5 สิ่ง “WONDER” ในหนังฟีลกู้ดสุดมหัศจรรย์ส่งท้ายปี

จูเลีย โรเบิร์ตส นักแสดงสาวบานฉ่ำ ต้องโคจรมาเจอกับดาราเด็กดาวรุ่งที่แจ้งเกิดสุดๆ จากบทบาทชวนน้ำตาไหลใน Room อย่าง เจค็อบ เทรมเบลย์ ในหนังดัดแปลงจากนิยายของ อาร์.เจ. พาลาซิโอ้ ที่ทำยอดขายได้กว่า 2 ล้านเล่ม ติดอันดับหนังสือขายดีของนิวยอร์ค เบสท์เซลเลอร์ และได้เข้าชิงรางวัลหนังสือเด็กจากเวทีใหญ่มากมาย

เรื่องราวของ อิซาเบล พูลแมน (โรเบิร์ตส) คุณแม่ที่ต้องเลี้ยงดู อ๊อกกี้ พูลแมน (เทรมเบลย์) ลูกชายผู้เกิดมาพร้อมกับความผิดปกติบนใบหน้า ต้องส่งลูกไปเริ่มเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่โรงเรียนประถมบีเชอร์ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่อักกี้ได้เข้าชั้นเรียนร่วมกับเด็กคนอื่นๆ ท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆ ที่มองเขาต่างจากคนทั่วไป

ทว่ากว่าที่ชีวิตสุดมหัศจรรย์ของเด็กหนุ่มภายใต้หมวกกันน็อคใบโต จะถูกดัดแปลงจากตัวหนังสือมาเป็นขึ้นจอใหญ่ในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ SP ขอชวนทุกคนมาสำรวจล้วงลึกถึง 5 สิ่งที่ ‘Wonder’ สมชื่อหนัง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวง

 

  • จุดเริ่มต้นกำเนิดชีวิตมหัศจรรย์ของ อ๊อกกี้ พูลแมน

อาร์.เจ.พาลาซิโอ้

อาร์.เจ. พาลาซิโอ้ ได้แรงบันดาลใจในการเขียน WONDER จากเหตุการณ์ที่เธอพาลูกชายไปซื้อไอศกรีม แล้วลูกชายก็ได้มองไปยังเด็กคนหนึ่งที่มีใบหน้าผิดปกติ เธอตกใจและรีบพาลูกชายออกจากตรงนั้น เพราะกลัวว่าจะทำให้เด็กคนดังกล่าวรู้สึกแย่ กระทั่งเธอมาคิดได้ในภายหลังว่า การกระทำของเธอต่างหากที่จะทำให้เด็กผู้นั้นจมอยู่กับความรู้สึกไม่ดี ต่อมาเมื่อเธอได้ฟังเพลง WONDER ของ นาตาลี เมอร์แชนท์ ก็ยิ่งย้ำชัดในใจเธอว่า เหตุการณ์นั้นกำลังสอนบางอย่าง เธอจึงนำเอาเรื่องราวเล่านี้มาถ่ายทอดสู่สังคม แน่นอนว่าชื่อหนังสือ WONDER ได้เกิดขึ้นจากชื่อเพลงที่เธอฟังนั่นเอง

ความที่ WONDER บอกเล่าถึงความมหัศจรรย์ของชีวิตผ่านเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเชื่อมโยงกับผู้คนรอบๆ ตัว จึงส่งผลให้เนื้อหานั้นลึกซึ้งโดนใจผู้อ่านมากมาย อีกทั้งยังได้รับเสียงชื่นชมในฐานะหนังสือที่ช่วยให้สามารถเปลี่ยนมุมมองชีวิตเสริมพลังบวกมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังพิสูจน์อย่างแจ่มชัดด้วยการเป็นวรรณกรรมเยาวชนติดอับดับ 1 New York Times Bestseller ยาวนานถึง 89 สัปดาห์ ขายได้กว่า 5 ล้านเล่ม อีกทั้งการันตีด้วยรางวัลหนังสือยอดเยี่ยมจากเวทีสำคัญอย่าง Maine Student Book Award, Junior Young Reader’s Choice Award, Fisher Children’s Book Award รวมไปถึงจากเว็บไซต์หนังสือยอดนิยมอย่าง School Library Journa และ Publishers Weekly ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีอิทธิพลมากกว่าการเป็นแค่นิยาย เพราะได้เกิดกระแส “เลือกทำดี – Choose Kind” เพื่อมอบแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านแบ่งปันเรื่องราวของตัวเองออกมาอีกด้วย

