวกนั้นมีลิขสิทธิ์คนทั้งโลกก็คงได้จ่ายค่าปรับกันสนุกแน่นอน

ส่วนนี่คือตัวอย่างของกระทำที่ไม่ละเมิดหรือได้รับการยกเว้น

  1. ประกอบการนำเสนองานภายใน แต่ถึงยังไงก็ต้องขออนุญาตจากเจ้าของงานก่อนอยู่ดี
  2. ใช้ทำรายงงาน เอกสารเกี่ยวกับการเรียน หรือเพื่อการศึกษา แต่ก็ต้องระบุที่มาของภาพเสมอ
  3. ซื้อรูปจากเจ้าของโดยตรง แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับเจ้าของหรือเว็บ
  4. ใช้เป็นการส่วนตัว คือไม่ได้ใช้ในเชิงการค้าใดๆ เช่น ใช้เป็นภาพพื้นหลังคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์
  5. ขออนุญาตจากเจ้าของ แน่นอนว่าการขออนุญาตนั้นเราก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของเจ้าของชิ้นงาน
  6. วิจัย ใช้ประกอบการทำวิจัยหรือศึกษางานนั้นๆ ไม่ได้เป็นการทำเพื่อหากำไร
  7. วิจารณ์ การติชมหรือแนะนำเป็นเรื่องที่ดีเพื่อให้เจ้าของงานได้พัฒนางานชิ้นต่อๆ ไป แต่ก็ควรวิจารณ์แบบมีมารยาทนะ ที่สำคัญคือเคารพในลิขสิทธิ์ของงานด้วย
  8. รายงานข่าว สามารถทำได้ แต่ก็ต้องรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้นๆ ด้วย
  9. นำมาออกข้อสอบ สามารถนำมาใช้ถามและตอบในการสอบได้
  10. ต้นแบบ คือสามารถคัด ลอก เลียน หรืออ้างอิงงานบางส่วนจากงานต้นฉบับที่มีลิขสิทธิ์ได้ตามพระราชบัญญัติ แต่ก็ต้องมีการให้เครดิตต้นฉบับนั้นด้วย

—————————————————————————————————————————————-

เฮ้อ! ถ้าอยากได้ภาพสวยๆ จะทำอย่างไรได้บ้างโดยที่ไม่ผิดลิขสิทธิ์? แล้วถ้าเราไม่ใช่พวกวาดรูปเก่งจะทำยังไงดีล่ะ!? ใจเย็นๆ กันก่อนนะ มีทางออกให้

  1. ทำทุกอย่างเอง ข้อนี้สำหรับคนที่มีฝีมือหน่อย จะให้ไปหารูปของคนอื่นมาใช้ บอกไปเลยว่าไม่ต้อง! เดี๋ยวถ่ายเอง… ไม่ต้อง!! เดี๋ยวทำเอง… ไม่ต้อง!! เดี๋ยววาดเอง ทำเองตั้งแต่เริ่มจนจบขั้นตอนประมาณนั้น ยิ่งถ้าฝีมือดีๆ หน่อย เราก็สามารถทำขายเองได้ด้วย สำหรับใครที่ทำฟรีแลนซ์เป็นอาชีพเนี่ยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยกับการสร้างงานใหม่ๆ ถึงจะมีเว็บซื้อขายภาพ แต่จะดีกว่าไหม? ถ้าเราหาเวลาว่าง ถ่ายรูปสิ่งที่ต้องนำมาใช้บ่อยๆ เอง จะช่วยประหยัดเงินไปได้เยอะอยู่นะ

  1. ติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรง ถ้าเราชื่นชอบผลงานของเขามาก และเราอยากได้มาเพื่อเอามาลงเว็บไซต์ของตัวเอง ก็สามารถติดต่อกับเจ้าของรูปภาพโดยตรงเพื่อขอภาพได้ โดยที่เราแค่ใส่เครดิตให้เจ้าของภาพด้วย เช่นใน Facebook, Instagram พวกนี้เองก็จะมีการแชร์ภาพอยู่บ่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นที่รู้กันว่าถ้าเจ้าของโพสต์ภาพแล้วเราเกิดถูกใจเราสามารถแชร์ได้เลยโดยที่เครดิตก็ยังคงเป็นของเจ้าของ แต่บางครั้งก็ต้องดูด้วยว่าเจ้าของภาพมีกฎอื่นๆ ในการแชร์ภาพไหม อันนี้ก็ต้องตรวจดูและถ้าไม่แน่ใจก็ทักถามเจ้าของไปเลยชัวร์กว่าจ้า

  1. ในเมื่อทำไม่เป็นก็ซื้อเอาก็ได้ วิธีนี้เป็นที่นิยมมากในบริษัทหลายแห่ง เพราะสะดวกและไม่ต้องเสียเวลาทำขึ้นใหม่ แล้วจะซื้อได้ที่ไหน? เราสามารถซื้อได้ในเว็บซื้อขายรูปภาพ ซึ่งถูกลิขสิทธิ์และมีมากมาย แต่แน่นอนว่าก็ต้องดูให้ดีเพราะบางเว็บไซต์ก็นำรูปพวกนั้นมาขายโดยที่เจ้าของไม่รู้ก็มี ดังนั้นเลือกเว็บที่เชื่อถือได้ไว้ก่อน

  1.  เว็บฟรีก็มีนะ เห็นข้อนี้ถึงกับตกใจ… แต่มันก็มีจริงๆ ขึ้นชื่อว่าของฟรี ก็ยิ่งต้องระวังเพราะความผิดมันไม่ได้อยู่ที่เว็บฟรีที่เราไปเอาภาพมาอย่างเดียว อยู่ที่คนเอาภาพไปใช้ด้วย ยังไงเวลาโหลดภาพในเว็บภาพฟรีมาใช้ก็ดูให้ดีๆ แล้วกันนะทุกคน

ในเมื่อรู้วิธีการหาภาพแล้ว เราก็ลองมาสังเกตดูว่าภาพพวกนั้นเป็นประเภทไหน แล้วเราทำอะไรกับภาพพวกนั้นได้บ้าง โดยที่บางครั้งไม่ต้องทักไปถามเจ้าของภาพให้เสียเวลา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีบอก แต่ต้องดูจากความเหมาะสมของเว็บหรือบทความที่นำภาพเหล่านั้นมา และถ้าหากนำมาจากเว็บส่วนตัวของเจ้าของผลงาน โดยปกติแล้วคนที่ติดตามก็จะรู้กันดีจากนิสัยส่วนตัวของเจ้าของภาพว่าสามารถเผยแพร่ได้ไหม หรือถ้าไม่แน่ใจทางที่ดีที่สุดก็คือการทักไปถามเจ้าของผลงานโดยตรงนะ

จำแนกประเภทการให้นำไปใช้ได้ดังนี้

Freeware คือนำไปใช้ได้ฟรี และนำไปแชร์ต่อได้ แต่ไม่สามารถแก้ไขหรือเอาไปขายต่อได้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Shareware คือนำไปใช้ได้ฟรี แต่ถ้าจะใช้ในระยะยาวต้องบริจาคเงิน สามารถนำไปแชร์ได้แต่ต้องให้เครดิตทุกครั้งโดยไม่ต้องขออนุญาต

Fair Use สามารถนำไปใช้ได้เพื่อการศึกษาและเขียนวิจารณ์ โดยไม่ต้องขออนุญาต

Creative Commons นำไปใช้ได้ฟรี แต่ต้องอยู่ในกฎที่ลิขสิทธิ์กำหนดไว้ คุณต้องให้เครดิตเจ้าของเนื้อหาทุกครั้ง โดยเจ้าของเนื้อหาเป็นผู้กำหนดว่าอนุญาตให้แก้ไขได้ไหม? หรืออนุญาตให้ใช้ในงานค้าขายไหม?