  • ประเด็นสะกดหัวใจ เปลี่ยนมุมมองผู้ชมทั่วโลก

อ๊อกกี้ พูลแมน หนุ่มน้อยวัย 10 ขวบ ผู้เกิดมาพร้อมกับความผิดปกติทางใบหน้า ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดมาแล้วกว่า 27 ครั้ง เขาต้องรับมือกับการถูกคนรอบตัวมองว่าแปลกประหลาด แต่เพราะได้กำลังใจที่ดีจากพ่อ แม่ คุณครู และเพื่อนๆ ที่ไม่ได้ตัดสินเขาจากเพียงแค่หน้าตา ก่อให้เกิดมิตรภาพที่ดีจากการเลือกที่จะทำดีต่อกัน (Choose Kind) คนรอบข้างเขาต่างค่อยๆ เปิดหัวใจเข้าไปเรียนรู้ในโลกของอ๊อกกี้ จึงทำให้การเข้าโรงเรียนครั้งแรกของเขานั้น ช่วยให้เราเปิดใจกับคนรอบข้างเช่นเดียวกัน และที่สำคัญยังช่วยเกลาจิตใจของพวกเขาให้ปฏิบัติต่อทุกคนรอบตัวด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เปรียบดั่งประโยคอันทรงพลังที่ว่า “Auggie Pullman will change your world.” หรือ “อ๊อกกี้ พูลแมน จะเปลี่ยนโลกของคุณ”

 

  • รวมทีมงาน ‘ดรีมทีม’ ของภาพยนตร์ฟีลกู้ด

นานวันเข้า นิยายของพาลาซิโอ้ก็ผ่านสายตาผู้อ่านทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด มันก็ไปเตะตาผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์อย่าง ทอดด์ ลีเบอร์แมน และ เดวิด โฮเบอร์แมน จากหนังฮิต Beauty and the Beast ทั้งสองยอมรับอย่างไม่อายเลยว่า พวกเขาเสียน้ำตาให้กับหนังสือเล่มนี้กันทั้งคู่ “เราทั้งสองตกหลุมรักเรื่องราวที่เกี่ยวกับมิตรภาพและความเห็นอกเห็นใจเรื่องนี้” และมากไปกว่านั้นพวกเขาชื่นชอบการเล่นประเด็นที่ว่า เราทุกคนอาจจะรู้สึกเป็นคนชายขอบซักครั้งในชีวิต และมันแสดงให้เห็นว่าอะไรสามารถเกิดขึ้นได้บ้าง ถ้าเรายื่นมือไปช่วยเหลือคนนอกสายตาพวกนั้น

ทอดด์ ลีเบอร์แมน ผู้อำนวยการสร้าง

หนังได้ สตีเฟน ชโบสกี้ เจ้าของผลงานคัมมิ่งออฟเอจส์เรื่องดัง The Perks of Being a Wallflower มากำกับ สตีเฟนคือตัวเลือกหลักที่โปรดิวเซอร์ต้องการ แต่ในตอนแรกเขากลับปฏิเสธ เนื่องจากภรรยาสาวเพิ่งคลอดลูก จนเมื่อเขาได้ลองอ่านหนังสือเรื่องนี้ สตีเฟนรู้ตัวทันทีว่าเขากำลังจะพลาดอะไรไป และตอบตกลงเดินหน้าลุยสร้างภาพยนตร์อย่างเต็มที่ “คนเราสามารถเลือกเป็นฮีโร่ เลือกที่จะแตกต่าง และเลือกที่จะเป็นตัวของตัวเองได้” คือสิ่งที่หนังสือเล่มนี้บอกแก่ชโบสกี้

สตีเฟน ชโบสกี้ ผู้กำกับ

นอกจากนี้ ยังได้มือเขียนบทจากหนังฟีลกู้ด The Secret Life of Walter Mitty, The Pursuit of Happyness อย่าง สตีฟ คอนราด มาร่วมกันดัดแปลงหนังสือให้เป็นบทภาพยนตร์ สมทบด้วยผู้กำกับภาพดีกรีเข้าชิงออสการ์ ดอน เบอร์เจส จาก Forrest Gump,  Allied และ อาร์เจ็น ทูอิเต็น เจ้าของผลงานเมคอัพเหนือชั้นใน Maleficent และ Pan’s Labyrinth

 

  • นำแสดงโดยดาราคุณภาพรุ่นเล็กใหญ่ฝีมือล้นจอ

ในขั้นตอนการคัดเลือกนักแสดง ทีมงานต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพราะตัวละครอ๊อกกี้ พูดแมนมีความซับซ้อนมาก และต้องการนักแสดงมากทักษะที่จะแสดงบทนี้ออกมาอย่างไม่เคอะเขิน กระทั่งวันที่พวกเขาได้เห็นการแสดงของ เจคอบ เทรมเบลย์ ใน Room พวกเขาก็รู้เลยว่าเจอเด็กที่จะมารับบทอ๊อกกี้แล้ว “เจคอบมีพรสวรรค์ตั้งแต่อายุแค่นี้ เมื่อเราได้เจอเขา เราคิดในใจว่าเราคงหาเด็กที่มีความคล้ายกับอ๊อกกี้มากเท่านี้ไม่ได้แล้ว” ผู้อำนวยการสร้างเผย