Public Domain ลิขสิทธิ์ที่เราสามารถนำไปใช้ได้ฟรีโดยไม่ต้องขออนุญาต ครอบคลุมเนื้อหาพวกเรื่องที่เป็นความจริง เช่น โลกเป็นทรงกลมและทะเลมีสีฟ้าทำนองนั้น, ไอเดีย, ขั้นตอนการทำงาน และยังครอบคลุมงานที่ลิขสิทธิ์หมดอายุไปแล้วด้วย เช่น นิยายที่เก่ามากๆ

ถึงแม้ว่าเราจะซื้อรูปมาแบบถูกลิขสิทธิ์จากเว็บยังไง แต่เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเว็บเหล่านั้นได้ภาพมาอย่างถูกลิขสิทธิ์หรือเปล่า เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองก็ควรเก็บพวกใบเสร็จของภาพเหล่านั้นไว้หรือแคปภาพไว้เป็นหลักฐานว่ารูปภาพที่เราซื้อในเว็บนั้นมันขึ้นว่าใช้ในการค้าได้… เฮ้อ! ขนาดนี้เป็นวิธีที่ง่ายแต่ก็ยังแอบยุ่งยากนะเนี้ย แต่เพื่อความปลอดภัยก็ควรทำนะ

—————————————————————————————————————————————-

อ้อ! แต่ยังไง ถ้าไปเอาภาพใครมาเป็นแบบก็แล้วแต่ควรให้เครดิตเสมอนะ!! สำคัญมากๆ และการใส่เครดิตที่ถูกต้องและดีที่สุดคือการใส่ชื่อเจ้าของภาพหรือถ้าหากหาไม่ได้จริงๆ ก็ควรให้เครดิตจากเว็บหรือเพจที่นำรูปภาพนั้นมาใช้ ( ไม่ใช่อะไรๆ ก็เครดิตจาก google อย่างเดียวนะเฟ้ย!! )

เอาละมาถึงส่วนสุดท้ายกันแล้วได้รู้เรื่องลิขสิทธิ์ไปเยอะเลย แต่ถ้าเอามาใช้ผิดก็ถือว่ายังผิดอยู่ดีนะ โดยเฉพาะกับการวาดภาพ เราจะเห็นประเด็นได้จากกลุ่มวาดภาพหลายกลุ่มเลย ที่มักจะมีคนเอางานของศิลปินมาแอบอ้างเป็นของตัวเอง พอมีคนแย้งเขาก็จะบอกว่าไม่ได้เอามาซะหน่อยภาพนี้เราวาดเอง ตัดเส้นเอง ลงสีเอง อะไรทำนองนี้ ซึ่งน้องเขาทำเองทุกอย่างจริง แต่แค่ทำมาเหมือนแบบเป๊ะ แล้วจะเรียกว่างานตัวเองได้ไหมนั้น… ลองไปดูศัพท์ที่เกี่ยวกับการวาดรูปกันดูไหม จะได้ใช้ถูกต้องและไม่ต้องกลัวจะโดนว่าอีก

—————————————————————————————————————————————-

มาดูตัวอย่างการนำผลงานไปใช้ในแบบต่างๆ กัน ทั้งแบบที่ผิดและแบบที่ถูกต้องจ้า

Copy : คือการที่เอาภาพของศิลปินคนอื่นไปแอบอ้างเป็นของตัวเองแบบโคตรไม่เนียน!! เช่น น้องคนหนึ่งไปเอาภาพของศิลปินที่เห็นว่าสวยแล้วคนก็ไม่น่าจะรู้จักเยอะมา แล้วก็ไปโพสต์ในเฟสตัวเองหรือกลุ่มวาดรูปแล้วบอกว่า นี่ผมวาดเอง ( ปกติรูปต้นแบบจะมีชื่อหรือสัญลักษณ์เจ้าของรูป พอก็อปภาพเขามาก็เอาพวกนั้นออกซะงั้น เก่งหน่อยก็รีทัชเอา… ) มักเจอบ่อยๆ นะกรณีแบบนี้ แถมยังจับได้อย่างง่ายดายเพราะต่อให้เป็นศิลปินที่ไม่ได้ดังอะไรมากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนที่ไม่รู้จักเสมอไป

Draft / Trace : คือการนำภาพต้นแบบมาวาดตามหรือ ลอกเส้น ระบายสีใหม่ ดูดจากสีเดิม ส่วนใหญ่มักจะสับสนกับ Copy แต่ถ้าสังเกตดูดีๆ ก็จะมีความแตกต่างกันอยู่ไม่มากก็น้อย วิธีนี้เป็นวิธีฝึกมือที่ดี เพื่อให้ตัวเองเข้าใจในการวาดและลงสีมากขึ้นสำหรับคนที่เพิ่งเริ่ม แต่ถ้าจะเอาภาพเหล่านั้นมาโพสต์แล้วบอกว่าทำเองละก็… ควรบอกว่าดราฟท์มาจากภาพไหนแล้วให้เครดิตเจ้าของภาพที่เอามาด้วยเป็นการดีที่สุดน้อ

Retouch : คือการนำภาพที่มีอยู่แล้วมาปรับแต่งนิดๆ หน่อยๆ อย่างเช่นการปรับสี แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นภาพที่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเอาไปแอบอ้าง เพราะมันก็ยังชัดเจนในลายเส้นที่วาดว่ายังไงนั้นก็ไม่ใช่งานเรา แถมอาจจะโดนฟ้องด้วยว่าเอาภาพมาปรับแต่งโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต หึหึ

Reference : หมายถึงการอ้างอิง เวลาที่เราได้ยินเขาพูดว่า “เราเอาภาพนี้มาเป็นเรฟฯ” นั้นคือหมายถึงเขาเอาภาพมาเป็นแบบอ้างอิงนั้นเอง แน่นอนว่าภาพมันจะไม่เหมือนเป๊ะแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นท่าโพส สี หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพ เราเพียงแค่เอามาปรับให้เข้ากับภาพของเราเอง วิธีนี้เป็นที่นิยมทั่วไป แม้แต่คนเก่งๆ ก็ยังมีเรฟฯ กันทั้งนั้นเพื่อให้ได้งานที่ดีออกมา แต่ทางที่ควรจะมีความแตกต่างจากต้นฉบับให้มากๆ ไม่ควรจะใช้ภาพๆ เดียวเป็นเรฟเฟอเรนซ์ เพราะอาจจะทำให้เกิดความคล้ายคลึงมากเกินไป และกลายเป็นการ Draft ไปได้ (ในตัวอย่างเป็นงานของเจ้าของบทความเองจึงนำมาทำให้เข้าใจง่ายๆ เฉยๆ) หรือถ้าจะให้ดีและปลอดภัยกว่านั้น ก็หารูปถ่ายหรืองานแขนงอื่นมาเป็นเรฟเฟอเรนซ์จะดีกว่าการใช้ภาพลายเส้นของคนอื่นจ้า

Fanart : คือการเอาตัวละครที่มีอยู่แล้วของคนอื่นมาวาดใหม่ เช่น แฟนอาร์ตเกม, แฟนอาร์ตการ์ตูน, แฟนอาร์ตหนัง, แฟนอาร์ตศิลปินดารา ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการที่เราชื่นชอบตัวละครพวกนั้นมากและอยากวาด ไม่ได้มีเจตนาค้าขาย ทำเพื่อความสบายใจล้วนๆ ฮ่าๆ

—————————————————————————————————————————————-

นี่แค่ศัพท์ส่วนหนึ่งที่มักถูกเข้าใจผิดเท่านั้น ยังมีศัพท์อีกมากที่ควรรู้ไว้ ถ้าสนใจก็ลองไปหาดูได้… จะว่าไปก็มีแหล่งน่าสนใจที่อธิบายเกี่ยวศัพท์พวกนี้ไว้อย่างเข้าใจง่ายไว้ด้วย ลองหาดูจากเครดิตได้นะ และจงอย่าลืมว่า เครดิต!!! นั้นเป็นสิ่งสำคัญ ลาละน่อ (>o<)/

—————————————————————————————————————————————-

ความหมายลิขสิทธิ์ : http://www.royin.go.th/?knowledges=ลิขสิทธิ์-๔-ธันวาคม-๒๕๕๒

ศัพท์เกี่ยวกับการวาดรูป : https://www.facebook.com/niinidz/media_set?set=a.974981322567772.1073741850.100001677395953&type=3

ข้อมูล : https://www.designil.com/image-photo-license-101.html

https://www.gotoknow.org/posts/230870

https://www.dek-d.com/board/view/3198339/

http://propsops.com/forum/?topic=2436.0;wap2

https://www.facebook.com/aware.of.cat/photos/a.824581410949295.1073741827.824547104286059/869731323100970/?type=3&theater

Shares
"น้ำค้างยามเช้า กับเหล้าครึ่งกลม"