เทรมเบลย์ เองก็รู้สึกเช่นเดียวกันว่า บทของอ๊อกกี้โหดหินเอามากๆ ขณะเดียวกัน มันก็เป็นประเด็นสำคัญที่ควรถูกเผยแพร่ “ส่วนที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับผมคือ การได้เล่นเป็นเด็กที่ช่วยให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ผมคิดว่าหนังสือมันดีมาก ดีจนทำให้แม่ผมน้ำตาไหลเลย มันเล่าเรื่องการปรับตัวของอ๊อกกี้ ในการเข้าสังคม การทำเขาต้องทำให้คนรอบข้างยอมรับแทนที่จะรู้สึกกลัว” นักแสดงเจ้าของรางวัลใหญ่จาก Broadcast Film Critics Association Awards, National Board of Review และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงจากเวที Screen Actors Guild Awards และ Teen Choice Awards กล่าว

หนังยังได้สองนักแสดงขวัญใจคอหนังอย่าง จูเลีย โรเบิร์ตส  มารับบทแม่ อิสซาเบล พูลแมน และ โอเว่น วิลสัน มาสวมบทพ่อ เนท พูลแมน – โรเบิร์ตสเปิดใจว่าถึงเธอจะมีประสบการณ์ที่โชกโชนกว่าเทรมเบลย์แบบเทียบกันไม่ได้ แต่เธอก็ได้เรียนรู้จากนักแสดงหนุ่มน้อยไม่น้อยเลย จนถึงกับพูดเล่นๆ ว่า เธอแทบไม่ได้พบกับเทรมเบลย์เลย เพราะตลอดเวลาที่ทำงานร่วมกัน เขากลายเป็นอ๊อกกี้ตลอดเวลาในสายตาเธอ “ฉันจำได้ว่าตอนที่เราปิดกล้องฉันบอกลาเจค็อบ แม่ของเจค็อบบอกฉันว่า ‘ฉันรู้สึกเหมือนคุณเป็นแม่อ๊อกกี้ส่วนฉันเป็นแม่เจค็อบเลย’ ซึ่งมันบรรยายความรู้สึกฉันได้ตรงทีเดียว

ด้านวิลสันก็เผยว่า การเป็นคุณพ่อลูกสอง ทำให้เขาตกปากรับเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างง่ายดายผมมองว่าการรับบทนี้เป็นโอกาสที่จะมอบชีวิตให้กับเรื่องราวที่จะมีความหมายกับคนอีกหลายคน ที่จริงผมชอบตั้งแต่ตอนได้อ่านหนังสือแล้ว แต่อีกหนึ่งเหตุผลที่ผมรับงานนี้ คือ ผมจะได้ทำงานกับสตีเฟ่น ชโบสกี้ ก่อนเปิดกล้องเราคุยกันเยอะมาก ผมสัมผัสถึงความมุ่งมั่นของเขา ผมรู้เลยว่าเขาจะทำหนังเรื่องนี้ออกมาโดนใจแน่ๆ

นอกจากฐานะพ่อแล้ว เขายังรู้สึกว่าบท เนท พูลแมน นั้นเกิดมาเพื่อเขาอย่างแท้จริง “ผมไม่คิดว่าเนทเป็นคนเจ้าระเบียบ อ๊อกกี้และเขาเหมือนเป็นเพื่อนเล่นกัน ทั้งคาราเต้ ฟันดาบไลท์เซเบอร์ ผมคิดว่าทั้งชีวิตของผมเหมือนเตรียมพร้อมเพื่อรับบทนี้ เพราะผมเองก็เก่งเรื่องพวกนั้นมาก” วิลสันกล่าวอย่างอารมณ์ดี

  • กระแสชื่นชมเทใจ การันตีความ ‘วันเดอร์’ จากฝั่งผู้ชม

หนังเดินหน้าเรียกกระแสความซึ้งจากผู้ชมกลุ่มแรกในรอบพิเศษกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งล้วนต่างชื่นชมเป็นเป็นเสียงเดียวกันถึงเนื้อหาภาพยนตร์ที่ทั้ง ซาบซึ้ง อบอุ่น กินใจ จนขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์ฟีลกู้ดสุดประทับใจที่จะเปลี่ยนมุมมองใหม่ให้กับผู้ชมไปแล้ว…และเหล่านี้คือความรู้สึกจากผู้ชมบางส่วน

 “คือหนังที่ช่างแสนอบอุ่นและงดงามในทุกๆ แง่มุม”

 “ดูได้ทุกเพศ ทุกวัย และทุกคนจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอนค่ะ”

“ฉันรักมันมากค่ะ WONDER ทำให้ฉันทั้งหัวเราะและซาบซึ้งในเวลาเดียวกัน”

“ยอดเยี่ยมมากค่ะที่ได้เห็นเนื้อหาในหนังสือมาโลดแล่นบนภาพยนตร์ได้อย่างแสนประทับใจ”

ขอบคุณรูปและข้อมูลจาก สหมงคลฟิล์ม

 

 

 

Shares